logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 23 FEB 26

SET Outlook
ดัชนีฯ ยังไม่สามารถผ่าน 1490 จุด ขึ้นไปได้ และสัปดาห์นี้ ตลาดหุ้นจีนจะกลับมาซื้อขายปกติ และตลาดยังมีตัวแปรสำคัญ คือ การตัดสินใจของสหรัฐฯว่าจะโจมตีอิหร่านหรือไม่ (บวก/ลบ) อีกทั้งตลาดยังมีการรายงานกำไรของบริษัทจดทะเบียน รวมทั้ง MSCI จะ rebalance ในช่วงปลายสัปดาห์ ประเมินกรอบดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ไว้ที่ 1460-1490 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• การเมืองไทย: ปัจจุบันภูมิใจไทยรวมเสียงรัฐบาลได้กว่า 290 เสียงแล้ว การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้มีเสถียรภาพมาก โดยเน้นความต่อเนื่องทางนโยบายเศรษฐกิจเดิม เช่น โครงการคนละครึ่ง พลัส จากนี้รอเพียงการประกาศรับรอง สส. จาก กกต. อย่างเป็นทางการ คาดจัดตั้งรัฐบาลเสร็จสิ้นไม่เกิน พ.ค. 69  ส่วนประเด็นปัญหา เรื่อง QR Code และบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เราประเมินไว้ก่อนว่า อาจไม่ถึงกับต้องเลือกตั้งใหม่
• กำไรตลาด: เราประเมินกำไรตลาดไตรมาส 4/68 ไว้ที่ 2.2 แสนล้านบาท +34% yoy; -15% qoq หากกำไรเป็นไปตามที่คาด โดยกำไรตลาดปีนี้ จะจบที่ 1.1 ล้านล้านบาท ด้วย EPS ที่ 88 บาท ในช่วงนี้เป็นช่วงของการประกาศจ่ายปันผล และขึ้นเครื่องหมาย “XD” โดยหลายบริษัทประกาศจ่ายสูงกว่าปีก่อนและมีปันผลพิเศษ สะท้อนผลประกอบการโดยรวมที่ดีของตลาดหุ้น
• คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีกำหนดประชุมในวันที่ 25 ก.พ. นี้  เพื่อพิจารณานโยบายดอกเบี้ยของไทย ขณะที่ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.25% โดยโอกาสที่ กนง. จะประกาศลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้น้อยลง เนื่องจากเศรษฐกิจำไทยภาพรวมฟื้นตัวดีขึ้น ประกอบกับรัฐบาลใหม่เข้ามาส่งเสริมเศรษฐกิจ
• Fund Flow ไหลเข้า: สุดสัปดาห์ก่อน (20 ก.พ.) นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้น 601 ล้านบาท, และในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 444 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นวันที่ 20 ก.พ. อยู่ที่ระดับ 31.19/20 บาท/ดอลลาร์ ในระหว่างวัน เงินบาทมีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.10 - 31.30 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเคลื่อนไหวตามทิศทางของราคาทองคำในตลาดโลก (ในขณะที่สกุลเงินภูมิภาคส่วนใหญ่อ่อนค่าลง)
• FTSE Global Equity Index Series ประกาศชื่อหุ้นคำนวณดัชนีฯ โดยจะใช้ราคาปิด 20 มี.ค.69 เพื่อทำ rebalance  โดยชั้นของ #Large Cap นำหุ้น SCC ออก โดยย้ายไป  #Mid Cap ส่วน #Small Cap นำ BPP, MAJOR ออก โดย MAJOR จะถูกลดชั้นไปอยู่ที่ #Micro Cap ... การปรับหุ้นเข้า-ออก จะมีผลตรงต่อราคาหุ้นเหล่านี้ในันจันทร์(23 ก.พ.) รวมไปถึงหุ้นที่จะมีการปรับ weight ด้วย
• MSCI Rebalance รอบเดือน ก.พ. 69 ประกาศคำนวณดัชนีฯ โดยใช้ราคาปิด วันที่ 27 ก.พ. 69 โดย MSCI GLOBAL STANDARD INDEXES  หุ้นเข้า : ไม่มี ; หุ้นออก : CPAXT , MSCI GLOBAL SMALL CAP INDEXES หุ้นเข้า : CRC, IVL, JTS ; หุ้นออก : HANA, JMT, M, PLANB ทั้งนี้ เราประเมินว่า มีการทยอยเตรียมการมาระดับหนึ่งแล้ว สัปดาห์นี้ จึงมีผลต่อตลาดไม่มาก ยกเว้นวันที่ทำ rebalance ราคาปิดและปริมาณซื้อขาย ณ ราคา ATC ของหุ้น จะผิดปกติไป
ปัจจัยต่างประเทศ:
• คดีภาษีการค้า IEEPA ของสหรัฐฯ: ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีมติ 6 ต่อ 3 ตัดสินชี้ขาดว่า การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้กฎหมายฉุกเฉิน IEEPA เพื่อเรียกเก็บภาษีนำเข้าแบบต่างตอบแทน (Reciprocal tariffs) กับประเทศคู่ค้านั้น "ไม่ชอบด้วยกฎหมาย" เนื่องจากอำนาจการจัดเก็บภาษีตามรัฐธรรมนูญเป็นของรัฐสภา ไม่ใช่ของฝ่ายบริหาร อย่างไรก็ตาม ทันทีที่พ่ายคดี ทรัมป์ได้โต้กลับเพื่อรักษาฐานอำนาจทางการค้า โดยเปลี่ยนไปใช้มาตรา 122 แห่งกฎหมาย Trade Act ปี 1974 แทน พร้อมลงนามคำสั่งเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากทั่วโลกในอัตรา 10% (Global Tariff)  และปรับเป็น 15% ในอีกไม่กี่ชั่วโมงถัดมา เป็นเวลา 150 วัน เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 2569 เป็นต้นไป ... เราประเมินว่า ตลาดโลกจะกลับมาให้ความสนใจในเรื่องนี้อีกครั้ง น้ำหนักของข่าวนี้ ออกไปในโทนลบต่อตลาด แต่จะดีต่อสินทรัพย์ที่เป็น safe haven อาทิ ทองคำ
• ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ (อิหร่าน) : ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นคำขาดให้อิหร่านมีเวลาเพียง 10-15 วัน ในการเจรจาและบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับใหม่ อย่างไรก็ดี มีรายงานว่าฝ่ายบริหารของทรัมป์อาจยอมผ่อนปรนให้อิหร่านเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมได้แบบ "พอเป็นพิธี" (Token) ตราบใดที่ไม่เปิดทางไปสู่การสร้างอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อเลี่ยงการเกิดสงคราม (สหรัฐฯ-อิหร่าน)
 
