logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 16 JULY 2026

SET Outlook
คาดดัชนีฯ ผันผวน ตลาดเริ่มมีการขายทำกำไร โดยเฉพาะหุ้นธนาคาร ขณะที่ตัวแปรสำคัญ คือสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ไม่แน่นอน และทิศทางเงินเฟ้อ (ในอนาคต) ที่จะสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน จะกดดันตลาดในช่วงนี้ สำหรับทิศทางดัชนีฯ ในวันพรุ่งนี้ คาดว่าจะแกว่งตัวในกรอบ Sideway ถึง Sideway Down จากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงปกคลุมบรรยากาศการลงทุน
ปัจจัยในประเทศ
• กพช. ปรับลดค่าไฟและหนุน Data Center: กพช. อนุมัติลดค่าไฟบ้าน 200 หน่วยแรกเหลือ 3 บาท/หน่วย พร้อมแยกต้นทุนไฟสาธารณะ และเคาะมาตรการ Direct PPA ปลดล็อกให้ Data Center ซื้อไฟฟ้าสะอาดโดยตรงเพื่อดึงดูดการลงทุน
• เตรียมเก็บค่าไฟ Data Center อัตราใหม่: กกพ. เตรียมกำหนดอัตราค่าไฟใหม่สำหรับ Data Center ซึ่งจะสูงกว่าปกติ เพื่อนำรายได้ส่วนนี้ไปอุดหนุนค่าไฟสาธารณะ คาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ในรอบบิลเดือนสิงหาคมนี้
• รัฐฯ เล็งอัดฉีดเงินกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ: รัฐบาลเตรียมเสนอ ครม. เคาะมาตรการอุดหนุนค่าที่พักสูงสุด 3,000 บาท/คน พร้อมคูปองดิจิทัล 500 บาท และช่วยค่าตั๋วเครื่องบิน เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและลดการพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ
• GRAND ได้แหล่งเงินทุนซื้อคืนทรัพย์สิน: GRAND ได้รับเงินทุนสนับสนุน 5.7 พันล้านบาทจากไพรเวทฟันด์สิงคโปร์และธนาคารเยอรมนี เพื่อใช้ดำเนินการซื้อคืนโรงแรม Royal Orchid Sheraton ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันตามกำหนด
• หุ้นไทยรับอานิสงส์ Fund Flow: ตลาดหุ้นอาเซียนรวมถึงไทยกลับมาโดดเด่นเหนือภูมิภาค โดย SET Index ได้รับแรงหนุนจากเงินทุนต่างชาติไหลเข้าเกือบ 2 พันล้านเหรียญฯ โดยเฉพาะในกลุ่มธนาคารและอิเล็กทรอนิกส์
ปัจจัยต่างประเทศ:
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก ดัชนี S&P 500 ขยับขึ้น 0.4% ปิดที่ 7,572.42 จุด เนื่องจากรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ PPI ที่ชะลอตัวสามารถบดบังและชดเชยแรงเทขายในหุ้นกลุ่มชิปก่อนหน้านี้ได้สำเร็จ ส่งผลบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นตาม
• Dollar Index(100.47) และ Bond yield สหรัฐฯ(10y=4.55%) : หลังตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนมิถุนายนของสหรัฐฯ หดตัวลง 0.3% จากเดือนก่อนหน้า (ดีกว่าที่คาดว่าจะทรงตัว) ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 5.5% ทำให้นักลงทุนผ่อนคลายความกังวลและปลดล็อกโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในช่วงฤดูร้อนนี้ออกไป นักเศรษฐศาสตร์จาก Citi คาดว่าดัชนี Core PCE จะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 0.18%
• ทำเนียบขาวชี้ Fed ไม่มีข้ออ้างขึ้นดอกเบี้ย: ทำเนียบขาวระบุว่า Fed ไม่มีเหตุผลในการขึ้นดอกเบี้ยอีกต่อไป หลังตัวเลข CPI และ PPI ต่ำกว่าคาด อย่างไรก็ตาม เรามองว่าโอกาสที่ดอกเบี้ยจะลดลงอาจถูกกลบด้วยข่าวลบจากราคาน้ำมันที่กำลังขยับตัวสูงขึ้น
