SET Outlook
: ตลาดยังไปต่อได้ยาก จากหุ้นนำของตลาดยังมีการขายกันออกมา และตลาดกำลังรอข่าวบวกใหม่ๆ รวมทั้งรอดูการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ นอกจากนี้ สถานการณ์ตะวันออกกลางที่มักจะมีเรื่องที่ไม่คาดคิดในช่วงวันหยุด กลายเป็นความเสี่ยงที่ประเมินได้ยาก
ปัจจัยในประเทศ
• มาตรการเศรษฐกิจรัฐบาล : “ศุภจี”ประกาศลุย 5 นโยบายหลัก รับมือวิกฤต ดันไทยช่วยไทยเฟส 2 นำสินค้าราคาถูกขายผ่านที่ว่าการอำเภอ 878 แห่ง ขายผ่านตลาด 1,000 แห่ง ร้านค้ากองทุนหมู่บ้าน พ่วงรถเร่เจาะเข้าถึงพื้นที่ห่างไกล ดีเดย์ 1 พ.ค.นี้ พร้อมดูแลสินค้าเกษตร ตั้งแต่ต้น กลาง ปลายน้ำ สร้างความเข้มแข็ง SME สร้างสมดุลส่งออก ทั้งขายสหรัฐฯ จีน บุกตลาดใหม่ นำเทคโนโลยีช่วยงานบริการประชาชน …. รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีก (Commerce) และสินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer) เนื่องจากเงินอัดฉีดเข้าระบบจะช่วยกระตุ้นการบริโภค หุ้นที่ได้ประโยชน์ อาทิ CPALL, CPN
• Rating ธนาคารไทย 7 แห่ง : ผลจากการที่ Moody’s ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ของประเทศไทยจาก ‘Negative’ มาเป็น ‘Stable’ ทำให้เมื่อ 22 เม.ย. ทาง Moody’s มีการปรับมุมมองความน่าเชื่อถือ ของสถาบันการเงินไทย 7 แห่ง จาก "เชิงลบ (Negative)" ขึ้นมาเป็น "มีเสถียรภาพ (Stable)" ด้วย ได้แก่ BBL, EXIMT, KBANK, KTB, SCB, SCBX และ TTB พร้อมทั้งคงอันดับความน่าเชื่อถือ (Rating) เดิมของทุกแห่งไว้
• ค่าเงินบาท: ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 32.44/46 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งปรับตัวอ่อนค่าลงจากช่วงเช้า ทิศทางของเงินบาทและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาคเคลื่อนไหวไปในลักษณะเดียวกัน โดยได้รับแรงกดดันจาก ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
• ปริมาณการซื้อขายนักลงทุนต่างชาติ: นักลงทุนต่างชาติมีสถานะ ขายสุทธิรวม 3,087 ล้านบาท ขณะที่ ตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมีสถานะ ขายสุทธิ 2,827 ล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง: สหรัฐฯ ขยายเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปโดยไม่มีกำหนด เพื่อรอให้อิหร่านยื่นข้อเสนอสันติภาพใหม่ ขณะที่อิหร่านปฏิเสธที่จะเจรจาหากสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมทางทะเล ล่าสุดกองกำลังสหรัฐฯ ได้เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันอิหร่านชื่อ "Majestic X" ในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปจีน สถานการณ์ความตึงเครียดที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ….. ราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น เป็นบวกโดยตรงต่อกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันและขุดเจาะ (PTTEP, PTT) รวมถึงผู้ผลิตปิโตรเคมีขั้นต้น แต่จะเป็นลบต่อต้นทุนของกลุ่มสายการบิน (AAV, BA), โลจิสติกส์, ค้าปลีก และผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรม
• เข้าสู่ช่วง Earning Season : หุ้นโลกปรับตัวผันผวนจากการที่การเจรจาสันติภาพยังคงชะงักงันและราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น นักลงทุนหันมาให้ความสนใจกับการรายงานผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ เช่น SK Hynix ที่รายงานกำไรพุ่งขึ้น 5 เท่า แต่ตลาดเริ่มตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของความต้องการชิป AI
