logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 2 JULY 26

SET Outlook
ทิศทางดัชนีฯ มีโอกาสแกว่งตัวในกรอบ เพื่อรอดูความชัดเจนของตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ปัจจัยลบภายนอกเริ่มคลี่คลายลง โดยเฉพาะการเจรจาในตะวันออกกลางที่อาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงมีปัจจัยกดดันจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลออกจากภูมิภาคเอเชีย ส่วนหนึ่งมาจากแรงขายหุ้น Tech ที่เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในทางตรงกันข้าม ประธาน Fed มีความกังวลในเรื่องเงินเฟ้อลดลง เป็นข่าวดีของตลาด
ปัจจัยในประเทศ
• ตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) ยกระดับเกณฑ์กำกับดูแลและเปิดเผยข้อมูล บจ. มีผล 1 ก.ค. 69 เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและคุ้มครองผู้ลงทุน
• กกร. ชี้เศรษฐกิจไทยโตแบบ K-shaped และ SME ยังเปราะบาง ขณะที่ ส.อ.ท. ห่วงยอดขายรถกระบะและยานยนต์หดตัวกระทบแรงงาน
• ธปท. สั่งลดค่าธรรมเนียมแบงก์พาณิชย์ 8 รายการ ทั้งบัญชีเงินฝาก บัตรเครดิต และโอนข้ามเขต มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
• กระทรวงคมนาคมเตรียมผลักดันระบบตั๋วร่วม 17-45 บาท ลดภาระค่าเดินทางประชาชน พร้อมเร่งเครื่องมอเตอร์เวย์และขยายสนามบิน
• BBL มองอินโดนีเซียเป็นตลาดศักยภาพดันสินเชื่อ เพอร์มาตา โต 5-6% พร้อมแนะนักลงทุนจับตาการเมืองไทยและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
• หุ้น BGRIM นำทีมกระดานบิ๊กล็อตด้วยมูลค่าสูงสุด 16.90 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 16.90 บาท/หุ้น
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สหรัฐฯ-อิหร่าน: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าผู้เจรจาได้มีความคืบหน้าในการเจรจาทางอ้อมกับอิหร่าน ขณะที่ทั้งสองประเทศกำลังพยายามเปลี่ยนข้อตกลงหยุดยิงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วให้เป็นสันติภาพที่ยั่งยืน บลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันพุธ จาเร็ด คุชเนอร์ และทูตพิเศษ สตีฟ วิทคอฟฟ์ เดินทางเยือนกาตาร์เมื่อวันอังคารเพื่อหารือทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงเบื้องต้น ซึ่งกำหนดระยะเวลาการเจรจา 60 วันระหว่างวอชิงตันและเตหะราน ตามรายงาน กระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์กล่าวว่า "มีความคืบหน้าในเชิงบวก" รายงานระบุเพิ่มเติมว่า รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ กล่าวว่าผู้เจรจาทางเทคนิคกำลังหารือเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ รวมถึงการจราจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และจะเริ่มหารือเกี่ยวกับประเด็นนิวเคลียร์ กาตาร์กล่าวว่าการประชุมครั้งต่อไปจะกำหนดขึ้นหลังพิธีศพของอดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อาลี คาเมเนอี โดยคาดว่าพิธีการดังกล่าวจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้
• แรงเทขายกลุ่มเทคโนโลยี: สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีหุ้นของญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ต่างชี้ไปที่การเปิดตลาดในแดนลบตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐฯ เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 0.2% ดัชนี Nasdaq 100 ร่วงลง 1.5% และดัชนีกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ดิ่งลงถึง 6.3% ซึ่งสะท้อนถึงการจับตาอย่างเข้มงวดต่อการพุ่งขึ้นของหุ้นที่ขับเคลื่อนด้วยธีม AI
• ถ้อยแถลงประธาน Fed: เควิน วอร์ช กล่าวในงานสัมมนาของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่เมืองซินตราว่า การคาดการณ์เงินเฟ้อได้ชะลอตัวลงในช่วงเดือนที่ผ่านมา และเขาย้ำจุดยืนในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา ถ้อยแถลงนี้ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลและมองว่า Fed จะยังไม่รีบเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม
• ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ: ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 ในเดือนมิถุนายน เนื่องจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นจากภาวะสงครามเริ่มคลี่คลายลง บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยังคงยืดหยุ่นและมีแนวโน้มเติบโตตามเป้าหมายที่ระดับประมาณ 2.4% ในปีนี้ ขณะที่ตลาดกำลังจับตาตัวเลขการจ้างงาน (Jobs data) ในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบทางสถิติจากการจ้างงานที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลก (FIFA World Cup)