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง:  สหรัฐฯ เดินหน้าเปิดฉากถล่มอิหร่านระลอกใหม่ หลังจากข้อตกลงหยุดยิงล่มสลายและ โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะขยายวงกว้างในการโจมตี โดยล่าสุดสำนักข่าว Fars รายงานเหตุโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ บริเวณรอบเกาะเกชม์ (Qeshm Island) และเมืองศิริก (Sirik) ด้านอิหร่านประกาศว่าข้อตกลงสันติภาพเป็นโมฆะ และเตือนว่ากำลังต่อสู้ใน "สงครามเพื่อความอยู่รอด" (Existential War)
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง:  สหรัฐฯ ยิงถล่มเรือบรรทุกน้ำมัน มุ่งหน้าสู่เกาะคาร์ก (Kharg Island) ภายใต้มาตรการปิดล้อมทางทะเลรอบใหม่ ส่งผลให้การเดินเรือขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซเผชิญภาวะตึงตัวขั้นวิกฤต (Squeeze) ขณะที่ภาพถ่ายดาวเทียมชี้ว่า ยอดการโหลดน้ำมันดิบของซาอุดีอาระเบียในอ่าวเปอร์เซียดิ่งลงอย่างรุนแรงจากเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ (Supertankers)
• Apple ปลดล็อกตลาดจีน รัฐบาลจีนอนุมัติอย่างเป็นทางการให้ Apple สามารถเปิดใช้งานระบบปัญญาประดิษฐ์ (Apple Intelligence) บน iPhone ในประเทศจีนได้แล้ว โดยเป็นการพัฒนาร่วมกับ Alibaba และ Baidu คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายในตลาดสมาร์ตโฟนจีนที่มีการแข่งขันสูง
• ตลาดจับตาการประชุมธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ในวันนี้ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 2.75% จากเดิม 2.50%
• ASML ปรับเป้ายอดขายรับอานิสงส์ AI: ASML ปรับเพิ่มคาดการณ์ยอดขายปีนี้เป็น 4.3-4.5 หมื่นล้านยูโร จากความต้องการชิป AI ที่พุ่งสูงขึ้น พร้อมเตรียมขยายกำลังการผลิตเครื่องจักร EUV เพื่อรองรับคำสั่งซื้อ
• วิกฤตหุ้น AI เกาหลีใต้เจอพิษ Leverage: การร่วงลงอย่างหนักของหุ้น SK Hynix บังคับให้กองทุน ETF ประเภท Leverage ต้องเทขายหุ้นกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ ซ้ำเติมให้ดัชนี Kospi ดิ่งลง สะท้อนความเปราะบางของตลาด
• การค้าน้ำมันอิหร่านชะงัก: เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านจำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทางไปลอยลำรอนอกชายฝั่งปากีสถาน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบและปิดล้อมจากกองทัพเรือสหรัฐฯ
• PBOC เมินแรงกดดันให้แข็งค่าเงินหยวน: ธนาคารกลางจีนส่งสัญญาณปล่อยเงินหยวนเคลื่อนไหวตามกลไกตลาด ปฏิเสธข้อเรียกร้องจากทางยุโรปที่ต้องการให้แทรกแซงเงินหยวนให้แข็งค่าขึ้น
เจาะลึกข้อมูลผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย (Strategic Analysis)
• ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น (ความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน): การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซและการโจมตีทางทหารส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น หุ้นกลุ่มที่ได้รับผลเชิงบวกโดยตรงคือกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันและปิโตรเคมีขั้นต้น (เช่น PTTEP, PTT, TOP, SPRC) ในขณะที่กลุ่มที่ใช้พลังงานเป็นต้นทุนหลักจะเสียประโยชน์และถูกกดดัน โดยเฉพาะกลุ่มโรงไฟฟ้า (GPSC, BCPG), กลุ่มการบิน (AAV, BA), ท่องเที่ยว, และค้าปลีก
