SET Outlook
ดัชนีฯมีสัญญาณ rebound หลังลงมาหนัก และตลาดต่างประเทศทยอยฟื้นตัวเมื่อคืนที่ผ่านมา
ปัจจัยในประเทศ
• การเมืองไทย: ยังอยู่ในโหมดรอความชัดเจนประเด็นคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้บนบัตรเลือกตั้ง คาดในสัปดาห์นี้จะได้เห็นว่าเรื่องจะไปถึงศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากมีมูลความผิดจริง มีโอกาสที่การเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ แต่เรายังเชื่อว่าจะเป็นการเอาผิดที่ตัวบุคคลจะเป็นไปได้มากกว่า ระหว่างนี้หากไม่มีคำสั่งยุติใดๆ ออกมา การจักตั้งรัฐบาลสามารถทำได้ตามปกติ
• หุ้นไทยลบ 100 จุด: ดัชนีหุ้นไทยดิ่งลง 8% ในช่วงเช้าวานนี้ จน ตลท. สั่งใช้ Circuit Breaker หยุดการซื้อขายชั่วคราว 30 นาที ตลาดตกใจเทขายหุ้นหลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางกดดันต้นทุนพลังงาน SET Index ตกลง 2 วันทำการรวมกว่า -150 จุด หลังจาก่อนหน้านี้ปรับขึ้นมากว่า +250 จุด มีความเป็นไปได้ที่การการดิ่งลงของหุ้นไทย จะทำให้จบขาลงของรอบนี้ได้ไว
• ตลาดหุ้นปรับลงมามาก ในช่วงฤดูกาลขึ้นเครื่องหมาย “XD” เรามองเป็นจังหวะในการซื้อหุ้นที่มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ 1) กำไร+อนาคต ดี 2) เงินปันผลดี สม่ำเสมอ 3) ถ้าธุรกิจตอนนี้ไม่ดี ก็กำลังฟื้นตัว
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นนี้ที่ระดับ 31.49 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากช่วงเปิดตลาดตอนเช้าที่ระดับ 31.64 บาท/ดอลลาร์ ...... ทั้งนี้ ทิศทางของเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวสอดคล้องกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค ท่ามกลางความกังวลว่าสงครามในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อและส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น
• กระแส Fund Flow : นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้น 1,053 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ 1,331 ล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์อิหร่าน: ตลาดกังวลในประเด็นการขนส่งน้ำมันและ Gas ต้นทุนสูงขึ้น เป็นปัจจัยกดดันเงินเฟ้อทั่วโลกให้สูงขึ้นได้ รวมถึงอาจเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมัน/น้ำมันแพง ติดตามการแต่งตั้งผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน จะเลือกทางออกแบบสู้ต่อหรือยอมถอย หากเลือกสู้จะเป็นลบกับตลาดทั่วโลกอย่างมากอีกครั้ง นักลงทุนจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างมากเพื่อไปถือสินทรัพย์ปลอดภัย หากความขัดแย้งยังยืดเยื้อต่อไป เงินเฟ้อจะเป็นตัวกดดันธนาคารกลางต่าง ๆ ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้
• น้ำมันดิบ: ราคาน้ำมันดิบยังยืนระดับสูงต่อ เนื่องจากความกดดันจากช่องแคบฮอร์มุสที่ตกอยู่ในสภาวะเป็นอัมพาต โดยนักวิเคราะห์มองว่าอาจมีโอกาสแตะระดับ 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหากการปิดเส้นทางยืดเยื้อ
• การประชุมจีน: จีนเริ่มต้นการประชุม "สองสภา" โดยมีสภาที่ปรึกษาทางการเมือง (CPPCC) และสภาประชาชนแห่งชาติ (NPC) เพื่อกำหนดเป้าหมายเศรษฐกิจปีนี้และแผนพัฒนาเศรษฐกิจฉบับที่ 15 ติดตามการประกาศแนวทางมาตรการกระตุ้นของจีนรวมถึงทิศทาง GDP ปีนี้ ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลด เป้าหมายการเติบโตของ GDP ลงเหลือ 4.5-5% .... การกระตุ้นเศรษฐกิจของจีนจะบวกกับหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี, เดินเรือ และLogistic
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• TH - CPI YoY; (คาดการณ์: --, ครั้งก่อน: -0.66%)
• TH - CPI Core YoY; (คาดการณ์: --, ครั้งก่อน: 0.60%)
• US - Initial Jobless Claims; (ครั้งก่อน: 212k)
Strategy
• ทิศทางตลาด มีโอกาสฟื้นตัว หลังปรับตัวลงมามาก มีข่าวในเชิงบวก(เรื่องอิหร่านจะขอเจรจา) และดัชนีฯ ปิด gap แถวๆ 1360 จุดไปแล้ว โดยจุด peak ของสงคราม ใกล้เข้ามาทุกขณะ จึงควรเริ่มมองหาหุ้นที่จะเข้าไปช้อนซื้อไว้บ้าง
• กลยุทธ์ลงทุน ตลาดลงมาแรงจนกระทั่ง แรงจูงใจที่จะซื้อหุ้น เริ่มมากกว่าที่จะถือ “เงินสด” ไว้ แต่คงต้องรอให้มีสัญญาณซื้อกลับ สังเกตุจากตลาดต่างประเทศ หรือข่าวเรื่องสงคราม หรือถ้าจะดูที่ดัชนีฯ ถ้ากลับขึ้นมายืนเหนือ 1400 จุดได้ แสดงว่าความกังวลได้ลดลงแล้ว
• ตลาดน่าจะกลับมาให้ความสนใจในข่าว เปิดทางประชาชนและภาคธุรกิจหักลดหย่อนภาษีจากการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา สูงสุด 200,000 บาท เริ่มใช้สิทธิ์ตั้งแต่ 3 มีนาคม 2569 - 31 ธันวาคม 2571 ... มีหุ้นที่ได้ประโยชน์ หลายตัว อาทิ GUNKUL, SENA, WHA, SYNEX
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ DELTA*, CPAXT, ADVANC*, BGRIM* เข้ามา หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย DELTA*(10%), CPAXT(10%), ADVANC*(10%), BGRIM*(10%), PTTEP(20%), KKP(10%),KTB(10%)
Technical : DELTA, ADVANC
News Comment:
( + ) หุ้นลงแรง พื้นฐานดี มีโอกาสฟื้นตัวโดดเด่น
( + ) CPAXT (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท) ทุ่ม 1.3 หมื่นล้านบาท รุกตลาดค้าปลีกพรีเมียม คาดดีลเเล้วเสร็จ ภายใน 4Q26E
( 0 ) AOT (ซื้อ/เป้า 60.00 บาท) เปิดผลกระทบตะวันออกกลาง 28 ก.พ.-4 มี.ค. ยกเลิกเที่ยวบินกระทบผู้โดยสารเกือบ 5 หมื่นคน
Company Update:
( 0 ) PTG (ซื้อ/เป้า 11.50 บาท) คาดกำไร non-oil ช่วยชดเชย marketing margin ที่อ่อนตัวใน 1Q26E
( 0 ) NEO (ซื้อ/เป้า 27.00 บาท) Outlook ยังเป็นไปตามคาด
( 0 ) HMPRO (ถือ/เป้า 7.00 บาท) กำไร 2026E ฟื้นเล็กน้อย จาก Private brand หนุน GPM ขยายตัว