SET Outlook
- ดัชนีฯ ยังอยู่ในโหมด rebound จับตาตัวเลขเงินเฟ้อ(สหรัฐฯ) และมาตรการเศรษฐกิจจีน ว่าจะดันดัชนีฯ ให้ผ่าน 1396 จุด ได้หรือไม่
- แนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ Fed และธนาคารกลางอื่นๆ ที่นักลงทุนปักธงว่า เร็วสุด มิ.ย. และผลการประชุม NPC ของจีน น่าจะทำให้มีการออกมาตรการฟื้นเศรษฐกิจออกมา.... ส่วนของไทย การตอบรับต่องบการเงินผ่านไปแล้ว จึงคาดว่าความผันผวนจากเรื่องนี้จะลดลง
- ตลาดพันธบัตร+หุ้น ทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดเกิดใหม่ กำลังเก็งในเรื่อง ธนาคารกลางต่างๆ จะทยอยลดดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย.(ไม่รอ Fed) ซึ่งจะทำให้เราเห็น Fund Flow ไหลเข้ามาในภูมิภาคนี้
- การประชุม NPC ของจีน มีสัญญาณว่า จีนเตรียมออกมาตรการด้านเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้น และแก้ปัญหาออกมา คาดจะมีความเป็นรูปธรรมในอีกไม่นาน.....สัปดาห์นี้ ธนาคารกลางของจีน จะมีการประชุมดอกเบี้ย ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะมีการลดดอกเบี้ย หรือปรับลด RRR อีกครั้ง หุ้นไทย ที่จะได้ประโยชน์จากจีนฟื้นตัว กลุ่มแรกๆ คือ กลุ่มเดินเรือ (PSL)
- สถานการณ์ตะวันออกกลาง ติดตามความคืบหน้าในการเจรจา เพื่อหยุดยิงระหว่าง อิสราเอล-ฮามาส หากสำเร็จ จะเป็นบวกต่อตลาดหุ้นโดยตรง
- สัปดาห์นี้ (11-15 มี.ค.) จะมีหุ้นขึ้น “XD” ราว 120 ตัว มีผลต่อดัชนีฯ -3.0 จุด (หากราคาหุ้นลดลงเท่ากับเงินปันผล) ... สำหรับหุ้นที่จะมีการขึ้น “XD” ในฤดูกาลนี้ จะมีผลกระทบต่อดัชนีฯ ประมาณ 18 จุด (ไม่ต่างจากอดีตมากนัก)
- สัปดาห์นี้ จะมีการ rebalance ของ ดัชนี FTSE 2 ดัชนี คือ FTSE Global Equity Index Series และ FTSE/ASEAN 40 Index โดยใช้ราคาปิดวันที่ 15 มี.ค. จะทำให้ราคาหุ้นที่เกี่ยวข้อง มีความผันผวนในช่วง 2 วันก่อนหน้า และวันหลังจาก rebalance อีก 1 วัน
- Event และตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ : ตัวเลข GDP 4q ของญี่ปุ่น(11) คาด -0.4% qoq เป็น 0.9% qoq , ตัวเลข เงินเฟ้อของสหรัฐฯ CPI(12) คาด 3.1% เป็น 3.08% yoy, ตัวเลข PPI ของสหรัฐฯ (14) เดือนก่อน 0.9% yoy และประชุมดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีน คาดลด 2.5% เหลือ 2.47%
Strategy
- ตลาดได้แรงหนุนจาก การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ ในปีนี้ (เร็วสุด มิ.ย.) ส่งผลให้มีเม็ดเงินกลับมาเข้าซื้อหุ้น โดยปีนี้ 3 sector ที่กำไรดีปีนี้ ธนาคาร ท่องเที่ยว โรงพยาบาล ซึ่งเราได้เลือกหุ้นที่อยู่ใน 3 กลุ่มนี้เป็นหลักในการแนะนำลงทุนมาระยะหนึ่งแล้ว
- แผนการเทรด มีจุด check point ขาขึ้นไว้ 2 จุด คือ 1396 และ 1404 จุด ส่วนขาลง คือ 1380 , 1376 และ 1362 จุด
- Theme ลงทุน หลักปีนี้ คือ หุ้นที่มีการจ่ายเงินปันผลสูง เราแนะนำ SCB, TISCO , DMT และ PTT
- หุ้นที่กำไรและแนวโน้มหุ้นที่ยังดี ให้หาจังหวะเข้าซื้อ มีตัวเลือก 6 ตัว คือ PLANB, HMPRO, GLOBAL, WHA, SJWD, AOT และ BDMS
- หุ้นที่ราคาลงมาลึกๆ วันนี้เราเลือก AP, BH, KCE, ADVANC, TU และเพิ่ม PSL เพื่อเก็งในเรื่องมาตรการเศรษฐกิจของจีน
- หุ้นในพอร์ตวันนี้ เราคงหุ้นเดิมไว้ทั้งหมด หุ้นในพอร์ตประกอบไปด้วย KCE(10%), WHA(10%), ICHI(10%)
* เป็นหุ้นที่ทาง DAOL ไม่ได้มีการทำบทวิเคราะห์
Technical : RCL, TASCO
Company Update:
( + ) AAV (ซื้อ/เป้า 3.00 บาท) 2024E ผู้โดยสารและค่าตั๋วเพิ่ม, อินเดียมีโอกาสเพิ่มโควต้าการบิน
( 0 ) BAFS (ถือ/เป้า 26.50 บาท) เป้าปี 2024E ฟื้นใกล้เคียงเราคาด, เซ็นสัญญาเชื่อมท่อ NFPT 2Q24E