SET Outlook
คาดดัชนีฯ แกว่งกรอบแคบลง หลัง Trump เริ่มเตะถ่วงการเจรจา ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกกำลังรอดูบันทึกข้อตกลง (MoU) เพื่อหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ในขณะที่การปรับตัวสูงขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในภาพรวม นอกจากนี้ คาดหวังแรงหนุนเพิ่มเติมจากเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาทจากภาครัฐที่จะเข้ามาช่วยพยุงเศรษฐกิจในประเทศ
ปัจจัยในประเทศ
• KKP Research ประเมินว่ามาตรการทางการคลังวงเงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อเยียวยาผลกระทบจากราคาน้ำมัน จะช่วยพยุงและผลักดัน GDP ให้เติบโตเพิ่มขึ้น 1.9% ในระยะสั้น และทำให้ไทยรอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค (Technical Recession)
• รัฐบาลไทยวางแผนระดมทุน 5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 1.4 แสนล้านบาท) ผ่านการออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (Promissory notes) และเงินกู้ระยะยาว แทนการออกพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มเติม เพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนกู้ยืมที่สูงขึ้นจาก Bond Yield ที่พุ่งทะยานช่วงสงคราม
• ความคืบหน้าโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ณ วันที่ 27 พ.ค. 69 เวลา 18.00 น. มีผู้ลงทะเบียนแล้วจำนวน 25,318,905 ราย จากทั้งหมด 30 ล้านสิทธิ คงเหลือ 4,681,095 สิทธิ
• REIC รายงานยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยไตรมาส 1/69 ขยายตัว 11.2% สวนทางตลาด โดยได้รับแรงหนุนจากมาตรการรัฐ (ผ่อนคลาย LTV และลดค่าโอนจดจำนอง)
• นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ปรับรูปแบบการเจรจาสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเน้นการพูดคุยอย่างจริงจังและต้องเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
• ในประเด็นพื้นที่ทับซ้อน นายกรัฐมนตรีเมินคำขอกัมพูชาที่ต้องการแผนที่จากฝรั่งเศส โดยย้ำว่าไทยยึดตามสัดส่วน 1:50,000 เป็นหลัก หากใช้ 1:200,000 จะไม่มีการเจรจา
• หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ยืนยันพร้อมร่วมมือกับไทยในการปฏิรูประบบธรรมาภิบาลโลก และสนับสนุนเวทีเจรจาสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชา
• CPALL เตรียมจัดประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 พ.ค. นี้ เพื่อลงมติให้นำ 3 บริษัทย่อยเข้าลงทุนใน Virtual Bank
• Fund Flow และตลาดการเงิน:
o ตลาดหุ้น (SET+MAI): นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,601 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ซื้อสุทธิ 204.69 ล้านบาท ขณะที่สถาบันในประเทศขายสุทธิ 1,478.54 ล้านบาท และนักลงทุนในประเทศขายสุทธิ 1,327.30 ล้านบาท
o ตลาดตราสารหนี้: มีมูลค่าการซื้อขายรวม 88,547 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 2,503 ล้านบาท ด้าน Yield พันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ปิดที่ 1.73% ปรับตัวลดลง 0.01%
o ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ 32.55 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าตามภูมิภาค คาดการณ์กรอบความเคลื่อนไหวในวันพรุ่งนี้ที่ 32.50-32.70 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง: ทำเนียบขาวปฏิเสธโครงร่างของข้อตกลงอิหร่านที่ถูกเรียกว่า “unofficial” ขณะที่สื่อหลายสำนักตั้งคำถามว่าดีลที่เป็นไปได้มีรายละเอียดจริงเพียงใด และ Trump เองก็ระบุว่ายัง “ไม่พอใจ” กับดีลอิหร่าน
• ดัชนี FTSE Russell ได้นำกฎใหม่มาใช้ ซึ่งจะช่วยเร่งกระบวนการเพิ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เข้าสู่ดัชนีหลัก ก่อนการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งแรกของ SpaceX ที่คาดว่าจะทำลายสถิติในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ภายใต้นโยบายที่ประกาศเมื่อช่วงดึกวันอังคาร บริษัทที่มีมูลค่าตลาดที่สามารถลงทุนได้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดสำหรับดัชนี Russell Top 500 จะมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาเข้าสู่ดัชนีอย่างรวดเร็วหลังจากวันที่ห้าของการซื้อขาย ก่อนหน้านี้ บริษัทที่มีสิทธิ์จะได้รับการประเมินในระหว่างการตรวจสอบรายไตรมาส
