SET Outlook
คาดดัชนี SET เคลื่อนไหว Sideway หลัง ยังขาดปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ โดยปัจจัยเดิมเรื่อง ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง และความกังวลเงินเฟ้อ ยังคงเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนตลาด ทั้งนี้นักลงทุนจับตา การประชุม ECB ในวันนี้ และตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันศุกร์นี้
ประเด็นที่น่าสนใจ
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบเล็กน้อย จากแรงกดดันราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางสูงขึ้น ทั้งนี้ Bond Yield สหรัฐฯ 10 ปีปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงแม้ คุณ Scott Bessent จะประกาศเพิ่มปริมาณการเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวไปแล้วก็ตาม ตลาดอาจยังไม่เชื่อกับถ้อยแถลงดังกล่าว และไปให้น้ำหนักกับราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และความกังวลเงินเฟ้อ ด้านคุณ Donald Trump ออกมาว่า สงครามน่าจะจบช่วงหลังเลือกตั้งกลางเทอม
• แผนซื้อคืนพันธบัตรมูลค่า สูงสุด 6 พันล้านดอลลาร์ของ Scott Bessent ล้มเหลวในการยับยั้งการปรับตัวเพิ่มขึ้นของ Bond Yield ส่งผลให้ Yield 10 ปีพุ่งแตะ 4.85% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 เนื่องจากตลาดมองว่าวงเงินน้อยเกินไปจนไร้พลัง "Shock and Awe" อีกทั้งยังถูกกลบด้วยปัจจัยมหภาค ทั้งราคาน้ำมันดิบที่ทะลุ 100 ดอลลาร์ แรงกดดันเงินเฟ้อ
• ธปท. ชี้เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างจน GDP โตชะลอตัว โดยมอง SMEs เป็นหัวใจสำคัญที่ครองการจ้างงานถึง 69% แต่กลับเผชิญภาวะโตยาก หนี้เสียพุ่ง และเข้าถึงสินเชื่อยากแม้มีศักยภาพ ธปท. จึงไม่เน้นกระตุ้นแบบหว่านแห แต่ผลักดันให้ตรงจุด โดยสร้าง SMEs Credit Ecosystem ผ่าน 3 แนวทาง ได้แก่ SMEs Credit Portal (ตลาดกลางจับคู่สินเชื่อ), Data Bureau (ใช้ข้อมูลทางเลือกประเมินความเสี่ยง) และ SMEs Credit Boost (ระบบค้ำประกันสินเชื่อ) เพื่ออัดฉีดสภาพคล่องให้ SMEs ศักยภาพสูงเติบโตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
• บอร์ด EV เตรียมประชุมขึ้นภาษีสรรพสามิตรถ EV นำเข้า โดย คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติมีกำหนดประชุม 10 ก.ย. 2569 พิจารณาข้อเสนอขึ้นภาษีสรรพสามิตรถ EV และ REEV ที่นำเข้าทั้งคัน (CBU) โดยไม่มีสัดส่วนชิ้นส่วนผลิตในประเทศ จากอัตราปัจจุบัน 10% เป็น 31–39% ทั้งนี้มองผลเชิงบวกต่อผู้ผลิต และ ซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนยานยนต์ที่ผลิตในไทย และเป็นแรงจูงใจให้ค่ายรถเร่งใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากขึ้นเพื่อเลี่ยงอัตราภาษีสูง
Strategy
กลยุทธ์หลัก: ระยะสั้นตลาดหุ้นขาดปัจจัยบวกใหม่ เรายังคงกลยุทธ์ สะสมหุ้นระยะกลาง – ยาว ซึ่งยังมีข่าวที่เป็นเชิงบวกออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ โดย หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวชอบ AOT, CENTEL, ERW ขณะที่ Theme ใหญ่ (Mega play Theme) Data Center โรงไฟฟ้า เรายังชอบ GPSC, BGRIM, ADVANC และ หุ้นกลุ่มธนาคาร เรายังชอบ KTB, KBANK, KKP, TTB
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ต่างชาติ “ซื้อ” สุทธิตลาดหุ้นไทย และ “ขาย” ตลาดตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
• ตลาดหุ้น (9 ก.ย. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 81,330.74 ล้านบาท และ (MAI) 247.71 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 3,136.62 ล้านบาท
• Yield Curve ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าประมาณ 1-3 bps. สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET OUTFLOW 2,640 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.87 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อยเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event 25 Aug 26
• EA, Deposit Facility Rate, Consensus=2.5%, Prior=2.25%
• US, Initial Jobless Claims (Sep/05), Consensus=209.0K, Prior=205K
• US, PPI YoY (Aug), Consensus=N/A, Prior=4.5%
• EA, ECB Press Conference
• TH, Consumer Confidence (Aug), Consensus=N/A, Prior=52
หุ้นเด่นวันนี้
GFPT : 1) แนวโน้มกำไร 2H26E จะดีขึ้น HoH จากสถานการณ์ส่งออกดีขึ้นจากตลาดญี่ปุ่น ต้นทุนวัตถุดิบข้าวโพดเริ่มคลี่คลาย และราคาไก่โดยรวมปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่กำไร 3Q26E จะยังชะลอ YoY แต่จะดีขึ้น QoQ หนุนโดย high season, 2) แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 11.50 บาท โดยมี catalyst จากราคาไก่ที่ดีขึ้น ต้นทุนวัตถุดิบลดลง และโรงเชือดไก่ใหม่ที่จะเริ่ม test run ใน 1H27E
กรอบดัชนี SET วันนี้ : แนวรับ 1606-1612 // แนวต้าน 1621-1626
Technical Pick: : GPSC, RCL
Stock picks for September 2026 : AOT, BEM, CENTEL, GPSC, PLANB, SCGP
News Comment:
( + ) KTB (ซื้อ/เป้า 50.00 บาท) อนุมัติจ่ายเงินปันผล 1H26 ที่ 0.48 บาทต่อหุ้น มากกว่าที่เราคาด
News Flash:
( 0 ) Bank (Overweight) ธปท. เตรียมออกมาตรการปลุกสินเชื่อ SME มี “SME Portal-ค้ำประกัน-Data Bureau” ดันทุนเข้าถึงกลุ่มศักยภาพ
Company Update:
( + ) GFPT (ซื้อ/เป้า 11.50 บาท) 2H26E ได้อานิสงส์ปัจจัยฤดูกาล ราคาไก่ดีขึ้น และต้นทุนข้าวโพดลดลง