logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 24 NOV 25

SET Outlook
คาดว่าจะยังคงมีความผันผวนในทางลบจากหลายตัวแปรที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ SET Index ปรับตัวลงมาอีกครั้ง และหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ดัชนีฯ อาจปรับตัวลงไปต่ำกว่าระดับ 1250 จุด ได้อีกครั้ง ในช่วงสัปดาห์นี้ ตัวแปรสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ การปรับสมดุลของดัชนี MSCI rebalance ในวันจันทร์, ทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ, ราคา Bitcoin, และความคืบหน้าของแผนสันติภาพเพื่อยุติสงครามยูเครน-รัสเซีย
ปัจจัยในประเทศ
• การเมืองไทย: ทิศทางการเมืองไทยเริ่มกลับมามีความอ่อนไหวอีกครั้ง เนื่องจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เริ่มมีท่าทีที่อาจจะยุบสภาเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบหรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พรรคประชาชน (ปชน.) ได้ระบุเงื่อนไขหลัก 3 ข้อสำหรับการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งรวมถึงการที่นายกฯ ไม่ยุบสภาภายในวันที่ 31 ม.ค. 2569 และการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่เสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ หากนายกฯ ตัดสินใจยุบสภา เช่น ในวันที่ 12 ธ.ค. โดยที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังไม่เสร็จสิ้น จะถือว่าขัดต่อเงื่อนไข MOA ที่ทำไว้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองนี้อาจเป็นปัจจัยที่เข้ามา กดดันตลาดหุ้น ในช่วงสัปดาห์นี้
• ธปท. เปิดช่องให้ลดดอกเบี้ย : นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่า  ธปท.  ระบุว่าค่าเงินบาทควรจะอ่อนค่าลงเพื่อให้สะท้อนกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และชี้ว่ายังมีช่องว่างสำหรับการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมได้ .....  เรามองว่า มีโอกาสที่การประชุม กนง. 17 ธ.ค.นี้ จะมีการปรับลดดอกเบี้ย จากปัจจุบันที่ 1.5% ดอกเบี้ยที่ลดลง แม้จะไม่ impact ต่อต้นทุนและเศรษฐกิจมาก แต่ดีต่อ sentiment ตลาด ขณะที่หุ้นธนาคาร อาจถูกมองในเชิงลบ (แต่วันนี้ หุ้นธนาคาร มีแรงหนุนจาก Dividend Yield ที่สุง คอยค้ำราคาหุ้นไว้)
• Fund Flow/เงินบาท:  นักลงทุนต่างชาติมีสถานะ ขายสุทธิ 3,187.71 ล้านบาท ในตลาดหุ้นไทย (SET+MAI) ในขณะที่ตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมีสถานะ ซื้อสุทธิ 1,314 ล้านบาท เงินบาทปิดตลาดเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ระดับ 32.47 บาท/ดอลลาร์ โดยปรับตัวอ่อนค่าลงตามราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง ทั้งนี้ ยอดถือครองตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติ ณ สิ้นสัปดาห์ (21 พ.ย.) ปรับลดลง 8,918 ล้านบาท
• MSCI Index Review: Rebalance หลังตลาดปิดวันนี้ โดยใช้ MSCI Standard Index ไม่มีหุ้นเข้า/ออก ขณะที่ MSCI Small Cap มีหุ้นเข้า คือ M ส่วนหุ้นออก มี 5 ตัว AAV, CKP, JTS, TPIPP, QH .... ระวังความผันผวนในหุ้นบางตัวที่ถูกปรับเพิ่ม/ลด น้ำหนัก จะมีความผันผวนมากกว่าปกติ
ปัจจัยต่างประเทศ:
• ตลาดหุ้นร่วงแรง : สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงแรงจากหลายเหตุผล ได้แก่ แรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่ม AI (นำโดย Nvidia ที่ร่วงลงอย่างหนักแม้จะมีผลประกอบการที่ดีกว่าคาด), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้, และโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะลดดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ลดลง แม้ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะดีดตัวกลับในวันศุกร์ แต่ก็ยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะมีการกลับตัวขึ้นจริง การร่วงลงของตลาดเผยให้เห็นถึงความเปราะบางของสินทรัพย์เสี่ยง (Crowded trades)
