logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 16 MAR 26

SET Outlook
คาดดัชนีฯ จะผันผวนสูงตามสถานการณ์ตะวันออกกลาง ที่เข้าใกล้จุด peak มาทุกขณะ ด้านการเมืองไทย การตั้งรัฐบาลแม้จะเป็นบวก แต่นักลงทุนให้ความสนใจกับเรื่องต่างประเทศมากกว่า รวมทั้งหุ้นหลายตัว ทยอยขึ้น “XD” กันไปแล้ว แรงจูงใจในการเข้าซื้อหุ้น จึงมีน้อยลง ประเมินกรอบ SET Index สัปดาห์นี้ ไว้ที่ 1370-1450 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• การจัดตั้งรัฐบาล: การโหวตเลือกประธานเป็นไปตามคาด ติดตามกลางสัปดาห์นี้โหวตเลือกนายกฯ คาดนายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งดังเดิม และจะมีการโปรดเกล้าฯ ครม.ชุดใหม่ในช่วงปลายเดือน มองเป็นปัจจัยบอก รัฐบาลจัดตั้งไว นายกฯ และรัฐมนตรีส่วนใหญ่หน้าเดิม การเนินงานทำได้ต่อเนื่อง
• สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติเห็นชอบให้ยื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยกรณีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา โดยได้พิจารณาข้อมูลจากการแสวงหาข้อเท็จจริงและประกอบกับข้อกฎหมายแล้วเห็นว่า ประเด็นดังกล่าวมีน้ำหนักและเหตุผลเพียงพอ
• ปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง: รัฐบาลส่งสัญญาณปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินตามภาวะตลาดโลกที่ผันผวนหนัก มีการเร่งเจรจาจัดซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียและเตรียมปรับสัดส่วนการใช้ไบโอดีเซล B10 และ B20 เพิ่มขึ้น พร้อมระบุการรปรับราคาและหาแหล่งพลังงานใหม่นั้นจำเป็นต้องทำเนื่องจากไทยพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก .... ค่าครองชีพและเงินเฟ้อเดือนมี.ค. จะปรับตัวสูงขึ้นชัดเจน ติดตามมาตรการรัฐบาล เช่น จำกัดการใช้รถยนต์ สลับให้ใช้วันคู่ วันคี่ ตามเลขลงท้ายทะเบียน
• ค่าเงินบาท: เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 32.15 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในระหว่างวันมีการเคลื่อนไหวในกรอบกว้างและอ่อนค่าลงไปแตะระดับ 32.40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นสถิติที่อ่อนค่าสุดในรอบ 4 เดือน ก่อนที่จะกลับมาปิดตลาดที่ระดับ 32.28 - 32.30 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
• กระแส Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติ ในตลาดหุ้นขายสุทธิ 4,912 ล้านบาท (รวมตลาด SET และ MAI)
 ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 6,627 - 6,628 ล้านบาท
• FTSE ในวันที่ 20 มี.ค. จะมีการ rebalance หุ้นไทยที่อยู่ใน 2 ดัชนีฯ  คือ FTSE Global Equity Index Series  (SCC ย้ายจาก ‘large’ ไป ‘mid’X) และ FTSE ASEAN 40 Index (หุ้นเข้า : KTB ;หุ้นออก : CPAXT)
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน : สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้วกว่า 15,000 จุด รวมถึงการทิ้งระเบิดครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ตะวันออกกลาง ณ เกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญในการส่งออกน้ำมันกว่า 90% ของอิหร่าน (แต่ยังเว้นการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน) ด้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล กล่าวว่าสงครามกับอิหร่านกำลังเข้าสู่ 'ช่วงสำคัญ' หลังสหรัฐฯ โจมตีต่อเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก ศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ... เรามองว่า สถานการณ์กำลังเข้าใกล้จุด peak มาทุกขณะ หมายถึง จะมีความเป็นไปได้ทั้งการเปิดการเจรจา หรือ(สหรัฐฯ-อิสราเอล) โจมตีในลักษณะที่เกิดความเสียหายต่ออิหร่านในระดับที่ร้ายแรงที่สุด(เพื่อยุติสงครามครั้งนี้)
