SET Outlook
คาดว่าดัชนีฯ จะแกว่งตัวในกรอบและอาจเผชิญแรงขายทำกำไรระยะสั้นเมื่อดัชนีทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,320-1,330 จุด แม้ความกังวลเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปจะลดลงหลังทรัมป์ระบุว่าจะไม่ขึ้นภาษีและเน้นเจรจากรณีกรีนแลนด์ ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น แต่ค่าเงินดอลลาร์ที่กลับมาแข็งค่าอาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงและชะลอการไหลเข้าของ Fund Flow ในภูมิภาคเอเชีย
ปัจจัยในประเทศ
• เทเลนอร์ขายหุ้น TRUE: เทเลนอร์ (Telenor Thailand Investments Pte. Ltd.) ตกลงขายหุ้น TRUE สัดส่วน 24.95% มูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านบาทให้กลุ่มคุณศุภชัยเพื่อมุ่งเน้นธุรกิจนอร์ดิก ส่งผลให้กลุ่มซีพีกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีอำนาจบริหารสูงสุดพร้อมดันไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีดิจิทัลของอาเซียน …. การร่วงลงของราคาหุ้น TRUE เกือบ 15% มีผลต่อดัชนีฯ ราว -4.9 จุด อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น แต่เรามองว่าเนื่องจากเป็นผู้ถือหุ้นกลุ่มเดียวกัน และ TRUE มีกำไรและเริ่มจ่ายเงินปันผลแล้ว ผลกระทบนี้คาดว่ามีผลต่อราคาเพียงช่วงสั้นๆ ยกเว้นเสียแต่ว่า กำไรในอนาคตของ TRUE จะมีการเปลี่ยนแปลงจากดีลนี้ จึงจะมีผลต่อราคาอย่างจริงจัง
• Fund Flow: ปิดวานนี้ (22 ม.ค.) นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 246 ล้านบาท (SET+MAI), ส่วนตลาดตราสารหนี้นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 4,222 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 31.39/40 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่า จากช่วงเช้าที่เปิดระดับ 31.32 บาท/ดอลลาร์ โดยเป็นการเคลื่อนไหวอ่อนค่าตามทิศทางภูมิภาค เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่าหลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าจะไม่ขึ้นภาษีประเทศฝั่งยุโรปและจะเน้นการเจรจาแทนการเผชิญหน้าในกรณีกรีนแลนด์ สำหรับกรอบความเคลื่อนไหวในวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 31.30 - 31.50 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สหรัฐฯ-ยุโรป (Greenland Issue): ทรัมป์ประกาศยกเลิกคำขู่ขึ้นภาษียุโรปหลังบรรลุ "กรอบข้อตกลง" เรื่องกรีนแลนด์ ช่วยลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า
• การประชุม BOJ: ติดตามผลการตัดสินใจในวันนี้ โดยธนาคารกลางญี่ปุ่นยังมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.75% เพื่อประเมินผลจากนโยบายครั้งก่อนและสถานการณ์เงินเยนที่อ่อนค่า ตลาดยังจับตาถ้อยแถลงของผู้ว่าการอุเอดะและประมาณการเศรษฐกิจชุดใหม่เพื่อหาจังหวะปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปหากกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นไปตามคาดการณ์
• ราคาทองคำ: โกลด์แมน แซคส์ ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาทองคำปลายปี 2569 สู่ 5,400 ดอลลาร์จากความเสี่ยงนโยบายมหภาค นักลงทุนเอกชนและธนาคารกลางหันมาถือครองทองคำเพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการด้อยค่าของสกุลเงินหลัก ขณะที่ราคาทองชะลอความร้อนแรงลงจากท่าทีเชิงบวกของปธน. ทรัมป์ที่มีต่อกรีนแลนด์มากขึ้น
ปัจจัยสัปดาห์หน้า
• สรรหาประธาน Fed คนใหม่: ทรัมป์เริ่มพิจารณาผู้สมัครประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ที่พร้อมดำเนินนโยบายลดอัตราดอกเบี้ย การคัดเลือกมีความท้าทายเรื่องความเป็นอิสระของ Fed โดยทรัมป์พิจารณาแล้วเหลือ 2 แคนดิเดตที่เข้าตา ได้แก่ Rick Rieder และ Kevin Warsh และอาจประกาศเพียงรายชื่อเดียวในสัปดาห์หน้า ขณะที่ Kevin Hassett จะให้ปฏิบัติหน้าที่ในทำเนียบขาวต่อไป
• การประชุม FOMC: การประชุม FOMC ในวันที่ 28-29 ม.ค.นี้ โดย Bloomberg Survey การตัดสินคงดอกเบี้ยนโยบายระดับ 3.50% - 3.75% ดังเดิม การตัดสินใจครั้งนี้มีความสำคัญอย่างมากท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายบริหารที่ต้องการให้มีการลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว และความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางในการดำเนินนโยบาย รวมถึงสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังเป็นตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• US - S&P Global US Manufacturing PMI งวด ม.ค. P; (คาดการณ์: 50.87, ครั้งก่อน: 51.8)
• US - U. of Mich. Sentiment งวด ม.ค. F; (คาดการณ์: 54, ครั้งก่อน: 54)
• JN - BOJ Target Rate (มติอัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางญี่ปุ่น); (คาดการณ์: 0.75%, ครั้งก่อน: 0.75%)
• MSCI เตรียมปรับเกณฑ์การคำนวณ Free Float ใหม่ให้เข้มงวดขึ้น (รู้ผล 30 ม.ค. 2026 / มีผล พ.ค. 2026)
Strategy
• ดัชนีฯ มีโอกาส Rebound ช่วงสั้น แต่หากไม่ผ่านแนวต้าน 1,320-1,330 จุด แนะนำให้ทยอยขายทำกำไรเพื่อรอรอบใหม่ เนื่องจากราคาหุ้นหลายตัวปรับขึ้นมาค่อนข้างมากและเร็ว
• เน้นเลือกลงทุนรายตัว (Selective Buy) ในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หรือหุ้นที่ Laggard
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ BDMS*, GLOBAL, CBG, CCET*, MTC*, AOT ออกจากพอร์ต และนำ SCB เข้ามาแทน รวมทั้งเพิ่มน้ำหนักหุ้น TRUE* จาก 10% เป็น 20% ด้วย หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย SCB(10%), TRUE*(10%)
Technical : TURBO, MINT
News Flash:
( + ) CENTEL (ซื้อ/เป้า 36.00 บาท) 4Q25 RevPAR โตดีถึง +12% YoY
( + ) CBG (ซื้อ/เป้า 56.00 บาท) ตั้งเป้า Market share 32% ในปี 2026E
Company Update:
( + ) KKP (ซื้อ/เป้า 77.00 บาท) เป้าปี 2026E โตได้ต่อ; คาด 1Q26E โต YoY/QoQ ได้ต่อเนื่อง
( + ) PLANB (ซื้อ/เป้า 5.50 บาท) กำไร 4Q25E ทำสถิติสูงสุดใหม่จากรายได้ทำ ATH
( - ) PTTGC (ปรับลงเป็น ขาย/เป้า 21.00 บาท) คาดขาดทุนสุทธิต่อเนื่องใน 4Q25E; ราคาสะท้อนความคาดหวังสูง
( 0 ) TTB (ถือ/เป้า 2.00 บาท) เป้าหมายปี 2026E ยังอยู่ในกรอบที่เราประมาณการไว้