SET Outlook
• คาดดัชนีฯ แกว่งกรอบแคบรอดูความคืบหน้า Trade War
• ทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก ยังตกอยู่ในความไม่แน่นอนอีกครั้ง หลังจีน ออกมาตอบโต้สหรัฐฯ จึงต้องมารอดูว่า ผู้นำทั้งสอง ถ้ามีการคุยกันแล้ว (ภายใน 1-2 วันนี้) จะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมถอยหรือไม่ ซึ่งจะมีผลต่อทิศทางตลาดหุ้นโดยตรง
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดัชนีฯ บวกได้ นักลงทุนให้น้ำหนักกับ เรื่องที่สหรัฐฯ เปิดช่องให้ 3 ประเทศคู่ค้า(แคนาดา-จีน-เม็กซิโก) มีการเจรจาได้ ตลาดไม่ได้ให้น้ำหนักกับการที่จีนประกาศใช้ภาษีตอบโต้สหรัฐฯ วานนี้มากนัก (เรามองว่า เป็นเรื่องปกติที่จีนจะสร้างเงื่อนไขก่อนการเจรจา) ....... ความผิดหวังในเรื่องผลประกอบการของ Alphabet และ AMD เป็นปัจจัยเฉพาะตัว ที่อาจมีผลกระทบมาถึงหุ้นกลุ่ม Tech ตัวอื่นๆ ในวันนี้
• จีนตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการกำหนดภาษีนำเข้าสินค้าสำคัญ ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในอัตรา 15% และภาษีนำเข้าน้ำมันดิบ อุปกรณ์ทางการเกษตร และรถยนต์บางประเภท ในอัตรา 10% เริ่มบังคับใช้ 10 ก.พ.นี้ .... ข่าวนี้กระทบต่อราคาน้ำมันดิบ WTI -1.9% มาอยู่ที่ราวๆ $72
• ไทยพิจารณาเพิ่มการนำเข้าอีเทนและสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เพื่อลดความตึงเครียดทางการค้า รัฐบาลขอให้บริษัทปิโตรเคมีนำเข้าอีเทนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ และให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์นำเข้ากากถั่วเหลืองมากขึ้น
• ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. Financial Hub ตั้งสำนักงาน OSA (One-stop Authority) ดูแลการออกใบอนุญาตและกำกับดูแล โดยบริษัทจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี-ไม่ใช่ภาษี พร้อมยกเว้นกฎหมายบางฉบับเพื่อดึงดูดการลงทุน .... ร่างกฎหมายใหม่นี้ เสมือนเป็นการลดอำนาจแบงก์ชาติลง ให้เป็นเพียงผู้กำกับดูแล ส่วนการยื่นขอใบอนุญาตจะอยู่ในความดูแลของ สำนักงาน OSA ที่จะตั้งขึ้นใหม่
• ครม. อนุมัติโครงการรถไฟความเร็วสูงเฟส 2 นครราชสีมา-หนองคาย วงเงิน 3.41 แสนล้านบาท ก่อสร้าง 8 ปี (งบฯ 68-75) โดยโดยให้รัฐบาลเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งจะมีศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้านาทาตั้งที่หนองคายในรูปแบบศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One stop service)
• ครม.เห็นชอบแก้กฎหมายปรับลด-ยกเว้น อัตราค่าธรรมเนียมการยึดทรัพย์ อายัดทรัพย์ในชั้นบังคับคดี ช่วยลูกหนี้ ประเมินกระทรวงยุติธรรมสูญรายได้ปีละ 500-600 ล้านบาท หรือ 35%ของรายได้ที่เรียกเก็บ
• Event สำคัญ วันนี้ : นายกฯเยือนจีน และตัวเลขการจ้างงานเอกชนสหรัฐฯ(5)
Strategy
• ดัชนีฯ วานนี้ ยังไม่สามารถทำตามเงื่อนไขของการ rebound ได้ คือ ไม่สามารถปิด gap และยืนเหนือ 1310 จุด ได้ ....... วันนี้จึงต้องดูว่า ดัชนีฯ (ราคาหุ้น) พยายามที่จะกลับขึ้นไปปิด gap ที่ 1310 จุด ได้หรือไม่ ถ้ายังไม่ได้ ช่วงบ่าย คงต้องปรับลดหุ้นในพอร์ตลง หรือเลือกขายทำกำไร(สำหรับคนที่ซื้อหุ้นจังหวะที่ดัชนีฯลงมาแตะ 1270 จุด)
• เรายังให้ความสนใจกับหุ้น 8 ตัว ได้แก่ BCP, PR9*, COM7*, CCET*, GULF, SCB, TTB และ CPALL เป็นชุดเป้าหมายที่ให้เลือกเพื่อเก็งกำไร แต่ด้วยตลาดที่ยังมีความเสี่ยงจากการตอบโต้ทางการค้า คำแนะนำจะเป็น “ทยอยซื้อ”
• ตลาดหุ้นจีน เปิดทำการวันแรก(4 ก.พ.) หลังผ่านเทศกาลตรุษจีน ด้วยแรงซื้อหุ้นกลุ่ม Tech คาดว่าหุ้นกลุ่มนี้ จะยังเป็นกลุ่มที่มีแรงซื้อต่อเนื่อง (เราชอบ XIAOMI, TENCENT, BABA) ….. ในทางตรงข้าง หุ้นกลุ่ม Commodity (น้ำมัน ปิโตรเคมี ยางพารา ชิ้นส่วนยานยนต์) ของไทย มีความเสี่ยงจาก Trade War จึงควรหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มนี้ไปก่อน
• หุ้นในพอร์ตวันนี้ เรานำ PR9* เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตจะประกอบไปด้วย PR9*(10%), CPALL(10%), GULF(10%) , TTB(10%)
Technical : TIDLOR, BCPG
News Comment:
( 0 ) Energy (Neutral) จีนตอบโต้ US โดยการเก็บภาษีนำเข้า 15% บน US LNG, ถ่านหิน และ 10% บนน้ำมันดิบ; US กลับมากดดันการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน
( 0 ) Bank (Overweight) ครม.อนุมัติ พ.ร.บ.ศูนย์กลางการเงิน (Financial Hub) ดันไทยสู่ผู้นำการเงิน
( 0 ) Aviation (Overweight) กบร.ไฟเขียวสนามบิน 7 แห่ง ของ ทย. ขึ้น PSC เพิ่ม 25 บาท
News Flash:
( + ) Construction Services (Neutral) ครม. อนุมัติโครงการรถไฟความเร็วสูง เฟส 2 นครราชสีมา-หนองคาย วงเงิน 3.4 แสนล้านบาท
( + ) Tourism (Overweight) นักท่องเที่ยวล่าสุดเพิ่มขึ้น +8% WoW จากมาเลเซียและรัสเซีย
Company Update:
( + ) BBIK (ซื้อ/เป้า 52.00 บาท) กำไร 4Q24E จะดีกว่าเดิม ทำ new high จากรายได้+GPM เพิ่มขึ้น
( - ) SPALI (ปรับลงเป็น ถือ/ปรับเป้าลงเป็น 18.20 บาท) กำไร 4Q24E จะลดลง, แผนธุรกิจปี 2025E ยังท้าทาย
( 0 ) OR (ถือ/เป้า 16.00 บาท) คาดรายงานกำไรใน 4Q24E; regulatory risk ยังคงอยู่ใน 2025E