SET Outlook
คาดดัชนีฯ มีแนวโน้มผันผวนในกรอบ ตลาดได้แรงหนุนจากตัวเลข GDP ไตรมาส 4/68 ที่ออกมาดีกว่าคาดการณ์ (+2.5% YoY เทียบกับคาดการณ์ +1.3%) และความชัดเจนทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นจากการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล อย่างไรก็ตาม ดัชนีฯ ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างแรงในช่วงก่อนหน้า อาจมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นสลับออกมาบ้าง โดยปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้คือการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล
ปัจจัยในประเทศ
• สถานการณ์การเมืองเริ่มนิ่งหลังการเลือกตั้ง โดยพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลด้วยจำนวนเสียงพรรคร่วมเกือบ 300 ที่นั่ง ซึ่งถือว่ามีเสถียรภาพ (Buffer) ที่ดี คาดว่าจะเห็นความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจและการบริหารราชการแผ่นดิน โดยกระทรวงการคลังมองว่าหากจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว จะช่วยหนุน GDP ปี 2569 ให้โตแตะ 3% ได้
• ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งหนังสือให้กกต.ชี้แจงภายใน 7 วันปมถูกร้องพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งส่อขัดรธน. ก่อนวินิจฉัยจะส่งศาลรธน.หรือไม่
• เศรษฐกิจไทย: GDP ปี 2569 ขยายตัว 2.4% โดยในไตรมาส 4/68 เร่งตัวขึ้น 2.5% โดยสภาพัฒน์คาดการณ์ ปี 2569 GDP จะขยายตัวที่ 1.5–2.5% ท่ามกลางข้อจำกัดจากภาระหนี้ครัวเรือนระดับสูง และความเสี่ยงมาตรการกีดกันการค้าโลก.....เรามีความเห็นว่า ตัวเลข GDP ที่ออกมา ตัวที่ชี้นำ GDP ในทางบวก จะเป็นภาคการลงทุน ของทั้งภาครัฐฯและเอกชน จึงไม่น่าแปลกใจ ที่หุ้นนิคมฯ และรับเหมาฯ จะปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ การบริโภคของภาคเอกชน แม้จะขยายตัว 3.3% แต่มีผลน้อยกว่าภาคการลงทุน ภาคการบริโภค เรามองว่ายังไม่ฟื้นตัว ต้องไปลุ้นกับนโยบายรัฐบาลใหม่ ขณะที่ภาคส่งออก ถูกกระทบจากมาตรการการค้าและเงินบาทแข็งค่า
• Fund Flow ไหลเข้า: วานนี้ (16 ก.พ.) นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ ในตลาดหุ้น 216 ล้านบาท และในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 5,082 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 31.08/09 บาทต่อดอลลาร์ สรอ. ทรงตัวจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดระดับ 31.07 บาทต่อดอลลาร์ สรอ. โดยระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบ 30.98 - 31.10 บาทต่อดอลลาร์ สรอ. ซึ่งสอดคล้องกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค โดยมีปริมาณธุรกรรมเบาบางเนื่องจากตลาดสหรัฐฯ และจีนหยุดทำการ
ปัจจัยต่างประเทศ:
• เจรจาทางออกสงคราม: จับตาการเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน (17 ก.พ.) ที่กรุงเจนีวา เพื่อหาข้อตกลงนิวเคลียร์ และการเจรจาไตรภาคี ยูเครน-สหรัฐฯ-รัสเซีย (17-18 ก.พ.) ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันและบรรยากาศการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง
• ประชุม Board of Peace: โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) นัดแรกในวันที่ 19 ก.พ. 69 ณ วอชิงตัน ดีซี เพื่อประกาศทุ่มเงินช่วยเหลือและฟื้นฟูกาซากว่า 5 พันล้านดอลลาร์ โดยมีเงื่อนไขฮามาสต้องปลดอาวุธทุกรูปแบบ เป็นสัญญาณบวกในใกล้สงครามพื้นที่กาซา
• สวีเดนพิจารณาใช้ยูโร: สวีเดนเริ่มกลับมาพิจารณาการเข้าร่วมใช้เงินสกุลยูโรอย่างจริงจังอีกครั้งเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยได้รับแรงกดดันจากนโยบาย "American First" ของทรัมป์และความไม่แน่นอนจากการขยายอิทธิพลของรัสเซียและจีน รัฐบาลเตรียมตั้งคณะกรรมการประเมินข้อดีข้อเสียเพื่อตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ในการเปลี่ยนผ่านจากสกุลเงินโครนา
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• US - Empire Manufacturing; (คาดการณ์: 8.38, ครั้งก่อน: 7.7)
Strategy
• แนวโน้มตลาดยังเป็นขาขึ้นจากปัจจัยบวกในประเทศ แต่ระยะสั้นอาจมีความผันผวน แนะนำให้รอจังหวะซื้อเมื่อดัชนีฯ ย่อตัว หรือหมุนเวียนกลุ่มลงทุน (Sector Rotation) ไปยังหุ้น Laggard ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว
• กลุ่มที่น่าสนใจคือ ธนาคาร และ อสังหาริมทรัพย์ ซึ่งราคายัง Laggard และได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยหุ้นเด่นของ 2 กลุ่ม KTB, SCB, BBL , SPALI, AP*, LH*
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ CRC, CENTEL ออก และนำ BDMS* เข้ามาใหม่ หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย BDMS*(10%), ADVANC*(20%)
Technical : PLANB, BCPG
News Comment:
( 0 ) AURA (ซื้อ/เป้า 21.00 บาท) ชี้แจง CFO ติดลบเป็นเรื่องปกติของช่วงขยายตัว มีทองหลักประกันทำต้นทุนต่ำ
Company Update:
( + ) KTB (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 35.00 บาท) เงินปันผลมีโอกาสมากกว่าคาด และ ROE ยังคงยืนเหนือ 10%
( + ) SIRI (ซื้อ/เป้า 1.70 บาท) กำไรปกติ 4Q25E จะดีขึ้นกว่าคาดเดิม จากทั้งยอดโอนและ GPM