SET Outlook
คาดดัชนีฯ ผันผวน แม้จะมีแรงซื้อหุ้นน้ำมันและธนาคารเข้ามา แต่นักลงทุนบางส่วนอาจเลือกขายทำกำไรก่อนเข้าสู่วันหยุด หลังสถานการณ์ตะวันออกกลาง (สหรัฐฯ-อิหร่าน) ยังไม่น่าวางใจ รวมทั้งแรงขายหุ้น Tech ในตลาดโลกที่ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความกังวลเรื่องความคุ้มค่าในการลงทุน AI …. เราประเมินทิศทางดัชนีฯ ในวันพรุ่งนี้มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบจำกัด เพื่อรอดูความชัดเจนของทิศทางดอกเบี้ยและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงสุดสัปดาห์
ปัจจัยในประเทศ
• กพช. ประชุมวาระพลังงาน: นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เรามองว่าเป็น Sentiment บวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าและอาจมีการหารือเพื่อรองรับการเติบโตของ Data Center ในไทย
• TRUE นำทีม Big Lot:* ตลาดหุ้นไทยพบการซื้อขายบิ๊กล็อต 26 หลักทรัพย์ โดย TRUE* มีมูลค่าสูงสุด 343.75 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 13.75 บาท/หุ้น
• PTTGC รุก Digital 3 Smarts: PTTGC ตั้งเป้าเพิ่ม EBITDA สะสม 300 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2573 โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับประสิทธิภาพการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน
• บลจ.วรรณ ขอยืดคืนเงินกอง ONE-LS4: บลจ.วรรณ เตรียมขอผู้ถือหน่วยขยายเวลาชำระคืนเงินกองทุน ONE-LS4-UI ไปอีก 5 ปี หลังกองทุนหลักในสหรัฐฯ ขาดสภาพคล่องชั่วคราว ลุกลามถึง 4 กองทุน มูลค่ารวม 7 พันล้านบาท
• GROREIT ขีดเส้น ROH ส่งมอบโรงแรม: กองทรัสต์ GROREIT ให้เวลา ROH ส่งมอบโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ภายใน 30 วัน เตรียมดึง Starwood เข้าบริหารแทน และเล็งเปิดประมูลขายหลังมีนักลงทุนสนใจ 8 ราย
• ผู้นำเมียนมาเตรียมเยือนไทย: ประธานาธิบดีเมียนมา มิน อ่อง หล่าย จะเยือนไทยต้นเดือน ส.ค. นี้ เพื่อหารือกับนายกฯ อนุทิน ประเด็นมลพิษแม่น้ำกก การเผาป่า และความมั่นคง
• ไทยผงาดดาวรุ่ง Supply Chain โลก: Verisk Maplecroft เผยไทยเป็นหนึ่งในดาวรุ่งของห่วงโซ่อุปทานโลกปี 2569 จากความเสี่ยงที่ลดลงด้านความเปิดกว้างของตลาดและสิทธิแรงงาน
ปัจจัยต่างประเทศ:
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับลดลง: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง สวนทางกับดราฟต์เดิม จากแรงเทขายในกลุ่มชิปและเทคโนโลยี หลังนักลงทุนเริ่มกังวลว่าเม็ดเงินลงทุนมหาศาลใน AI อาจยังไม่สะท้อนกลับมาเป็นกำไรที่คุ้มค่าในเร็วๆ นี้
• ตลาดหุ้นเอเชียจ่อร่วงตามสหรัฐฯ เซ่นพิษเทขายหุ้นชิป: ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในเช้าวันนี้ หลังจากดัชนี S&P 500 ปิดตลาดปรับตัวลดลง 0.5% (มาอยู่ที่ 7,533.89 จุด) และดัชนี QQQ ดิ่งลงอย่างรุนแรง จากแรงเทขายอย่างหนักในกลุ่มหุ้นผู้ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขนาดใหญ่
• Dollar Index และ Bond Yield ดีดตัวรับสงคราม: ดัชนีสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (Bloomberg Dollar Spot Index) ปรับตัวแข็งค่าขึ้น มาอยู่ที่ 100.7 สอดคล้องกับทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่ขยับเพิ่มขึ้น 1.2 bps แตะระดับ 4.56% เนื่องจากสถานการณ์สู้รบในอิหร่านที่รุนแรงขึ้นกระตุ้นแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนตัวลงมาซื้อขายที่ระดับ 162.41 เยน/ดอลล่าร์
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง - สหรัฐฯ เปิดฉากถล่มอิหร่านต่อเนื่องเป็นคืนที่ 6: สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความรุนแรงและมีโอกาสที่จะขยายวงกว้าง (De-escalation chances fade) หลังจากกองทัพสหรัฐฯ (U.S. Central Command) เดินหน้าเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่เป้าหมายในอิหร่านติดต่อกันเป็นคืนที่ 6 โดยล่าสุดขยายเป้าหมายการทำลายล้างไปที่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น ท่าอากาศยาน สะพาน และสถานีรถไฟ ขณะที่ทางการอิหร่านประกาศกร้าวว่าข้อตกลงหยุดยิงก่อนหน้านี้เป็นโมฆะ และระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซคือ "เส้นแดง" (Red Line) ที่สหรัฐฯ ห้ามล่วงล้ำ
