logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 7 JULY 26

SET Outlook
เราประเมินทิศทางดัชนีฯ แกว่งตัว Sideway ตอบรับตัวเลขเงินเฟ้อไทยที่ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของแบงก์ชาติ ประกอบกับมีเม็ดเงิน (Fund Flow) แรงซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติเข้ามาในตลาดหุ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีปัจจัย Overhang ที่อาจทำให้ดัชนีผันผวนจากการรอคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 9 ก.ค. นี้
ปัจจัยในประเทศ
• การเมืองและนโยบาย: สว. มีมติเห็นชอบผ่านร่าง พ.ร.บ. โอนงบประมาณ 1.03 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล ขณะที่นายกรัฐมนตรียืนยันว่าพร้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญปม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในวันที่ 9 ก.ค. นี้ ไม่ว่าผลจะออกมาในรูปแบบใดก็ตาม
• เศรษฐกิจและเงินเฟ้อ: ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ของไทยเดือน มิ.ย. ขยายตัว 2.42% YoY ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 2.7-2.87% ปัจจัยนี้หนุนมุมมองที่ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) อาจพิจารณาคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไป
• ท่องเที่ยวและการบิน: AOT ประสบความสำเร็จจากการเจรจาดึงสายการบิน Vietnam Airlines และ Flydubai ให้มาเปิดเส้นทางบินใหม่ เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาค ขณะที่ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมตั้งแต่ม.ค.-ก.ค. ทะลุ 16.21 ล้านคนแล้ว
• ความเชื่อมั่นนักลงทุน: ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า พุ่งอยู่ในเกณฑ์ "ร้อนแรง" ที่ระดับ 123.77 โดยนักลงทุนมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด
ปัจจัยต่างประเทศ:
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ (ชิปและเทคโนโลยี): หุ้นกลุ่มชิปและเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ปรับตัวฟื้นกลับมาได้ นำโดยความหวังในธีมการลงทุนด้าน AI หลังจากเผชิญแรงเทขายร่วงลงไปในช่วงสองวันที่ผ่านมา
• เศรษฐกิจสหรัฐฯ: ดัชนีภาคบริการของสหรัฐฯ (ISM Services) ประจำเดือน มิ.ย. ขยายตัวชะลอลงมาอยู่ที่ระดับ 54 ทว่าในส่วนของการจ้างงานเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้น ซึ่งเป็นผลจากแรงกดดันด้านต้นทุนที่ลดลง
• ความเคลื่อนไหวอุตสาหกรรม AI: รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเจรจาเพื่อขอเข้าถือหุ้น 5% ในบริษัท OpenAI ก่อนที่บริษัทจะทำการเสนอขายหุ้น IPO สะท้อนความพยายามในการเข้ามามีส่วนร่วมกับความมั่งคั่งทางเทคโนโลยี
• ภูมิรัฐศาสตร์ (นาโตและยูเครน): ประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมเข้าร่วมการประชุมสุดยอดนาโต (NATO) ที่ตุรกี และมีกำหนดการหารือกับประธานาธิบดียูเครนเพื่อหาทางยุติสงคราม ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดกับพันธมิตรยุโรปเรื่องงบประมาณกลาโหม
เจาะลึกข้อมูลผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย (Strategic Analysis)
• ทิศทางค่าเงินบาท: เงินบาทปิดตลาดมีทิศทางอ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับ 33.33/35 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นการอ่อนค่านำสกุลเงินอื่นในภูมิภาค สาเหตุหลักมาจากการย่อตัวของราคาทองคำและตัวเลขเงินเฟ้อของไทยที่ออกมาต่ำกว่าคาด ทิศทางเงินบาทที่อ่อนค่านี้ จะเป็น ปัจจัยบวกเชิงกลยุทธ์ ต่อกลุ่มส่งออก (Export) และกลุ่มอาหาร (Food) เช่น HANA, DELTA, TU เนื่องจากผู้ประกอบการจะมีรายได้สูงขึ้นเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคา แต่ในทางกลับกัน จะเป็น ปัจจัยลบ กดดันกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีภาระหนี้เป็นเงินสกุลดอลลาร์ (USD) รวมถึงกลุ่มสายการบินจากต้นทุนนำเข้าที่สูงขึ้น
• ทิศทางเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง: การที่เงินเฟ้อทั่วไปของไทยเติบโตต่ำกว่าคาด ถือเป็น ปัจจัยบวก ต่อกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Goods), กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (Property) และกลุ่ม Tech/Growth เนื่องจากสะท้อนถึงต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับลดลง หนุนให้อัตรากำไร (Margin) ของบริษัทจดทะเบียนฟื้นตัวดีขึ้น และช่วยเพิ่มกำลังซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ดี สภาวะเงินเฟ้อที่ต่ำลงจะเป็น ปัจจัยลบ ต่อกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) และกลุ่มเหมืองแร่ (Mining) ที่อาจเผชิญกับราคาขายสินค้าที่ลดลงตามไปด้วย
 
