SET Outlook
ประเมินดัชนีฯ มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อโดยมีเป้าหมายทดสอบแนวต้าน 1420 จุด แรงหนุนสำคัญมาจาก Fund Flow นักลงทุนต่างชาติที่ไหลกลับเข้ามาซื้อสุทธิอย่างหนาแน่นทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรเมื่อวานนี้ ประกอบกับความชัดเจนทางการเมืองในประเทศที่เริ่มมีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตาม เมื่อดัชนีปรับตัวขึ้นเข้าใกล้โซน 1420 จุด อาจมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นสลับออกมาบ้าง เนื่องจากราคาหุ้นหลายตัวปรับขึ้นมารับข่าวไปพอสมควร ตัวแปรต่างประเทศยังต้องจับตาสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในคืนนี้
ปัจจัยในประเทศ
• Fund Flow ไหลเข้าโดดเด่น: วานนี้ (10 ก.พ.) นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยสูงถึง 4,819 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 5,181 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของเม็ดเงินต่างชาติที่เริ่มไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์ไทย
• ความคืบหน้าจัดตั้งรัฐบาล: พรรคภูมิใจไทยส่งสัญญาณไม่เร่งรีบเจรจาพรรคร่วม โดยรอการรับรองผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการจาก กกต. เพื่อความชัดเจนของตัวเลข ส.ส. แต่แสดงความมั่นใจในเสถียรภาพรัฐบาลและการอยู่ครบเทอม 4 ปี ช่วยสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนถึงความต่อเนื่องของนโยบาย
• เศรษฐกิจและการลงทุน: กระทรวงการคลังตั้งเป้า GDP ปีนี้โต 2% โดยเน้นเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนและโครงการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มรับเหมาและค้าปลีก
• MSCI Rebalance: ประกาศรายชื่อหุ้นเข้า/ออกจากการคำนวณดัชนี MSCI รอบเดือน ก.พ. ใช้ราคาปิด 27 ก.พ.69 MSCI GLOBAL STANDARD INDEXES หุ้นเข้า : ไม่มี ; หุ้นออก : CPAXT , MSCI GLOBAL SMALL CAP INDEXES
หุ้นเข้า : CRC, IVL, JTS ; หุ้นออก : HANA, JMT, M, PLANB
ปัจจัยต่างประเทศ:
• ทรัมป์กล่าวว่าเขาจะ "หาทางออก" หากมาตรการภาษีถูกยกเลิก เนื่องจากศาลฎีกาอาจมีคำตัดสินในสัปดาห์หน้า
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง: ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นหลังมีรายงานเครื่องบินทหารสหรัฐฯ ลงจอดในเติร์กเมนิสถานใกล้ชายแดนอิหร่าน ขณะที่ตุรกีแสดงความกังวลเรื่องการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาค ปัจจัยนี้ช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบให้ทรงตัวในระดับสูง ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน (PTT*, PTTEP)
• นโยบายการเงินจีน: ธนาคารกลางจีน (PBOC) ยืนยันดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในระดับที่เหมาะสม (Moderately Loose) เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ เป็น Sentiment บวกต่อตลาดภูมิภาค
• ตลาดหุ้นอินโดฯ: FTSE Russell ประกาศเลื่อนการทบทวนดัชนีหุ้นอินโดนีเซียเนื่องจากมีความกังวลเรื่องความโปร่งใสและความไม่แน่นอนในการตรวจสอบสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนในตลาด สร้างความกดดันให้ตลาดหุ้นอินโดนีเซียอีกครั้งหลัง MSCI ออกคำเตือนไปเมื่อเดือนก่อนหน้า ด้านหน่วยงานอินโดนีเซียเตรียมปรับเพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นขั้นต่ำเป็น 15% เพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่นนักลงทุน
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• CH - CPI YoY; (คาดการณ์: 0.34%, ครั้งก่อน: 0.80%)
• CH - PPI YoY; (คาดการณ์: -1.50%, ครั้งก่อน: -1.90%)
• US - Change in Nonfarm Payrolls; (คาดการณ์: 67.66k, ครั้งก่อน: 50k)
• US - Unemployment Rate; (คาดการณ์: 4.40%, ครั้งก่อน: 4.40%)
• ตลาดหุ้นญี่ปุ่นหยุดทำการ – วันสถาปนาประเทศญี่ปุ่น
Strategy
• ประเมินตลาดมีโอกาสขึ้นทดสอบ 1420 จุด แนะนำให้นักลงทุน "ถือ" เพื่อรอทำกำไรบริเวณแนวต้าน หรือหาจังหวะ "ซื้อเพิ่ม" เมื่อตลาดย่อตัว โดยยังคงเน้นหุ้น Big Cap ที่เป็นเป้าหมายหลักของ Fund Flow รอบนี้
• ธีมการลงทุนหลัก:
1.หุ้นใหญ่รับ Fund Flow: DELTA*, ADVANC*, PTT*, GULF*, SCB
2.หุ้นรับอานิสงส์นโยบายรัฐและกำลังซื้อในประเทศ: CRC*, CPAXT,
SAWAD*, COM7*
3.หุ้นกลุ่มพลังงานรับราคาน้ำมัน: TOP
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ AOT ออก และเพิ่มสัดส่วนการถือ ADVANC อีก 10% เป็น 20% หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย ADVANC*(20%), CPAXT(10%), TOP(10%), DELTA*(10%), SCB(10%), HMPRO(10%), TRUE*(20%)
Technical : CCET, IRPC
News Flash:
( + ) Tourism (Overweight) นักท่องเที่ยวล่าสุด +5% WoW จากจีนที่ฟื้น YoY ครั้งแรกในรอบ 1 ปี, พิพัฒน์ นัดถก EEC สัปดาห์หน้า ดันดิสนีย์แลนด์ในไทย
( 0 ) BEM (ซื้อ/เป้า 9.00 บาท) Ridership ม.ค. 2026 ปรับตัวลงมาก YoY จากฐานสูงปีก่อนที่มีมาตรการรถไฟฟ้าฟรี แต่ดีขึ้น MoM หลังผ่านวันหยุดยาว
Results Review:
( + ) OR (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 18.00 บาท) กำไร 4Q25 ดีกว่าคาด; คาดกำไรฟื้นตัวใน 1Q26E
Company Update:
( + ) AURA (ซื้อ/เป้า 21.00 บาท) 4Q25E จะดีกว่าคาด ทำ new high จากทั้งธุรกิจค้าปลีกทองและขายฝาก