... เราประเมินว่า เรากำลังจับตาดูว่าในสัปดาห์นี้ ผู้นำสหรัฐฯจะมีการแถลงนโยบายและอาจมีการขออนุมัติจากสภา Congress ผลที่ออกมาจะมีผลต่อการตัดสินใจของสหรัฐฯ ว่าจะทำงครามกับอิหร่านหรือไม่ หรือจะทำ(โจมตี) ในระดับใด
• ติดตามการแถลงนโยบายประจำปีของ โดนัลด์ ทรัมป์ (State of the Union) ต่อสภาคองเกรส โดยจะมีการกล่าวสุนทรพจน์ในวันที่ 24 ก.พ. เวลา 21.00 น. (ตามเวลาสหรัฐฯ) ซึ่งจะเป็นแม่แบบปูทางไปสู่การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในช่วงเดือนพ.ย. ปลายปีนี้ รวมถึงจะเป็นการชี้ภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจมีผลต่อทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศคู่ค้า
• ตลาดหุ้นอินโดนีเซียกำลังเร่งดำเนินการเพื่อรักษาสถานะของตลาด หลังจากที่ MSCI Inc. ได้ออกมาเตือนเมื่อเดือนก่อนว่าอาจจะปรับลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียลงสู่ระดับ Frontier Market ทางการอินโดนีเซียได้ให้คำมั่นว่าจะแก้ไขข้อกังวลของ MSCI ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมนี้
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
23 ก.พ. 69
    • TH - Customs Exports YoY; (คาดการณ์: 8.28%, ครั้งก่อน: 16.80%)
24 ก.พ. 69
    • TH - Car Sales; (ครั้งก่อน: 75,121)
25 ก.พ. 69
   • TH - BoT Benchmark Interest Rate; (คาดการณ์: 1.19%, ครั้งก่อน:
      1.25%)
   • EC – CPI YoY; (คาดการณ์: 1.70%, ครั้งก่อน: 1.70%)
   • EC - CPI Core YoY; (คาดการณ์: 2.20%, ครั้งก่อน: 2.20%)
26 ก.พ. 69
   • US - Initial Jobless Claims; (คาดการณ์: --, ครั้งก่อน: 206k)
27 ก.พ. 69
   • US - PPI Final Demand MoM; (คาดการณ์: 0.30%, ครั้งก่อน: 0.50%)
    • US - PPI Ex Food and Energy YoY; (ครั้งก่อน: 3.30%)
 