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): มูลค่าการซื้อขายรวม 66,131.05 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อขายสุทธิ (ซื้อสุทธิ) 748.93 ล้านบาท
• ตลาดตราสารหนี้: มูลค่าการซื้อขายรวม 71,125.52 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อขายสุทธิ (ขายสุทธิ) 830 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิด 33.33/35 บาท/ดอลลาร์
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event : 
• 9/7/2026, ศาลรัฐธรรมนูยลงมติ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท (TH), Surv= -, Prior= -
• 9/7/2026, TH Consumer Confidence (Jun), Surv= --, Prior= 49.5
• 9/7/2026, US FOMC Meeting Minutes (Jun-26), Surv= --, Prior= --
• 9/7/2026, CH CPI YoY (Jun), Surv= 1.14%, Prior= 1.20%
• 9/7/2026, CH PPI YoY (Jun), Surv= 3.94%, Prior= 3.90%
Strategy
• เราประเมินว่าตลาดยังเป็น “ขาขึ้น” และมีการ rotate หุ้น/Sector เกือบทุกวัน และรอ event สำคัญทางการเมือง คือ ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ พ.ร.ก. กู้เงินฯ ในวันที่ 9 ก.ค. ซึ่งจะมีผลต่อตลาดหุ้นไทยโดยตรง ทั้งในทางบวกและทางลบ
• กลยุทธ์ลงทุน: คาดนักลงทุนยังเข้าเก็งกำไรในหุ้นขนาดใหญ่ แบบ selective buy ส่วนวันที่มีการตัดสินคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ควรพิจารณาดูว่า ผลออกมาอย่างไรก่อน (ถ้าดีก็ซื้อต่อ ถ้าไม่ดีให้ขายทำกำไร)
• หุ้นที่อิงทางตรงต่อ พ.ร.ก.กู้เงิน: นอกจากจะมีผลต่อตลาดหุ้นไทยโดยตรงแล้ว หุ้นที่เกี่ยวข้อง อาทิ รับเหมาฯ , นิคมฯ, โรงไฟฟ้า , EV
• พอร์ตหุ้นแนะนำ: เรานำ BDMS*, CPN , IVL, KBANK ออก และนำ PTTEP, STA*, OR หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย PTTEP (10%), STA* (10%), OR (10%), GPSC*(5%), ADVANC(5%), PTT* (10%), , AOT (10%), GULF* (10%), KTB (10%), WHA* (10%)
Technical  : TIDLOR, KGEN
 
News Comment:
( + ) Energy (Neutral) ซาอุดิอาระเบียประกาศลดราคาขายสำหรับน้ำมันที่ส่งให้เอเชียในเดือน ส.ค.2026
 
News Flash:
( + ) CPN (ซื้อ/เป้า 72.00 บาท) เซ็นทรัลพัฒนา จับมือมิตซูบิชิ เอสเตท เปิดตัวโครงการ ‘CenTRal cENtrAL’
( + ) PLANB (ซื้อ/เป้า 5.50 บาท) PLANB เผยมีโอกาสซื้อหุ้น COM7 เพิ่มในอนาคต
 
Company Update:
( 0 ) PTTEP (ซื้อ/เป้า 180.00 บาท) คาดกำไรสุทธิ 2Q26E ที่โดดเด่น; 3Q26E ชะลอลงแต่ยังโต YoY

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์