SET Outlook
คาด SET Index แกว่ง Sideway หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบโดยเฉพาะปิดลบโดยเฉพาะ NASDAQ หลังงบไตรมาส 3 ออกมาทำให้ตลาดผิดหวัง สำหรับตลาดหุ้นไทยวานนี้ต่างชาติขาย และมีแรงกดดันจากกลุ่มโรงกลั่นจากประเด็น Policy Risk และแรง sell-off จากหุ้นกลุ่ม Electronics ในขณะที่ตลาดจะจับตาดูผลประกอบการของบริษัทเป็นหลักเนื่องจากเรายังไม่เห็นปัจจัยใหม่เข้ามาขับเคลื่อน sentiment การลงทุนในช่วงนี้
ประเด็นที่น่าสนใจ
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบโดยเฉพาะ NASDAQ ปิดตัวลบกว่า -1.38% ปรับลงนำโดยกลุ่มเทคโนโลยี หลังงบไตรมาส 3 ของบริษัทใหญ่หลายแห่งออกมาน่าผิดหวัง ขณะที่ตลาดพันธบัตรปรับตัวขึ้นเพราะเม็ดเงินไหลเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัย
• GDP สหรัฐฯ Q3 ขยายตัว 3.4% QoQ ดีกว่าคาดที่ 3.2% QoQ ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการลงทุนภาคเอกชน การบริโภค และการใช้จ่ายภาครัฐ สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความแข็งแกร่ง แต่ในอีกด้านหนึ่งอาจทำให้ Fed ไม่มีความจำเป็นต้องผ่อนคลายนโยบายการเงิน ด้านของ PCE เดือนกันยายน +3.6% YoY (ออกมาตามคาด) เพิ่มขึ้นจาก +3.4% เดือนก่อน และ Core PCE +3.1% YoY (ออกมาตามคาด) เพิ่มขึ้นจาก +3.0% เดือนก่อน
• ECB: คงดอกเบี้ย 2.5% ตามตลาดคาด ท่ามกลางความเสี่ยงเงินเฟ้อจากพลังงาน โดยเงินเฟ้อยูโรโซนเดือน ก.ย. เพิ่มขึ้นเป็น 3.8% จาก 3.2% ในเดือนก่อน ราคาพลังงานที่สูงขึ้นเพิ่มความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อ ขณะเดียวกันก็กดดันแนวโน้มเศรษฐกิจ ECB ยืนยันว่าจะพิจารณานโยบายตามข้อมูลเศรษฐกิจในการประชุมแต่ละครั้ง โดยไม่กำหนดทิศทางดอกเบี้ยล่วงหน้า
• รมว.พลังงานแถลงว่าจะเปิด Direct PPA ให้โรงงานและธุรกิจทุกประเภทซื้อไฟฟ้าสะอาดตรงจากผู้ผลิต แทนกรอบเดิมที่จำกัดเฉพาะ Data Center ไม่เกิน 2,000 MW และเร่งทำแผน PDP ฉบับใหม่ให้เสร็จในปีนี้ ซึ่งหากเปิดจริงจะขยายฐานลูกค้าที่ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเอกชนขายตรงได้ ประเมินเป็นบวกต่อกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้า
• โครงการโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชนผ่าน ครม. แล้ว และเปิดลงทะเบียน 27 ต.ค.–31 ม.ค. 2570 เป้า 1 ล้านครัวเรือน อุดหนุนครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท ผ่านสินเชื่อออมสิน/ธอส./ธ.ก.ส. ดอกเบี้ย 2.5% ผ่อน 7 ปี ล่าสุดคลังกำหนดเพดานค่าค้ำประกันผ่าน บสย. ไม่เกิน 1% ต่อปีเพื่อเปิดทางให้ผู้ติดตั้งรายเล็กเข้าร่วม โครงการนี้สร้างดีมานด์ติดตั้งโซลาร์ที่รัฐอุดหนุนและมีสินเชื่อรองรับ ประเมินเป็นบวกต่อกลุ่มผู้ติดตั้ง อุปกรณ์ และค้าปลีกวัสดุ
Strategy
กลยุทธ์หลัก: ดัชนีระดับต่ำกว่า 1,550 เรามองเป็นจังหวะ สะสม ลักษณะ Selective buy โดย Core Strategy เรายังชอบกลุ่มธนาคาร ขณะที่ Mega play Theme กลุ่ม Data Center เรายังชอบ โรงไฟฟ้า และผสมกับตีมการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
· JP, Tokyo Core CPI YoY (Oct), Consensus=2.5%,
· JP, BoJ Interest Rate Decision, Consensus=1.25% "Hold"
· JP, BoJ Quarterly Outlook Report
· EA, GDP Growth Rate QoQ Flash (Q3), Consensus=0.1%
· US, Fed Musalem Speech
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ต่างชาติ “ขาย” สุทธิตลาดหุ้นไทย และ “ซื้อ” ตลาดตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
• ตลาดหุ้น (29 ต.ค. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 68,972.42 ล้านบาท และ (MAI) 254.96 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,860.37 ล้านบาท
• Yield Curve ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 2-6 bps. สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET INFLOW 3,562 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: เย็นวานนี้ปิดที่ระดับ 33.69 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า
Strategy pick
KKP: ราคาพื้นฐาน 135.00 บาท
• เรามองว่าท่ามกลางแรงขายจากกลุ่มโรงกลั่นที่เคยเป็นหุ้นกลุ่มที่เป็น Leader โดนแรง Sell-off จาก Policy Risk กลุ่มธนาคารจะเป็นกลุ่มที่สามารถรับเม็ดเงินได้ เราเลือก KKP คาดว่ากำไรปี 2026E จะโตเด่นที่สุดในกลุ่ม คาดกำไรสุทธิปี 2026E/27E ที่ 8.5/8.9 พันลบ. (+44%/+4.5% YoY)
Strategy Pick: : KTB(15%), KBANK(15%), KKP(15%), PTT(8%), GULF(8%), CENTEL(5%), CRC(5%), COM7(5%), DELTA(6%), HANA(8%), KCE(5%), GPSC(5%), cash(0%)
กรอบดัชนี SET วันนี้ : แนวรับ 1531-1538 // แนวต้าน 1551-1558
Technical Pick: : BTG, RCL
Stock picks for October 2026 : ADVICE, BGRIM, CK, PLANB, SCGP
Results Review:
( 0 ) ITC (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 21.00 บาท) กำไรปกติ 3Q26 ใกล้เคียงคาด หนุนโดยแผนขยายลูกค้าและสินค้าใหม่
Company Update:
( 0 ) SCC (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 300.00 บาท) คาดกำไรฟื้นตัวใน 4Q26E; การตั้ง JV เป็นบวกระยะยาว
( 0 ) MINT (ซื้อ/เป้า 26.00 บาท) 3Q26E เพิ่ม YoY จาก RevPAR โต, ลด QoQ จากผ่าน Peak season