• แผนสันติภาพยูเครน-รัสเซีย: ข้อเสนอสันติภาพ  28 Point  ระหว่างทูตสหรัฐฯ และรัสเซีย (ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดี ทรัมป์) จะบังคับให้ยูเครนต้องยกดินแดนจำนวนมากที่รัสเซียยึดไป (เช่น ไครเมีย, ลูฮันสค์, โดเนตสค์ เป็นของรัสเซียโดยพฤตินัย) จำกัดขนาดกองทัพ และยุติความพยายามเข้าเป็นสมาชิก NATO แม้ว่าพันธมิตรของยูเครน (เช่น สหราชอาณาจักรและกรีซ) จะออกมาแสดงความเห็นว่าแผนนี้มีปัญหาและต้องได้รับความเห็นชอบจากยูเครน แต่ตลาดยังคงมองบวกกับข้อตกลงดังกล่าว .....  เรามองว่า เป็นเรื่องใหญ่ของสัปดาห์นี้ รองจากข่าวความกังวลต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ เนื่องจาก การยุติสงครามตามแผนนี้ รัสเซียได้เปรียบ(จบง่ายกว่า) และการยุติสงคราม ดีต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะยุโรป และทิศทางเงินเฟ้อ(ลดลง)
• ตลาด Cryptocurrency:  การที่ราคา Bitcoin ลดลงต่ำกว่า $86,000 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเม.ย. เป็นสัญญาณบอกว่า สินทรัพย์เสี่ยงทั้หลาย กำลังถูกขายทำกำไร ซึ่งจะส่งผลมาถึงตลาดหุ้นทั่วโลก หากราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงต่อ ทั้งนี้ ลูกค้าของ BlackRock ได้เทขาย Spot ETFs ของทั้ง Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH) รวมมูลค่า 175.7 ล้านดอลลาร์ในเซสชั่นการซื้อขายเดียว ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับตลาดเนื่องจากกระแสเงินทุนไหลเข้า ETF ยังคงแข็งแกร่งตลอดทั้งเดือน
• ทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ: หลังข้อมูลการจ้างงาน Nonfarm Payrolls ออกมาดีกว่าคาดเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน โอกาสการลดอัตราดอกเบี้ยของ Fed ในเดือนธ.ค. ลดลง ...  เรามองว่า ยังไม่หมดโอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ย หากตัวเลขการจ้างงานที่จะออกมาอีกครั้ง ก่อนประชุม FOMC  10 ธ.ค.หากออกมาไม่ดี จากภาวะ Government Shutdown ทาง Fed ก็อาจกลับลำมาลดดอกเบี้ยได้
• เศรษฐกิจญี่ปุ่น: รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงโควิด มูลค่ารวม 21.3 ล้านล้านเยน โดยมุ่งเน้นการบรรเทาผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งรวมถึงการอุดหนุนค่าไฟฟ้า/ก๊าซ และการแจกเงินสด คาดว่ามาตรการนี้จะช่วยหนุน GDP ได้เฉลี่ย 1.4% ต่อปี เป็นเวลา 3 ปี อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาผลกระทบต่อภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น และการที่เงินเยนอ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. (เกิน 157 เยนต่อดอลลาร์)
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• 24 พ.ย.: TH-Car Sales
• 25 พ.ย.: TH-Customs Exports YoY
• 25 พ.ย.: US-PPI Final Demand YoY
• 26 พ.ย.: US-Initial Jobless Claims
• 27 พ.ย.: CH-Industrial Profits YoY
Strategy
• การที่ SET index เมื่อวันศุกร์ ปรับตัวลดลง ถึง 27 จุด (แม้จะหัก DELTA ออกไป ก็ลบราว 12 จุด) ส่วนหนึ่งอาจมาจากความกังวลของนักลงทุนที่เราพูดถึง คือ ทิศทางการเมืองไทยเอง ว่ามีความไม่แน่นอนว่าอาจมีการยุบสภาก่อนเวลาที่รัฐบาลเคยบอกไว้ เข้ามากดดันตลาดในช่วงนี้  สัปดาห์นี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ว่าแค่พักตัวหรือลงต่อไปต่ำกว่า 1250 จุด
• กลยุทธ์: ชะลอการลงทุน  รอจังหวะซื้อกลับเมื่อดัชนีฯเริ่มกลับตัว
• หากตลาดมีความไม่แน่นอน จะทำให้หุ้นกลุ่ม High Dividend ได้รับความสนใจมากขึ้น หุ้นธนาคาร(SCB, TTB, TISCO)  หรือ หุ้น ADVANC
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เราคงหุ้นทั้งหมดไว้  หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย MINT(10%),  CPALL*(10%), MTC*(10%), SCB(10%)
Technical  BA, GLOBA
 
News Comment:
( 0 ) Ground Transport (Neutral) ก.คมนาคมเตรียมเสนอมาตรการรถไฟฟ้า 40 บาทสายสีม่วง-แดง เข้า ครม. วันพรุ่งนี้
 
News Flash:
( - ) Bank (Overweight) สินเชื่อ ต.ค. 25 ลดลง -0.8% MoM จากสินเชื่อภาครัฐเป็นหลัก
 
Results Review:
( + ) AOT (ถือ/เป้า 38.00) กำไร 4QFY25 ดีกว่าคาด จากการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี
 
Company Update:
( + ) CK (ซื้อ/เป้า 23.50 บาท) แนวโน้มปี 2026E ดีตามคาด, ผลกระทบถนนทรุดปัจจุบันยังจำกัด

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์