logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 4 JUNE 26

SET Outlook
คาดดัชนีฯ ยังมีแนวโน้มบวกต่อ แต่จะลดความร้อนแรง ตัวแปรสำคัญที่ชี้ทิศทางตลาดทั่วโลกยังเป็นความคืบหน้าในการเจรจาหยุดยิง สหรัฐฯ-อิหร่าน รวมไปถึงการจับตาทิศทางดอกเบี้ยของ Fed หลังการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจภาคแรงงานของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้
ปัจจัยในประเทศ
• โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส”: สิ้นสุดช่วงลงทะเบียนไปแล้วเมื่อวันที่ 25-29 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา คาดว่าจะเริ่มเห็นเม็ดเงินหนุนการบริโภคและการใช้จ่ายในประเทศในระยะถัดไป
• ปรับลดค่าธรรมเนียมแบงก์: “วิทัย” ผู้ว่าฯ ธปท. เปิดรายละเอียดปรับลด/ยกเว้นค่าธรรมเนียมแบงก์ 4 ประเภท 19 รายการ หวังช่วยลดต้นทุนรายย่อย-SMEs ยืนยันกระทบรายได้แบงก์ไม่มากเพียง 4.2-5.6 พันล้านบาท (อาจเป็น Sentiment กดดันระยะสั้นต่อหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์)
• ประเด็น USTR กับแรงงานบังคับ: ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ประกาศว่า 60 เขตเศรษฐกิจ (รวมถึงไทย) ล้มเหลวในการสั่งห้ามและบังคับใช้กฎหมายเพื่อสกัดกั้นการนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor) ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลและสร้างภาระต่อการค้าของสหรัฐฯ ตามมาตรา 301 (ต้องติดตามผลกระทบต่อกลุ่มส่งออก โดยเฉพาะอาหารและอิเล็กทรอนิกส์)
• Virtual Bank & กลุ่ม CP: ผู้ว่าฯ ธปท. เตือนเร่งเครือซีพีหาทางออก หลังผู้ถือหุ้น CPALL มีมติไม่เห็นชอบให้นำบริษัทในเครือเข้าไปอยู่กลุ่มธุรกิจ Virtual Bank ของบริษัท AMCH (เครือซีพี) เนื่องจากการที่ Real Sector มาขอใบอนุญาต เป็นเกณฑ์เดิมที่ต้องให้โอนรวมธุรกิจที่มีใบอนุญาตจาก ธปท. มารวมอยู่ด้วยกันทั้งหมด
• เดินหน้าโครงสร้างพื้นฐาน: เปิดแผนมาบตาพุดเฟส 3 มูลค่า 9.36 หมื่นล้านบาท ด้าน กนอ. รอแผน PDP ฉบับใหม่คลอด ก่อนลุยโครงการพลังงานไฮโดรเจนและ SMR (เป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและรับเหมาก่อสร้าง)
• มุมมองเศรษฐกิจจาก 'ดร.สันติธาร': เตือนไทยรับมือคลื่นยักษ์ 3 ระลอก ได้แก่ 1) เครื่องยนต์เศรษฐกิจชะลอจากปัญหาวัยแรงงาน 2) จุดเปราะบางด้านพลังงานที่พึ่งพาการนำเข้าสูง 3) ภาวะพลังงานแพง/ของแพง/กำลังซื้ออ่อนแรง แนะสร้างเศรษฐกิจยุคใหม่เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้นักลงทุน (Safe Haven)
• ประเด็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล: ไทยแถลงท่าทีต่อกรณีกัมพูชาแจ้งการใช้กระบวนการประนอมภาคบังคับภายใต้ UNCLOS โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวสวนทางกับสิ่งที่กัมพูชาเรียกร้องมาตลอดในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ทวิภาค
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 8,653 ล้านบาท คาดว่า Fund Flow จะมีความผันผวน หลังผ่านการปรับน้ำหนัก MSCI Rebalance ไปเมื่อวันที่ 29 พ.ค. (ขณะที่ FTSE วันที่ 19 มิ.ย. ไม่มีหุ้นไทยเกี่ยวข้อง)
• ตลาดตราสารหนี้: มีมูลค่าการซื้อขายรวม 70,082 ล้านบาท ทิศทางผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) อาจแกว่งตัวแคบเพื่อรอดูทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดแข็งค่า รับกระแสเจรจาสันติภาพโลก แนะนำจับตารายงานตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ของไทยในวันที่ 5 มิ.ย. นี้ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินในประเทศ
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง (ความเสี่ยงปะทุรอบใหม่): อิหร่านโจมตีรัฐอ่าวอาหรับ (คูเวตและบาห์เรน) ถือเป็นการยกระดับความขัดแย้งครั้งใหญ่กับสหรัฐฯ ประเด็นนี้เป็น Headline สำคัญที่สุดเพราะบ่งชี้ว่าสงครามกำลังลามไปยัง Gulf States ซึ่งเป็นศูนย์กลางพลังงาน (หนุนราคาน้ำมันดิบผันผวนเชิงบวกต่อกลุ่มพลังงานต้นน้ำ แต่กดดันตลาดรวมจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ราคาทองคำผันผวนดิ่งลงรับความตึงเครียดและวิกฤตเงินเฟ้อ)
• Fund Flow เอเชีย & ตลาดเกิดใหม่: นักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นเกาหลีใต้และไต้หวัน (กลุ่ม AI เริ่มถูกเทขายทำกำไร) ตรงข้ามกับ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ที่ดึงดูดเงินทุนไหลเข้ากว่า 7.36 หมื่นล้านดอลลาร์ ด้าน ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีและค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าทำสถิติ ขณะที่ อินเดีย เตรียมประกาศแผนลดภาษีเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติในตลาดตราสารหนี้
• ความเคลื่อนไหวสินทรัพย์ทางเลือก: Bitcoin ร่วงหนักหลุดความสัมพันธ์กับหุ้นกลุ่ม Tech (Decoupling) หลังบริษัท Strategy Inc. เทขายทำกำไร ขณะที่ ECB เผยข้อมูลว่าธนาคารกลางทั่วโลกหันมาถือครอง "ทองคำ" ในทุนสำรองมากกว่าพันธบัตรสหรัฐฯ
• ดีลระดับโลก (SpaceX): สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า SpaceX ตั้งเป้าขายหุ้น IPO ที่ 135 ดอลลาร์/หุ้น เพื่อระดมทุนมูลค่าสถิติสูงสุด 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ โดยแหวกแนวไม่ประกาศช่วงราคาก่อนทำ Book building ท่ามกลางรายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลทรัมป์ถือครองหุ้นอยู่มูลค่ามหาศาล
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event :
 4-Jun, US Initial Jobless Claims, Surv=--, Prior=215k
.Strategy
• ตลาดวันก่อนหน้า คาดว่าเป็นการซื้อกลับหลังผ่านการ Rebalance ของ MSCI ผสมกับข่าวบวกเฉพาะตัวของหุ้น อย่างไรก็ตาม วันนี้ประเมินว่าตลาดจะมีแรงบวกน้อยลง แต่ดัชนีฯ ที่ระดับนี้คือการสร้างสัญญาณซื้อให้กับนักลงทุนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
• สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังไม่น่าวางใจ อาจมีผลให้การลงทุนในช่วงเวลาแบบนี้ ต้องเน้นกลยุทธ์ "เลือกหุ้นเป็นรายตัว (Selective Buy)" และดูว่าในแต่ละวัน ตลาดจะมีการ Rotate เม็ดเงินไปที่หุ้นตัวใดหรือกลุ่มใด
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ:  เรานำ GUNKUL*, CPALL ออก และนำ  OR, BGRIM*, DELTA*, THAI* เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย: OR(10%), BGRIM*(10%), DELTA*(10%), THAI*(10%), GLOBAL*(10%), SIS*(10%), COM7* (10%), KBANK(10%), CPN(10%)
Technical :    AMATA, FORTH
 
News Flash:
( - ) Pet Food (Neutral), TU (ซื้อ/เป้า 12.80 บาท) สหรัฐเตรียมใช้มาตรา 301 เสนอเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมจาก 60 ประเทศ เนื่องจากมีการใช้แรงงานบังคับ
 
Company Update:
( + ) Tourism (ปรับขึ้นเป็น Overweight) แนวโน้มจำนวนเที่ยวบินทยอยฟื้นตัว, คาด 2Q26E จะเป็นจุด Bottom ของปีนี้
( + ) BGRIM (ซื้อ/เป้า 17.00 บาท) S-curve ใหม่จาก Data Center และ renewable projects หนุน valuation

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์