Strategy
 • แรงขายในตลาดหุ้นวันก่อน น่าจะเกิดจากความกังวลว่า สหรัฐฯอาจโจมตีอิหร่านในช่วงวันหยุด และตลาดหุ้นฮ่องกงกลับมาเปิดทำการหลังหยุดไปหลายวัน .... สัปดาห์นี้ ตลาดยังมีโทนลบหลงเหลืออยู่ ความกังวลในเรื่องสงคราม ขณะที่ MSCI จะทำการ rebalance ในวันศุกร์(27 นี้)
• กลยุทธ์ลงทุน ยังแนะนำเหมือนวันก่อน คือ ให้ขายทำกำไรหุ้นออกไปบางส่วน โดยเฉพาะหุ้นแถวสอง (หุ้นที่ไม่ใช่กลุ่มนำตลาดรอบนี้ หรือ 20 ลำดับแรกของ SET50) เพื่อลดความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้น
•  หุ้นกลุ่มส่งออกสะเทือน : การที่ ประธานาธิบดี Trump ลงนามคำสั่งเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากทั่วโลกในอัตรา 15%  เรามองว่า อาจมีผลต่อบรรยากาศการลงทุนในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มส่งออก และนิคมฯ ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับเรื่องนี้
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ:  เรานำ COM7, BDMS*, CPALL, ADVANC* ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย KTB(10%), SIRI(10%), TRUE*(10%)
Technical  : CPN, WHA
 
News Comment:
( 0 ) AOT (ซื้อ/เป้า 60.00 บาท) ประกาศขึ้นค่า PSC เป็น 1,120 บาท ตามคาด มีผล 20 มิ.ย.นี้
 
News Flash:
( 0 ) Bank (Overweight) สินเชื่อ ม.ค. 26 ลดลง -0.7% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่และบัตรเครดิต ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล
( 0 ) Pet Food (Neutral), TU (ซื้อ/เป้า 14.00 บาท) ศาลฎีกาสหรัฐมีมติเพิกถอนนโยบายภาษี ขณะที่ล่าสุด ปธน. ทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีทั่วโลก 15%
 
Results Review:
( + ) TCAP (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 68.00 บาท) กำไร 4Q25 เป็นไปตามคาด, ปันผลมากกว่าคาด
( 0 ) CBG (ซื้อ/เป้า 51.00 บาท) กำไรปกติ 4Q25 โต QoQ ใกล้เคียงคาด
 
Company Update:
( + ) Bank (Overweight) Fund flow+Dividend stock หนุนราคาหุ้นเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่อง
( 0 ) MINT (ซื้อ/เป้า 31.00 บาท) เป้าหมายใกล้เคียงคาด, เดินหน้าจัดตั้งกอง REIT
 
 

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์