SET Outlook
คาดดัชนีฯ จะแกว่งในกรอบแคบ นักลงทุนมีการปรับพอร์ตรอดูสถานการณ์ตะวันออกกลาง แม้จะมีการเลื่อนวันกำหนดเส้นตายของสหรัฐฯ ออกไปจนถึง 6 เม.ย. ก็ตาม และยังมีความไม่แน่นอนว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์นี้ด้ว
ปัจจัยในประเทศ
• มาตรการบรรเทาค่าครองชีพ: ครม. นัดพิเศษมีมติผ่าน 7 มาตรการ เพื่อช่วยเหลือประชาชนจากสภาวะน้ำมันแพง หลังมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินสูงถึง 22% โดยสั่งการให้กระทรวงการคลังเดินหน้าลดภาษีสรรพสามิตเพื่อลดภาระต้นทุนพลังงาน (ผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีก และกลุ่มขนส่ง)
• การเมืองไทย: ศาลรัฐธรรมนูญอาจพิจารณาประเด็นบัตรเลือกบัตรเลือกอีกครั้ง หลังสั่งให้ กกต. ยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วันซึ่งครบกำหนดในสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้ (ต้นเม.ย.) ประเด็นที่ต้องติดตามคือ 1) กกต. จะยื่นคำชี้แจงได้กำหนดหรือไม่ 2) ศาลจะนัดพิจารณาครั้งถัดไปเมื่อไหร่ 3) หากผลออกมาเลวร้ายที่สุดอาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะทำให้การเมืองเข้าสู่สุญญากาศอีกครั้ง
• มุมมองธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.): ธปท. ยอมรับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อเข้าสู่กรอบเป้าหมายเร็วกว่าที่คาดไว้เดิม พร้อมยืนยันว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1% ยังมีความเหมาะสมและเพียงพอต่อการรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ (ผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มธนาคาร)
• ค่าเงินบาท: ปิดที่ 32.81/82 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวโดยแกว่งในกรอบ 32.70-32.85 บาทตามทิศทางภูมิภาคและราคาทองคำ ท่ามกลางการเฝ้าระวังสงครามตะวันออกกลางที่อาจทำให้บาทอ่อนค่าลงหากยืดเยื้อ โดยประเมินกรอบพรุ่งนี้ที่ 32.50-33.00 บาท
• กระแส Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติ ในตลาดหุ้นมี ขายสุทธิ 506.94 ล้านบาท (รวมตลาด SET และ MAI) ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมี ขายสุทธิ 1,695 ล้านบาท (ซึ่งหากรวมตราสารหนี้ที่หมดอายุจะมีกระแสเงินไหลออกสุทธิรวม 1,708 ล้านบาท)
ปัจจัยต่างประเทศ:
• ทรัมป์ยืดเวลาพักรบ 10 วัน: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขยายเวลาการระงับโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไป โดยอ้างว่าทางการอิหร่านได้ร้องขอการขยายเวลา 7 วัน แต่เขาตัดสินใจเพิ่มให้เป็น 10 วัน (ขยับเส้นตายเป็นวันจันทร์ที่ 6 เม.ย. 2026) เป็นสัญญาณบวก แต่ยังคงทำให้ตลาดกังวลในความไม่แน่นอนอยู่... แม้การเลื่อนเวลาจะดีต่อตลาดหุ้น เพราะโอกาสที่สหรัฐฯจะยกระดับการโจมตีมีน้อยลง แต่เวลาที่ยืดออกไป กอรปกับอิหร่านยังไม่ยอมรับข้อเสนอ เป็นความไม่แน่นอนว่า เมื่อถึงวันที่เปิดเจรจา จะบรรลุผลหรือไม่
• สถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง: สำนักข่าว Tasnim รายงานว่า อิหร่านได้ส่งคำตอบรับข้อเสนอหยุดยิง 15 ข้อของสหรัฐฯ ผ่านคนกลางแล้วในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา และขณะนี้กำลังรอท่าทีตอบกลับจากฝั่งวอชิงตัน ด้าน ผู้บริหารของ BlackRock เตือนว่านักลงทุนอาจกำลังประเมินความเสี่ยงและผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามอิหร่านต่ำเกินไป
• การประชุมกลุ่ม G7: รมว. คลัง, รมว. พลังงาน และผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่ม G7 เตรียมจัดประชุมด่วนในวันจันทร์หน้า (30 มี.ค.) เพื่อหารือถึงผลกระทบจากวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ พลังงาน และปัญหาเงินเฟ้อโลก (ผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน)
• ซัมมิต Trump-Xi: สหรัฐฯ และจีนประกาศเลื่อนกำหนดการประชุมสุดยอดผู้นำที่กรุงปักกิ่งออกไปเป็นวันที่ 14-15 พ.ค. 69 โดยประเด็นสำคัญที่จะมีการหารือครอบคลุมทั้งเรื่องความร่วมมือด้านการค้า สถานการณ์ไต้หวัน และการแสวงหาความร่วมมือเพื่อรักษาความปลอดภัยในการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
• หุ้นกลุ่มหน่วยความจำ (Memory Chip): ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญแรงขายหุ้นกลุ่ม Memory Chip (เช่น Samsung, SK Hynix, Micron) หลัง Google เปิดเผยความสำเร็จของอัลกอริทึม "TurboQuant" ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดความต้องการใช้งานหน่วยความจำในการประมวลผล AI ลงได้อย่างน้อย 6 เท่า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และระดับราคาชิปในตลาดโลก (ผลกระทบต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์)
• MSCI เตรียมตัดสินใจสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยเตือนความเสี่ยงถูกลดเกรดจากตลาดเกิดใหม่เนื่องจากปัญหาความโปร่งใสและสัดส่วน Free Float ที่ต่ำ ส่งผลให้ทางการต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างการถือหุ้นเพื่อรักษาความเชื่อมั่นและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลก
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• TH – ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมไทย; (คาดการณ์: --, ครั้งก่อน: 1.46%)
• US - U. of Mich. Sentiment; (ครั้งก่อน: 55.5)
Strategy
• ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันหยุดนี้ จะมีผลต่อตลาดหุ้นในสัปดาห์หน้า ดัชนีฯจะมีความผันผวนสูงตามสถานการณ์ตะวันออกกลางซึ่งจะเป็นได้ทั้งบวกหรือลบ
• กลยุทธ์ลงทุน ปรับเป็นชะลอการลงทุน
• หุ้นกลุ่มธนาคาร (BBL, KTB, SCB, KBANK) เรายังเห็นว่าเป็นแหล่งหลบภัยที่ดี และหุ้นส่วนใหญ่ของกลุ่มยังไม่ขึ้นเครื่องหมาย “XD”
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ PTTEP กลับเข้ามาอีกครั้ง หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย PTTEP(20%), CPN(20%), KTB(10%), CPALL(10%) , BDMS*(10%), SCB(10%), ADVANC*(10%)
Technical : TAE, ATLAS
News Comment:
( 0 ) BBL (ซื้อ/เป้า 195.00 บาท) จ่ายเงินช่วยเหลือพนักงาน รายละ 2 หมื่น
News Flash:
( + ) ครม.นัดพิเศษผ่าน 7 มาตรการบรรเทาผลกระทบน้ำมันแพง
( + ) SCB (ซื้อ/เป้า 160.00 บาท) ล้มดีลซื้อ Home Credit Vietnam และจัดตั้ง BankX เพื่อทำ Virtual bank
Company Update:
( + ) MAGURO (ซื้อ/เป้า 33.00 บาท) เปิด Ippe Koppe 1 เม.ย. คาดตอบรับดีมาก