• S&P-500 : นักกลยุทธ์ของโกลด์แมนแซคส์ นำโดยเบน สไนเดอร์ ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนี S&P 500 สิ้นปีเป็น 8,000 จาก 7,600 ซึ่งหมายถึงโอกาสในการเพิ่มขึ้น 6.4% เมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวันอังคาร* ทีมงานปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ของ S&P 500 เป็น 340 ดอลลาร์ในปี 2026 และ 385 ดอลลาร์ในปี 2027 ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตปีต่อปีที่ 24% และ 13% ตามลำดับ
• อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ส่งผลให้กิจกรรมการซื้อบ้านชะลอตัวลง และการรีไฟแนนซ์ก็ลดลงอย่างมาก….. อัตราดอกเบี้ยตามสัญญาสำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยระยะ 30 ปี เพิ่มขึ้น 9 จุดพื้นฐาน เป็น 6.65% ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 22 พฤษภาคม ตามข้อมูลของสมาคมนายธนาคารสินเชื่อที่อยู่อาศัย (Mortgage Bankers Association หรือ MBA) ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ นับตั้งแต่เริ่มสงครามอิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ อัตราดอกเบี้ยได้ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าครึ่งเปอร์เซ็นต์
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event : 28 พ.ค. 69
•, Mfg Production Index ISIC NSA YoY, Surv=0.40%, Prior=0.75%
• Consumer Confidence, Surv=--, Prior=-19
• PCE Price Index MoM, Surv=0.48%, Prior=0.70%
• PCE Price Index YoY, Surv=3.88%, Prior=3.50%
• Core PCE Price Index MoM, Surv=0.32%, Prior=0.30%
• Core PCE Price Index YoY, Surv=3.34%, Prior=3.20%
• Initial Jobless Claims, Surv=--, Prior=209k
• GDP Annualized QoQ, Surv=2.03%, Prior=2.00%
• New Home Sales MoM, Surv=--, Prior=7.40%
Strategy
• การที่ดัชนีฯ เดินหน้าเข้าใกล้ 1,600 จุด หลังปัจจัยกดดันตลาดจากสงครามเริ่มคลี่คลาย น่าจะทำให้นักลงทุนที่เคยรีรออยู่นอกตลาดกลับเข้ามาทยอยซื้อหุ้นในช่วง 2 วันที่เหลือของสัปดาห์
• ทั้งนี้ ในวันศุกร์ (29 พ.ค.) MSCI จะมีการปรับน้ำหนักดัชนี (Rebalance) ซึ่งอาจก่อให้เกิดความผันผวนของราคาหุ้นรายตัวในช่วงท้ายตลาด (ATC) จังหวะนี้สามารถใช้เป็นโอกาสในการเลือกล็อกกำไรระยะสั้นสำหรับหุ้นที่ราคาพุ่งขึ้นมาแรง
• กลยุทธ์เข้าซื้อ: แนะนำให้นักลงทุนทยอยสะสมหุ้นเข้าพอร์ต โดยมุ่งเน้น:
o กลุ่ม Anti-Commodity: ที่ได้ประโยชน์จากแนวโน้มต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่ลดลง หากข้อตกลงตะวันออกกลางเป็นผลสำเร็จ
o หุ้นปันผลสูง (Dividend) และ หุ้นค้าปลีก (Retail): ที่เตรียมรับอานิสงส์ตรงจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ไทยช่วยไทยพลัส" ของรัฐบาล
o หุ้น Laggard: ที่ยังขึ้นช้ากว่าตลาด เช่น โรงแรม, ธุรกิจการบิน และโรงไฟฟ้า
• Theme ต่างประเทศหนุนไทย: ใช้กระแสการแรลลี่ของหุ้นกลุ่ม Tech ในสหรัฐฯ เป็น Sentiment เชิงบวกในการเข้าเก็งกำไรหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทย อาทิ HANA* อย่างไรก็ตาม สำหรับ DELTA* ต้องเพิ่มความระมัดระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากราคาปรับขึ้นร้อนแรงเกินไป อาจมีความเสี่ยงในการเผชิญมาตรการ Trading Alert จากตลท.
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: คงน้ำหนักการลงทุนในพอร์ตเดิม ประกอบด้วย: SIS* (10%), BGRIM (10%), GULF (10%), COM7* (10%), KBANK (10%), CPF* (10%), CPN (10%) และ WHA* (10%)
Technical : MEGA, ITEL
News Comment:
( 0 ) BEM (ซื้อ/เป้า 9.00 บาท) ปรับค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินอัตราใหม่ 17-44 บาท จากเดิม 17-45 บาท มีผล 3 ก.ค.
News Flash:
( 0 ) KTB (ซื้อ/เป้า 38.00 บาท) เปิดตัว CLICX (คลิกซ์) ธนาคารพาณิชย์ ไร้สาขารายแรกของประเทศไทย
Results Review:
( + ) EPG (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 5.20 บาท) 4QFY26 กำไรดีกว่าคาด จาก Aeroklas และ EPP รวมถึง JV เติบโตดี
Company Update:
( + ) PRM (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 10.00 บาท) กำไรปกติ 2Q26E มีทิศทางสดใส จากเรือ FSU ที่เติบโตโดดเด่น