logo
search
flag-th
share-icon

COMMERCE (OVERWEIGHT), TOURISM (OVERWEIGHT), FOOD & BEVERAGE (OVERWEIGH

           เตรียมชงมาตรการ “Easy E-Receipt” เข้า ครม. วันที่ 24 ธ.ค. 2024 นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังเตรียมเสนอมาตรการลดหย่อนภาษี กระตุ้นการบริโภคในประเทศ โครงการ อีซี่ อี-รีซีท (easy e-receipt) ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ โดยรายละเอียดโครงการจะใช้หลักเกณฑ์เดิม สามารถลดหย่อนภาษีสูงสุด 50,000 บาท สำหรับปีภาษี 2025 เริ่มดำเนินงาน เดือนม.ค.2025

 

           โครงการ  Easy E-Receipt สำหรับให้ประชาชนที่อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องชำระภาษี ไปจับจ่ายใช้สอยในวงเงิน 50,000 บาท กับร้านค้าที่ออกใบกำกับภาษี/ใบรับ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt โดยสามารถนำใบกำกับภาษีดังกล่าวไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

 

           นอกจากนี้ โครงการอีซี่ อี- รีซีท ยังจูงใจร้านค้าในระบบภาษีเข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Tax Invoice & e-Receipt ของกรมสรรพากร ที่เมื่อใครก็ตามใช้จ่ายระบบจะเก็บข้อมูลแส่งกรมสรรพากรทันที ไม่ต้องมาเก็บเอกสาร ใบเสร็จ ใบกำกับภาษีเอง

           โดยค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่ไม่ร่วมมาตรการ Easy E-Receipt มีดังนี้

1)            ค่าซื้อสุรา เบียร์ และไวน์

2)            ค่าซื้อยาสูบ

3)            ค่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเรือ

4)            ค่าน้ำมันและก๊าซสำหรับเติมยานพาหนะ

5)            ค่าสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า ค่าบริการสัญญาณโทรศัพท์ ค่าบริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต และค่าบริการสำหรับบริการที่มีข้อตกลงการให้บริการระยะยาวซึ่งเริ่มต้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2568 หรือสิ้นสุดหลังวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 แม้ว่าจะจ่ายค่าบริการระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ก็ตาม

6)            ค่าเบี้ยประกันวินาศภัย โดยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด (ที่มา:กรุงเทพธุรกิจ)

Implication

           กลุ่ม Commerce (กลุ่มผู้ค้าปลีกสินค้าอิเล็กทรอนิกซ์, IT และห้างสรรพสินค้าจะได้ผลบวกมากสุด) เรามองบวกต่อโครงการ Easy e-Receipt ที่จะช่วยหนุนให้เกิดการใช้จ่ายในประเทศเพิ่มขึ้น เราประเมินว่ากลุ่มค้าปลีกที่มี basket size ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่ม Home improvement (HMPRO, GLOBAL)  และผู้ค้าปลีกสินค้าอิเล็กทรอนิกซ์ IT (COM7) จะได้ผลบวกมากสุด และห้างสรรพสินค้า (CRC,CPN) จาก traffic ที่สูงขึ้น  จากระยะเวลาโครงการที่ไม่นาน บนสมมติฐานระยะเวลาโครงการเหมือนกับในปี 2024 ที่ผ่านมาที่ให้สามารถใช้จ่ายได้ไม่ได้นานมากรวมทั้งสิ้นที่ 46 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-15 ก.พ. 2024 แต่มีการให้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีในปี 2024 ที่สูงขึ้นเป็น 50,000 บาท (ปี 2024 = 50,000 บาทปี 2023 = 40,000 บาทปี 2022 = 30,000 บาท)

           กลุ่ม Tourism (ERW, CENTEL, MINT, SHR) และร้านอาหาร (MAGURO, OKJ) ได้ผลบวกจากค่าที่พักโรงแรมสามารถนำมาหักภาษีได้ และคาดเห็นมีโรงแรมเข้าร่วมโครงการมากขึ้น ส่วน CENTEL และ MINT จะได้ประโยชน์เพิ่มเติมจากร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการ และกลุ่มร้านอาหาร MAGURO และ OKJ ได้ผลบวกจากโอกาสมียอดผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นจากโครงการดังกล่าว

           Top picks จากประเด็นข้างต้นคือ HMPRO (ซื้อ/13.00 บาท), CRC (ซื้อ/45.00 บาท), CPN (ซื้อ/72.00 บาท), CENTEL (ซื้อ/44.00 บาท), MAGURO (ซื้อ/26.00 บาท)

 

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์