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง -นาวิกโยธินสหรัฐฯ บุกยึดเรือกลางอ่าวโอมาน : กองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐฯ (US Marines) เปิดปฏิบัติการบุกขึ้นยึดเรือลึกลับลำหนึ่งในบริเวณอ่าวโอมาน หลังจากเรือลำดังกล่าวพยายามเดินเรือฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อมทางทะเล (Run Iran Blockade) เพื่อขนส่งน้ำมันดิบ ส่งผลให้ปริมาณการสัญจรพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซทรุดตัวลงอย่างรุนแรงทันที
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง - ความขัดแย้งงบประมาณสงครามในสภาคองเกรส: เกิดสภาวะรอยร้าวและข้อพิพาทอย่างรุนแรงภายในพรรครีพับลิกัน (G.O.P. Rifts) เกี่ยวกับแผนงบประมาณวงเงินสูงถึง 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่จะนำไปใช้สนับสนุนภารกิจสงครามในอิหร่าน รวมถึงกฎหมายฝั่ง SAVE Act
• เกาหลีใต้สั่งเบรก ETF หุ้นชิป: ตลาดหุ้นเอเชียร่วงหนักนำโดย Kospi ที่ดิ่งลงกว่า 6.4% ทางการเกาหลีใต้ต้องสั่งระงับการออก ETF ที่อิงหุ้นเดี่ยวแบบเลเวอเรจชั่วคราว เพื่อสกัดความผันผวนของหุ้น Samsung และ SK Hynix
• ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่านตึงเครียด: สหรัฐฯ โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันใกล้สถานีส่งออกของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านประกาศให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็น "เส้นแดง" ขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานเพื่อตอบโต้ ส่งผลให้การจราจรทางเรือลดลงและราคาน้ำมัน Brent ทะลุ $85
• วิกฤตขนส่งธัญพืชปะทุรอบใหม่: รัสเซียและยูเครนยกระดับการโจมตีท่าเรือและเส้นทางส่งออกธัญพืชของกันและกันอย่างต่อเนื่อง ดันราคาข้าวสาลีล่วงหน้าพุ่งสูงสุดในรอบ 2 ปี
• Uber ซื้อกิจการ Delivery Hero: Uber ตกลงซื้อธุรกิจ Delivery Hero ใน 50 ตลาดด้วยมูลค่า 1.48 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อขยายฐานธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ระดับโลก
เจาะลึกข้อมูลผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย (Strategic Analysis)
• ผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน: ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซ เป็นแรงหนุนราคาน้ำมันและ Spread ปิโตรเคมีขั้นต้น ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นพลังงานและปิโตรเคมี (PTTEP, PTTGC, SPRC) แต่จะสร้างความกังวลด้านต้นทุนการผลิตและห่วงโซ่อุปทานที่เป็นผลลบต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าที่ต้องซื้อก๊าซ (BCPG, GPSC, BGRIM) รวมถึงกลุ่มท่องเที่ยวและค้าปลีก (MINT, ERW, AWC)
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): มูลค่าการซื้อขายรวม 77,417.92 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อขายสุทธิ ซื้อสุทธิ 3,408.98 ล้านบาท
• ตลาดตราสารหนี้: มูลค่าการซื้อขายรวม 114,579 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อขายสุทธิ ขายสุทธิ 1,095 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิด 33.55 บาท/ดอลลาร์
Strategy
• ประเมินตลาดหุ้นไทย ยังมีแรงขายทำกำไรเข้ามา จากความกังวลในเรื่องสถานการณ์ตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันขยับตัวสูงขึ้น
• กลยุทธ์ลงทุน ยังเป็นทยอยขายทำกำไร ราคาหุ้นหลายตัวปรับตัวขึ้นมามากแล้ว และสถานการณ์ตะวันออกกลางยังมีความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะใช้กำลังทางทหารโจมตีอิหร่าน สัปดาห์หน้า ในระดับที่รุนแรงขึ้น
• หุ้นกลุ่มน้ำมัน ทั้งผู้ผลิตและโรงกลั่นน้ำมัน ยังได้อานิสงส์จากการผลิตน้ำมันของโรงกลั่นฯ ที่ยังทำได้ไม่เต็มที่ (โรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งโดนโจมตี ทั้งฝั่งตะวันออกกลางและรัสเซีย-ยูเครน) หุ้นเด่นๆ ในเรื่องนี้หนีไม่พ้น PTTEP และหุ้นโรงกลั่นน้ำมัน (TOP, SPRC)
• พอร์ตหุ้นแนะนำ: เรานำ ADVANC* ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย HMPRO (10%), TRUE* (10%), CRC (10%), PTTEP (10%), PTT* (10%)
Technical : KKP, BH
News Comment:
( + ) Energy (Neutral) อิหร่านแจ้งฮูตีให้ปิดทะเลแดงหาก US โจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่าน
Company Update:
( + ) SAPPE (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 38.00 บาท) 2Q26E ฟื้นตัวดี QoQ; 3Q26E โตตามฤดูกาล & heatwave สูงในยุโรป
( 0 ) GFPT (ถือ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 10.00 บาท) 2Q26E ชะลอต่อเนื่อง YoY แต่ดีขึ้น QoQ จากต้นทุนเดิมที่ยังต่ำ