• ผลกระทบจากนโยบาย Data Center และพลังงานทางเลือก: การปลดล็อกมาตรการ Direct PPA ให้กับ Data Center เอื้อให้เกิดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในไทย กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (WHA*, AMATA) และกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA) จะได้รับประโยชน์จากกระแสเงินทุน FDI และการย้ายฐานการผลิต
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): มูลค่าการซื้อขายรวม 86,236.86 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อขายสุทธิ 952.50 ล้านบาท
• ตลาดตราสารหนี้: มูลค่าการซื้อขายรวม 72,702.30 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อขายสุทธิ 1,083 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิด 33.61 บาท/ดอลลาร์
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event (15 Jul 26)
• 16/7/2026, US Retail Sales Advance MoM, Surv= 0.31%, Prior= 0.90%
• 16/7/2026, US Initial Jobless Claims, Surv= --, Prior= 215k
• 16/7/2026, US Pending Home Sales MoM, Surv= --, Prior= 3.80%
Strategy
• ประเมินตลาดหุ้นไทย น่าจะยังมีแรงขายทำกำไรเข้ามา หลังมีความกังวลในเรื่องสถานการณ์ตะวันออกกลาง ที่สหรัฐฯ อาจโจมตีอิหร่านในสัปดาห์หน้า ขณะที่เงินเฟ้อ (สหรัฐฯ) เรายังมองว่าอาจส่งสัญญาณลบด้านเศรษฐกิจออกมา ส่วนโอกาสขึ้นดอกเบี้ยที่น้อยลง อาจถูกกลบด้วยข่าวลบที่ราคาน้ำมันขยับตัวสูงขึ้น (ซึ่งจะกดดันให้เงินเฟ้อเดือนหน้าปรับตัวสูงขึ้น)
• กลยุทธ์ลงทุน เราแนะนำให้ทยอยขายทำกำไร หลังตลาดอาจไม่เป็นใจ และราคาหุ้นหลายตัวปรับตัวขึ้นมามากแล้ว
• หุ้นกลุ่มน้ำมัน ทั้งผู้ผลิตและโรงกลั่นน้ำมัน ยังได้อานิสงส์จากการผลิตน้ำมันของโรงกลั่นฯ ที่ยังทำได้ไม่เต็มที่ (โรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งโดนโจมตี ทั้งฝั่งตะวันออกกลางและรัสเซีย-ยูเครน) หุ้นเด่นๆ ในเรื่องนี้หนีไม่พ้น PTTEP และหุ้นโรงกลั่นน้ำมัน (TOP, SPRC)
• พอร์ตหุ้นแนะนำ: เรานำ KTB, WHA*, STA* ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย HMPRO (10%), TRUE* (10%), CRC (10%), PTTEP (10%), ADVANC* (5%), PTT* (10%)
Technical  : DELTA, TURBO
 
News Flash:
( + ) Tourism & Aviation (Overweight) เตรียมดัน “ไทยเที่ยวไทย พลัส” รัฐหนุนค่าที่พัก 50% ช่วยค่าตั๋วเครื่องบิน
( - ) Power (Overweight) กพช. เห็นชอบ 7 มาตรการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟ แยกภาระค่าไฟสาธารณะออกจากผู้ใช้ไฟบ้าน
 
Company Update:
( - ) NER (ถือ/ปรับเป้าลงเป็น 5.00 บาท) 2Q26E ฟื้น QoQ แต่ปริมาณขายยังน้อยกว่าคาดจากภัยแล้งและส่งออกลดลง
( 0 ) AOT (ซื้อ/เป้า 70.00 บาท) 3QFY26E ชะลอตัว; 4QFY26E และ FY27E จะกลับมาโตดีจาก PSC ใหม่

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์