SET Outlook
คาดว่าตลาดจะเผชิญความผันผวน จากความเสี่ยงที่การเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ยังไม่ประสบความสำเร็จ มีการปิดช่องแคบฮอร์สมุซอีกครั้ง โดยจะต้องรอดูการเจรจารอบใหม่ในวันนี้(20 เม.ย.69) ด้านปัจจัยในประเทศ จะเป็นการทยอยขึ้น “XD” หุ้นธนาคารต่อจากสัปดาห์ก่อน และการรายงานผลประกอบการของหุ้นกลุ่มนี้(ธนาคาร) .... ประเมินกรอบดัชนีฯ สัปดาห์นี้ไว้ที่ 1460-1500 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• หุ้นธนาคารจะรายการกำไรครบในสัปดาห์นี้ และขึ้น “XD” ด้วย : หุ้นธนาคาร จะมีทั้งการรายงานกำไร 1Q-26 ที่คาดการณ์ กำไรสุทธิรวมของกลุ่มจะอยู่ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท (ลดลง 11% YoY แต่เพิ่มขึ้น 9% QoQ) จะมีหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ 3 ตัว ขึ้น “XD” ในสัปดาห์นี้ด้วย คือ BBL, SCB และ KBANK เมื่อดูจาก KTB ที่ขึ้น “XD” และราคาปรับตัวลงมากกว่าเงินปันผลจ่าย อาจทำให้มีการขายทำกำไรออกมาก่อน “XD” ของนักลงทุนบางคนเพื่อ lock ผลตอบแทนไว้
• ผลกระทบจากราคาพลังงาน กำลังส่งผ่านมาที่กำไร : ตลาดต่างประเทศ เริ่มให้ความสนใจกับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น เนื่องจากสงครามเพิ่งเกิดได้ไม่นาน ผลประกอบการไตรมาส 1 ที่กำลังจะประกาศ อาจยังไม่เห็นร่องรอยของแผล "อุปสงค์หดตัว (Demand Destruction)" ที่ชัดเจนนัก ทำให้การรายงานกำไรงวด 1Q นี้ นักวิเคราะห์จะดู guildance ผลการดำเนินงานในงวดต่อๆไป หากออกมาไม่ดี จะมีผลต่อราคาหุ้นด้วย
• Fund Flow นักลงทุนต่างชาติ: วันศุกร์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาขายสุทธิหนักถึง 4,140 ล้านบาท (SET+MAI) ขณะที่สถาบันในประเทศขายสุทธิ 2,121 ล้านบาท กระแสเงินทุนยังมีความเปราะบางสูงจากความไม่แน่นอนของสงคราม แม้วอลล์สตรีทจะเริ่มมองทิศทางดอลลาร์อ่อนค่า (Short USD) ซึ่งอาจเป็นผลบวกต่อ EM Fund Flow ในระยะกลางก็ตาม
• ค่าเงินบาท และเงินสำรองระหว่างประเทศ: ค่าเงินบาทปิดตลาดเย็นวันศุกร์ที่ 32.06 บาท/ดอลลาร์ คาดการณ์กรอบสัปดาห์นี้ที่ 31.90 - 32.20 บาท/ดอลลาร์ แนวโน้มเงินบาทที่อาจแข็งค่าขึ้น จะเป็นปัจจัยกดดัน (Headwind) ระยะสั้นต่อกลุ่มส่งออกอย่าง HANA, KCE และ TU ขณะที่เงินสำรองระหว่างประเทศของไทยยังแข็งแกร่งอยู่ที่ 285.5 พันล้านดอลลาร์
• วิกฤตต้นทุนน้ำมันอากาศยาน (Jet-Fuel Surge): ราคาพลังงานที่พุ่งสูงกำลังกดดันอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก สายการบินหลายแห่งเริ่มยกเลิกเที่ยวบินและลด Capacity ลง 3-5% เพื่อลดผลขาดทุนจากราคาน้ำมัน ปัจจัยนี้จะเข้ามากดดันหุ้นกลุ่มสายการบินของไทย (AAV, BA) โดยตรง รวมถึงอาจกระทบยอดนักท่องเที่ยวของ AOT ในระยะถัดไป
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง (จุดพลิกผันรุนแรง): ตลาดโลกกำลังเผชิญหน้ากับความผันผวน แม้ทรัมป์จะประเมินว่าใกล้บรรลุข้อตกลงสันติภาพ การเจรจารอบสองคือวันจันทร์ ที่ 20 เม.ย. .... ล่าสุด กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้นำเรือรบเข้ายิงเรือบรรทุกน้ำมัน และประกาศ "ปิด" ช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมการเดินเรือของอิหร่าน เหตุการณ์นี้ลบล้างความหวังเรื่องการหยุดยิงทั้งหมด
• สหรัฐฯ อนุญาตขายน้ำมันรัสเซียชั่วคราว: เพื่อสกัดกั้นการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันในประเทศ สหรัฐฯ ได้ออกใบอนุญาต (Waiver) ชั่วคราวให้สามารถซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียที่อยู่นอกเหนือมาตรการคว่ำบาตรได้จนถึงวันที่ 16 พ.ค.