• การประชุมธนาคารกลาง : การประชุม FOMC สัปดาห์นี้ (17-18 มี.ค.) มีแนวโน้มสูงที่ Fed จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับ 3.50-3.75% ต่อไป เนื่องจากความไม่แน่นอนในสงครามตะวันออกกลาง ที่เป็นตัวผลักดันเงินเฟ้อและตัวเลขการจ้างงานให้กลับมาอยู่ในระดับวิกฤตอีกครั้ง ..... ด้านญี่ปุ่น BOJ จะประชุมในวันที่ 18-19 มี.ค. ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คาซูโอะ อูเอดะ ได้ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปในก่อนหน้านี้ แต่จากภาวะสงครามตะวันออกคาดว่า BOJ จะมีแนวโน้วคงไว้ที่ระดับเดิม 0.75%
• เจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีน: ผู้แทนระดับสูงของสหรัฐฯ และจีนนัดประชุมที่ปารีสเพื่อเตรียมกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำปลายเดือนนี้ ประเด็นหารือครอบคลุมเรื่องภาษีศุลกากร ปัญหาไต้หวัน และการลงทุนในชิปประมวลผลขั้นสูงของ Nvidia .... สหัฐฯ และจีนกลับมาร่วมเจรจาการค้ากันอีกครั้ง การหารือครั้งนี้อาจได้เห็น Tariff อัตราใหม่ และหารือข้อตกลงซื้อขายชิปที่สหรัฐฯ อาจผ่อนปรนให้กับจีนมากขึ้น
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
16 มี.ค. 69
    • US - Manufacturing (SIC) Production; (คาดการณ์: 0.20%, ครั้งก่อน:
       0.60%)
Strategy
• สัปดาห์นี้ ตลาดน่าจะมีความผันผวนมากที่สุดสัปดาห์หนึ่ง ทั้งจากสภาวะสงครามตะวันออกกลางที่เข้าสู่จุดสำคัญ มีความไม่แน่นอนสูง (แย่ลง หรือดีขึ้น) และของไทย จะเป็นเรื่องการตั้งรัฐบาล ซึ่งเป็นข่าวบวกของไทยเอง การลงทุนสัปดาห์นี้ จึงต้องพร้อมที่จะเล่นตามข่าวที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นบวกหรือลบ
• กลยุทธ์ลงทุน ยังเป็นชะลอการลงทุน เพราะยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องสงคราม แต่สำหรับนักเก็งกำไร สามารถเรามาลงทุนในกรอบเวลาสั้นๆได้ โดยต้องเลือกหุ้นที่ไม่เสี่ยงต่อผลกระทบจากสงครามมากจนเกินไป หรือหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมามาก(ตามดัชนีฯที่ปรับตัวลงมา)
• หากวันใดวันหนึ่ง สถานการณ์สงครามพลิกกลับมาดีขึ้น(ต่อตลาด) เราคัดหุ้นใหญ่-กลาง 4 ตัว ที่ราคาลงมามาก และมีโอกาสดีดตัวกลับ คือ CBG, BGRIM, ERW, BDMS โดยหุ้นเหล่านี้ จะซื้อก็ต่อเมื่อสถานการณ์ตะวันออกกลางกำลังจะดีขึ้น เท่านั้น
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ KKP, KTB, CPN ออก และนำ SCB เข้ามาแทน หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย SCB(10%), PTTEP(20%), ADVANC*(10%)
Technical  : STECON, APO
 
News Comment:
( + ) Tourism (Neutral) ททท. เตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ปัดฝุ่น ‘แจกตั๋วฟรีบินในประเทศ’
 
News Flash:
( + ) Energy (Neutral) สงครามอิสราเอล/US-อิหร่านยกขึ้นไปอีกระดับ
 
Company Update:
( + ) AURA (ซื้อ/เป้า 21.00 บาท) แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกทองและขายฝากยังคงเติบโตดีต่อเนื่อง
( - ) SAPPE (ถือ/เป้า 32.00 บาท) เป้ารายได้ปี 2026E ท้าทายจากผลกระทบสงคราม

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์