SET Outlook
คาดดัชนีฯ มีความผันผวนในทางบวก จากเงินทุนฯ ที่ไหลเข้ามาในตลาด และมีการเข้ามาเก็งงบ 2Q กันบ้างแล้ว นอกจากนี้ ต้องติดตามตัวแปรสำคัญ คือผลตัดสินของศาลฯ ในเรื่อง พ.ร.ก.กู้เงินฯ และทิศทางหุ้น Tech ในตลาดโลก … เราประเมินกรอบดัชนีฯ สัปดาห์นี้ไว้ที่ 1590-1640 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• การเมืองและนโยบาย: นายกฯ ลงพื้นที่อยุธยาเปิดโครงการ "สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง" เพื่อลดต้นทุนให้เกษตรกร ขณะที่กระแสข่าวลือ "นายกฯ สำรอง" อักษรย่อ "ศ" ถูกปัดตก โดยเชื่อว่าเป็นเพียงความขัดแย้งภายในพรรคแกนนำรัฐบาล
• ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ พ.ร.ก. กู้เงินฯ 4 แสนล้านบาท ในวันที่ 9 ก.ค. 69
o กรณีผ่าน (ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ): รัฐบาลเดินหน้ากู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อลงทุนโปรเจกต์พลังงานสะอาดได้ทันที ส่งผลให้งบกลาง 1.2 หมื่นล้านบาทที่ตั้งสำรองไว้ถูกตัดออกไป และช่วยเสริมเสถียรภาพรัฐบาลให้บริหารงานได้อย่างราบรื่น ... ตลาดหุ้นจะตอบรับในทางบวกทันที
o กรณีไม่ผ่าน (ขัดต่อรัฐธรรมนูญ): (ศาลต้องใช้มติ 2 ใน 3) โครงการเงินกู้จะสะดุดและเกิดสุญญากาศทางนโยบายทันที ทำให้นายกฯ และ ครม. ต้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง ซึ่งอาจรุนแรงถึงขั้นถูกกดดันให้ "ปรับ ครม." หรือ ทำอย่างใดอย่างหนึ่ง .... ตลาดหุ้นจะเป็นลบ และลบมากหรือน้อย ขึ้นกับคำสั่งของศาลฯ ว่าให้รัฐบาลทำอย่างไรต่อไป
• การลงทุน: บีโอไอเผยยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรม EV พุ่งทะลุ 1.3 แสนล้านบาท ขณะที่รัฐบาลเร่งดันแคมเปญ "Thailand Fast Pass" ตั้งเป้าดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าไทย 9 แสนล้านถึง 1 ล้านล้านบาท
• การกำกับดูแล: ก.ล.ต. ขอให้พนักงานอัยการส่งฟ้องผู้กระทำความผิด 5 รายต่อศาลแพ่ง เพื่อลงโทษขั้นสูงสุดในกรณีร่วมกันสร้างราคาหุ้น VL
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สหรัฐฯ-อิหร่าน: ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายหลังมีการบรรลุข้อตกลง (MOU) ส่งผลให้ Citi คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบโลกอาจร่วงลงสู่ระดับ 60 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล
• เศรษฐกิจยุโรป: ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) รับแรงซื้อหุ้นกลุ่มวัฏจักร ขณะที่ดัชนี PMI ภาคบริการยูโรโซนหดตัวน้อยลงและเงินเฟ้อปรับลดลง
• เศรษฐกิจสหรัฐฯ: รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมผุดแคมเปญแจกเงินทารกแรกเกิดคนละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเปิดบัญชีลงทุนรับวันชาติ
• เศรษฐกิจจีน: สายการบินจีนพร้อมใจประกาศลดค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. เป็นต้นไป ตามทิศทางราคาน้ำมันโลก
• การเมืองอิหร่าน: อิหร่านจัดพิธีศพของอดีตผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ท่ามกลางวิกฤตที่ต้องการเรียกความจงรักภักดีจากมวลชนคืนมา
• OPEC+ : สมาชิก 7 ประเทศของกลุ่มผู้ผลิตน้ำมัน OPEC+ ได้ตกลงที่จะเพิ่มเป้าหมายการผลิตรวมกันขึ้นอีก 188,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคม การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการกลับมาผลิตน้ำมัน 1.65 ล้านบาร์เรลต่อวันอีกครั้ง ซึ่งพวกเขาร่วมกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ซึ่งได้ออกจากกลุ่มไปแล้ว) ได้ลดลงในเดือนเมษายน 2023
เจาะลึกข้อมูลผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย (Strategic Analysis)