• โกลด์แมนแซคส์เตือนตลาดน้ำมันอาจเผชิญภาวะโอเวอร์ซัพพลายกว่า 3 ล้านบาร์เรล/วัน ในปีหน้า หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยุติลง
• การจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ (ADP) เดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้น 98,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สะท้อนตลาดแรงงานที่เริ่มมีเสถียรภาพ
• รัฐบาลสหรัฐฯ ยกเลิกแบนการส่งออกโมเดล AI (Fable 5) ของ Anthropic หลังบริษัทปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยได้ตามที่รัฐบาลกำหนด
• เงินวอนเกาหลีใต้อ่อนค่าสุดตั้งแต่ปี 2009 จากแรงเทขายหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ฟิทช์เตือนอาจลดเรตติ้งอินโดนีเซียหากทุนสำรองร่วงต่อ
เจาะลึกข้อมูลผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย (Strategic Analysis)
• ทิศทางค่าเงินบาท: เงินบาทที่อ่อนค่าแตะระดับ 33.37/38 บาท/ดอลลาร์ เป็นผลบวกต่อความสามารถในการแข่งขันของกลุ่มส่งออกและอาหาร (เช่น HANA, ITC, TU) แต่จะเป็นปัจจัยกดดันด้านต้นทุนและขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนต่อกลุ่มที่มีหนี้สกุลเงินดอลลาร์สูง เช่น โรงไฟฟ้าและสายการบิน
• ทิศทางราคาน้ำมัน: แนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่อาจปรับตัวลดลงจากภาวะ Oversupply ในปีหน้า จะส่งผลดีต่อต้นทุนของกลุ่มสายการบิน โลจิสติกส์ และกลุ่มผู้บริโภค (เช่น AAV, BA, THAI) แต่อาจกดดันกำไรและทำให้เกิด Stock Loss ในกลุ่มสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรวมถึงโรงกลั่น (เช่น PTTEP, PTT)
• ทิศทางดอกเบี้ยและ Bond Yield: หากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) และดอกเบี้ยโลกเริ่มปรับลดลงตามคาดการณ์ จะเป็น Sentiment เชิงบวกที่ทำให้ Valuation ของกลุ่ม REIT, อสังหาริมทรัพย์ และหุ้น Growth กลับมามีความน่าสนใจ (เช่น CPNREIT, SPALI, SIRI) แต่อาจกดดันส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ให้แคบลง
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): มูลค่าการซื้อขายรวม 64,633.68 ล้านบาท และ ต่างชาติขายสุทธิ 1,585.99 ล้านบาท
• ตลาดตราสารหนี้: มูลค่าการซื้อขายรวม 76,947.23 ล้านบาท ยอดสุทธิต่างชาติ net buy 4,328 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิด 33.37/38 บาท/ดอลลาร์
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event : 
• 2/Jul/26, Change in Nonfarm Payrolls, Surv=172k, Prior=113.09k
• 2/Jul/26, Average Hourly Earnings MoM, Surv=0.30%, Prior=0.27%
• 2/Jul/26, Unemployment Rate, Surv=4.30%, Prior=4.29%
• 2/Jul/26, Initial Jobless Claims, Surv=215k, Prior=218.89k
• 3/Jul/26, RatingDog China PMI Composite, Surv=54, Prior=--
Strategy
• ประเมินตลาด: ยังมีแนวโน้มดี (วัดจาก SET Index ที่ตัดหุ้น DELTA) หลังปัจจัยลบคลี่คลาย และเราประเมินนักลงทุนต่างชาติ จะกลับเข้ามาลงทุนในตลาดเอเชีย เพื่อหลบเงินเฟ้อ-ดอกเบี้ยสหรัฐฯ
• กลยุทธ์ลงทุน: เลือกลงทุนแบบ Selective Buy โดยให้น้ำหนักกับหุ้นธนาคารและหุ้นขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นกลุ่มหลักของตลาด และเพื่อเก็งในเรื่องการจ่ายเงินปันผลงวดแรกของปี หุ้นที่น่าซื้อ ตัวอื่นๆ อาทิ AOT, BH*, OR, IVL รวมถึงกลุ่มนิคมฯ (WHA*) ที่ได้อานิสงส์จาก FDI ย้ายฐานการผลิต และการสนับสนุนการลงทุนในประเทศโดยรัฐบาล
• พอร์ตหุ้นแนะนำ: เรานำ TRUE*, HMPRO ออกจากพอร์ต และนำ IVL เข้ามาแทน หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย IVL (10%), PTT* (10%), KBANK (10%), AOT (10%), GULF* (10%), KTB (10%), BDMS* (10%), WHA* (10%), CPN (10%)
Technical  : BBIK, GUNKUL
 
News Comment:
( 0 ) Energy (Neutral) ราคาน้ำมันดิบใกล้ระดับก่อนสงคราม; OPEC+ เตรียมเพิ่มโควตาการผลิตในเดือน ส.ค. ขณะที่ UAE ส่งออกสูงขึ้น
News Flash:
( + ) Tourism (Overweight) "ททท.-แกร็บ" เปิดแคมเปญเด็ด ดึง "หลิง-ออม" กระตุ้นท่องเที่ยว
Company Update:
( + ) MAGURO (ซื้อ/เป้า 28.00 บาท) กำไร 2Q26E ขยายตัว, 2H26E โตเด่นได้แรงหนุนจากแบรนด์ใหม่
 

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์