• US Jobless Claims: จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) ของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6,000 ราย มาอยู่ที่ 214,000 รายในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 18 เม.ย. ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 210,000 ราย แต่ยังคงสะท้อนระดับที่สอดคล้องกับความมั่นคงของตลาดแรงงาน
• JPMorgan นำพันธบัตรฟิลิปปินส์เข้าคำนวณในดัชนี: JPMorgan Chase ระบุว่าจะนำพันธบัตรรัฐบาลสกุลเงินเปโซเข้าคำนวณในดัชนีตลาดเกิดใหม่ (Government Bond Index-Emerging Markets) ในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนต่างชาติได้ราว 5,000 - 6,000 ล้านดอลลาร์เข้าสู่ตลาดฟิลิปปินส์
• ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในเอเชีย: จีนใช้กลยุทธ์ปิดกั้นน่านฟ้า เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ประธานาธิบดีไต้หวันเดินทางเยือนประเทศพันธมิตรในแอฟริกา สะท้อนถึงการยกระดับการปิดล้อมทางการทูต
• ญี่ปุ่นเตรียมรับมือเงินเยนอ่อนค่า: รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่นเน้นย้ำว่าทางการญี่ปุ่นและสหรัฐฯ มีการติดต่อกันอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมพร้อมดำเนินมาตรการแทรกแซง หากค่าเงินเยนถูกเทขายจากการเก็งกำไรจนอ่อนค่าเข้าใกล้ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• US: รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U. of Mich. Sentiment) รอบสุดท้ายของเดือนเมษายน (Apr F)
• รายงานตัวเลขส่งออกของไทย คาด +11.5% yoy (เดือนก่อน 9.9%)
Strategy
• ด้วยแรงขายวานนี้ เจาะจงไปที่หุ้นใหญ่ ทั้งที่มีข่าวและไม่มีข่าว สวนทางกับตลาดต่างประเทศที่ดีจากความกังวลในเรื่องสงคราม และการส่งงบที่ออกมาดี จึงมองว่าตลาดไทย อาจมีปัจจัยที่มากดดันเฉพาะตลาด จึงทำให้มีแรงขายออกมาแบบที่เห็นกัน (ลงมากกว่าตลาดอื่น)
• กลยุทธ์ลงทุน หุ้นธนาคาร ที่ราคาลงมาหลัง “XD” ค่อนข้างแรง อาทิ SCB, KTB, KBANK น่าสนใจในการเข้า lock yield ในขณะที่ราคาหุ้นหลายตัวที่ลงมาตามตลาด(ผิดปกติ) อาจเลือกขายเพื่อลดความเสี่ยง ก่อนเข้าวันหยุด
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ CPN, BGRIM*, COM7* ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย CCET*(10%), WHA*(10%), AOT(10%), BA*(15%), SCB(10%), ADVANC*(10%)
Technical : TIDLOR, SMO
News Comment:
( + ) Bank (Overweight) Moody's ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือ 7 สถาบันการเงินไทย
( - ) Energy (Neutral) EPPO มีมติลดค่าการกลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 5.00 บาท มีผลวันนี้; OFFO ปรับลดราคาดีเซล 1.50 บาท
Company Update:
( + ) KLINIQ (ซื้อ/เป้า 31.00 บาท) กำไร 1Q26E ทำ All Time High จากรายได้ที่โตต่อเนื่อง
( - ) NEO (ปรับลงเป็นถือ/ปรับเป้าลงเป็น 18.00 บาท) คาดกำไร 1Q26E ชะลอตัวแรงจาก SG&A ที่สูง
( - ) CBG (ปรับลงเป็นถือ/ปรับเป้าลงเป็น 40.00 บาท) กำไรปกติ 1Q26E ชะลอตัว YoY จากรายได้ต่างประเทศลดลง
( 0 ) TOP (ซื้อ/เป้า 50.00 บาท) คาดกำไร 1Q26E ที่แข็งแกร่ง; Overhang ใหม่จาก policy risk