• ทิศทางค่าเงินบาท: เงินบาทแข็งค่าปิดที่ระดับ 33.14 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกต่อกลุ่มผู้นำเข้าและโรงไฟฟ้าที่มีสัดส่วนหนี้ต่างประเทศสูง (เช่น GULF) แต่ในทางกลับกันจะเป็นแรงกดดันต่อมาร์จิ้นของหุ้นกลุ่มส่งออก
• กลุ่มพลังงานและโลจิสติกส์: แนวโน้มราคาน้ำมันที่อาจร่วงลงสู่ 60 ดอลลาร์ฯ จะกลายเป็นความเสี่ยงเชิงลบต่อหุ้นกลุ่มสำรวจและผลิต (E&P) เช่น PTTEP และ PTT แต่จะเป็นอานิสงส์เชิงบวกต่อกลุ่มสายการบิน (AAV, BA) และผู้บริโภคทั่วไป
• บทวิเคราะห์แนวโน้ม SET Index: จากข้อมูลล่าสุด SET Index ปิดที่ 1611.28 จุด กราฟเทคนิคยืนยันภาพรวมที่ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) อย่างชัดเจน สังเกตได้จากหุ้นที่ส่งผลกระทบเชิงบวก (Impact Gain) ต่อดัชนีล้วนเป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานแกร่ง เช่น DELTA, PTT, ADVANC, BAY และ GULF ซึ่งสะท้อนการไหลเข้าของเม็ดเงินลงทุนสถาบันและต่างชา
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): มูลค่าการซื้อขายรวม 81,104.14 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อขายสุทธิ 5,791.81 ล้านบาท
• ตลาดตราสารหนี้: มูลค่าการซื้อขายรวม 72,033 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อสุทธิ 4,051 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิด 33.14 บาท/ดอลลาร์
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event :
• 6/7/2026, TH, CPI YoY, Jun, Surv=2.88%, Prior=2.79%
• 6/7/2026, TH, CPI NSA MoM, Jun, Surv=0.24%, Prior=0.17%
• 6/7/2026, TH, CPI Core YoY, Jun, Surv=1.12%, Prior=0.92%
• 9/7/2026, US, FOMC Meeting Minutes, Jun-26, Surv=--, Prior=--
• 9/7/2026, CH, PPI YoY, Jun, Surv=3.94%, Prior=3.90%
• 9/7/2026, CH, CPI YoY, Jun, Surv=1.14%, Prior=1.20%
• 9/7/2026, TH, Consumer Confidence, Jun, Surv=--, Prior=49.5
• 9/7/2026, US, Initial Jobless Claims, Jul-26, Surv=217.59k, Prior=215k
• 9/7/2026, US, Existing Home Sales MoM, Jun, Surv=0.69%, Prior=3.20%
Strategy
• ประเมินตลาด: รูปทรงดัชนีฯ (ที่ระดับ 1611.28 จุด) และหุ้นที่มีการปรับตัวสูงขึ้น (หุ้นใหญ่) น่าจะยืนยันได้ว่า ตลาดยังเป็น “ขาขึ้น” การ rotate หุ้น/Sector เกือบทุกวันจะหนุนให้ดัชนีฯ ขยับขึ้นได้ แต่สัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นไทย จะมี event การเมืองที่สำคัญตัวหนึ่ง คือ ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของ พ.ร.ก. กู้เงินฯ ซึ่งจะมีผลต่อตลาดหุ้นไทยโดยตรง ทั้งในทางบวกและทางลบ
• กลยุทธ์ลงทุน: ก่อนคำตัดสินของศาลฯ ในวันที่ 9 ก.ค. คาดนักลงทุนยังพอจะเข้าเก็งกำไรในหุ้นขนาดใหญ่ หรือหุ้นที่ล้อไปกับตลาดได้ ส่วนวันที่มีการตัดสิน ควรพิจารณาดูว่า ผลออกมาอย่างไรก่อน (ถ้าดีก็ซื้อต่อ ถ้าไม่ดีให้ขายทำกำไร)
• หุ้นที่อิงทางตรงต่อ พ.ร.ก.กู้เงิน : นอกจากจะมีผลต่อตลาดหุ้นไทยโดยตรงแล้ว หุ้นที่เกี่ยวข้อง อาทิ รับเหมาฯ , นิคมฯ, โรงไฟฟ้า , EV
• พอร์ตหุ้นแนะนำ: เราคงหุ้นในพอร์ตไว้ หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย GPSC*(5%), ADVANC(5%), IVL (10%), PTT* (10%), KBANK (10%), AOT (10%), GULF* (10%), KTB (10%), BDMS* (10%), WHA* (10%), CPN (10%)
Technical : GULF, OSP
News Comment:
( + ) GPSC (ซื้อ/เป้า 47.00 บาท) ขายหุ้นโรงไฟฟ้าไต้หวัน รับกำไรพิเศษราว 200 ล้านบาทตามคาด หนุนกำไร 3Q26E
( 0 ) Energy (Neutral) OPEC+ เพิ่มโควตาการผลิตในเดือน ส.ค. 188 kbd ตามคาด
Company Update:
( + ) TU (ซื้อ/เป้า 12.80 บาท) กำไรปกติ 2Q26E ฟื้น QoQ อานิสงส์การปรับราคาขายขึ้น
( 0 ) SPALI (ถือ/เป้า 16.40 บาท) กำไร 2Q26E ไม่เด่น แต่จะยังฟื้นตัวดี QoQ ตามยอดโอนที่เพิ่มขึ้น