News Flash
จากการเช็คเว็ปไซต์แต่ละแบรนด์ของบริษัท ได้เปิดเผยว่า ร้านอาหารในเครือ MAGURO ได้แก่ Maguro, Maguro Kappou, Hitori Shabu, Hitori Sukiyaki, SSamthing Together, Tonkatsu Aoki, Cou Cou, Bincho, Kiwamiya ทั้ง 53 สาขา (ณ สิ้น 4Q25E) เข้าร่วมโครงการเที่ยวมีคืน โดยเป็นใบกำกับภาษีรูปแบบ e-tax เริ่ม 29 ต.ค. – 15 ธ.ค. 2025 โดยแบ่งเป็นเมืองหลัก ลดหย่อนภาษีได้ 1 เท่าสูงสุดที่ 20,000 บาท แบ่งเป็น
1) การใช้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และได้รับใบกำกับภาษีรูปแบบกระดาษหรือ e-tax ไม่เกิน 10,000 บาท
2) การใช้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม และได้รับใบกำกับภาษี e-tax เพิ่มอีก 10,000 บาท
Implication
มองบวกต่อ outlook ของ MAGURO เรามีมุมมองเป็นบวกจากประเด็นข้างต้น โดยโครงการเที่ยวดีมีคืนจะช่วยหนุนให้ผู้บริโภคใช้บริการร้านอาหารมากขึ้น อีกทั้ง MAGURO มีแบรนด์หลากหลายตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และมีสาขารวม 53 สาขา (ณ สิ้น 4Q25) เรากำไรสุทธิ 4Q25E เดินหน้าทำ All Time High ต่อ โดยเราประเมินกำไรอยู่ในกรอบ 40-45 ล้านบาท โต YoY, QoQ จากรายได้ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่, SSSG ฟื้นตัว
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2025E-26E เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2025E ที่ 145 ล้านบาท (+50% YoY) เรามองว่ากำไรปี 2025E มี upside จากรายได้แบรนด์ใหม่และ SSSG ที่ดีกว่าคาด และคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026E ที่ 178 ล้านบาท (+23% YoY) หนุนโดย 1) รายได้ทำ All Time High ต่อเนื่องจากการขยายสาขา 15 สาขา เปิดแบรนด์ใหม่ และ SSSG ขยายตัวและ 2) GPM ทรงตัวระดับสูง YoY
Valuation/Catalyst/Risk
เราคงราคาเป้าหมายที่ 33.00 บาท อิง 2026E PER 23.5x เราชอบ MAGURO จาก 3 ปัจจัย ดังนี้ 1) ธุรกิจร้านอาหาร Full-Service ไทยยังเติบโตดี, 2) MAGURO มี brand portfolio แข็งแกร่ง พร้อมแผนเปิด แบรนด์ใหม่ปีละ 2-3 แบรนด์ และยังมีโอกาสขยายสาขาอีกมากจาก penetration rate ที่ยังต่ำเมื่อเทียบคู่แข่ง และ 3) Valuation ยังไม่แพง เทียบกับกำไรปี 2025E–26E ที่คาดทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง พร้อมมี upside จากแบรนด์ใหม่และ GPM ที่สูงกว่าคาด