• ความตึงเครียดลุกลามสู่ช่องแคบมะละกา: วิกฤตฮอร์มุซเริ่มส่งผลกระทบต่อภูมิภาคอาเซียน อินโดนีเซียกำลังพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ ในการขอใช้น่านฟ้าทางทหาร ซึ่งสร้างความกังวลด้านความมั่นคงและการถูกดึงเข้าร่วมความขัดแย้ง ประเด็นนี้อาจสร้างความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ใกล้บ้านเรา
• ยุโรปเตรียมตั้งกองกำลังผสม: สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสเตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกับ 40 ประเทศ เพื่อหารือเรื่องการตั้งกองกำลังทางเรือข้ามชาติเพื่อรักษาความปลอดภัยในช่องแคบฮอร์มุส แต่การส่งกองกำลังอาจยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะมีข้อตกลงที่ชัดเจน
• หมดรอบ Safe Haven (ดอลลาร์อ่อนค่า): ธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง Deutsche Bank และ Wells Fargo ประเมินว่า การแข็งค่าของดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากภาวะสงครามได้ "สิ้นสุดลงแล้ว" ทำให้นักลงทุนสถาบันแห่ทำ Short Dollar สูงสุดในรอบ 2 ปี
• ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ลดความกังวลเงินเฟ้อ: พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น อัตราผลตอบแทนอายุ 10 ปี ร่วงลงมาที่ 4.24% จากความหวังในช่วงแรกที่น้ำมันลงและเงินเฟ้อชะลอตัว อย่างไรก็ตาม แนวโน้มนี้อาจถูกท้าทายอีกครั้งจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซรอบใหม่
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• 20 เม.ย.: อัตราดอกเบี้ย LPR ระยะ 1 ปี และ 5 ปี ของธนาคารกลางจีน (คาดคงที่ 3.00% และ 3.50% ตามลำดับ)
• 21 เม.ย.: ยอดค้าปลีกล่วงหน้า (Retail Sales Advance) สหรัฐฯ เดือน มี.ค. / ยอดขายบ้านที่รอการปิดการขาย (Pending Home Sales) สหรัฐฯ เดือน มี.ค. / ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) นิวซีแลนด์ ไตรมาส 1
• 22 เม.ย.: การส่งออกญี่ปุ่น (Exports) เดือน มี.ค. / การตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia Rate) คาดคงที่ 4.75%
• 23 เม.ย.: ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก (Initial Jobless Claims) สหรัฐฯ / ดัชนี PMI ภาคการผลิตขั้นต้นสหรัฐฯ (S&P Global US Mfg PMI) / ตัวเลข GDP เกาหลีใต้ ไตรมาส 1 / อัตราดอกเบี้ยนโยบายของฟิลิปปินส์ คาดคงที่ 4.25% / ดัชนี CPI ของสิงคโปร์ เดือน มี.ค.
• 24 เม.ย.: ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.มิชิแกน (U. of Mich. Sentiment) / ดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (CPI ex Fresh Food) ญี่ปุ่น เดือน มี.ค.
Strategy
• ตลาดหุ้นไทยเกิดแรงขายที่สวนทางกับตลาดอื่นๆ อาจเป็นสัญญาณของการปรับฐานของตลาด ประกอบกับสถานการณ์ความขัดแย้งที่พลิกผันจากการ "ปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง" ทำให้ตลาดจะเผชิญสภาวะ Risk-off ฉับพลัน เงินทุนมีโอกาสโยกย้ายออกเพื่อรอดูความชัดเจน
• กลยุทธ์หลักของเรายังผสมหุ้นแข็งแกร่ง และหุ้นที่ราคาลงมาลึก แบบ 50/50 โดยหุ้นแข็งแรง เราแนะนำหุ้นธนาคาร, GULF*, ADVANC, TRUE*, CPALL, AOT, CPN* ส่วนหุ้นที่ราคาลงมาลึก ให้คัดจาก list นี้ BA*, BGRIM*, AAV, ERW, OR, OSP
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ KTB ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย CPN(10%), AOT(10%), COM7*(10%), BA*(15%), BGRIM*(15%), ERW(10%), SCB(10%), ADVANC*(10%)
Technical : IVL, CCET
News Comment:
( 0 ) Energy (Neutral) ราคาน้ำมันมีความผันผวนสูงหลังช่องแคบ Hormuz ปิดอีกครั้ง; US ยึดเรือน้ำมันอิหร่าน
( 0 ) Construction Services (Neutral) รฟท. เล็งเปิดประมูลรถไฟไทย-จีน สัญญา 4-5 วงเงิน 1.1 หมื่นล้านบาท ก.ค.-พ.ย. 2026
Company Update:
( + ) CRC (ซื้อ/เป้า 21.50 บาท) กำไร 1Q26E ยังทรงตัวดี หนุนโดยธุรกิจ Food และเวียดนาม
( 0 ) SAV (ซื้อ/ปรับเป้าลงเป็น 16.00 บาท) กำไร 1Q26E ดีขึ้นต่อ จากเที่ยวบินเติบโตดี แต่ยังมีปัจจัยต้องติดตาม