SET Outlook
ตลาดหุ้นไทยตอบรับข่าวลบไปมากแล้ว และปัจจัยหลักที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้คือการรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/68 ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 14 พ.ย. โดยราคาหุ้นจะอิงกับผลประกอบการที่ออกมาเป็นสำคัญ ประเมินกรอบดัชนีฯ สัปดาห์นี้ไว้ที่ 1280-1325 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• ผลประกอบการไตรมาส 3/68 วันสุดท้ายของการนำส่ง 14 พ.ย. เราประเมินกำไรตลาดในไตรมาส 3/68 ไว้ที่ 2.59 แสนลบ. ซึ่งเติบโต +30% YoY และลดลง -23% QoQ
• ความสัมพันธ์ไทย-จีน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ จะเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 13-17 พ.ย. ... เรามองเป็นบวกในเรื่องความสัมพันธ์ที่จะได้อานิสงส์ทั้งการทูตและการค้าในอนาคต
• การเมืองไทย ในช่วงก่อนเปิดสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่ 2 ในวันที่ 12 ธ.ค. นายกฯ ยืนยันว่าจะปฏิบัติตามข้อตกลงกับพรรคประชาชนทุกประการ โดยจะยุบสภาภายใน 120 วัน ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 31 ม.ค. 69 และรัฐบาลพร้อมชี้แจงหากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
• การจัดการหนี้เสีย (JVAMC) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้อนุญาตเป็นการชั่วคราวให้ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และ Non-bank สามารถร่วมลงทุนจัดตั้งกิจการร่วมทุนบริหารสินทรัพย์ (JVAMC) โดยมีระยะเวลา 2 ปีในการยื่นขอจัดตั้ง และ 15 ปีในการดำเนินกิจการ มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยลูกหนี้ด้อยคุณภาพผ่านการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย
• ไทย-กัมพูชา : สถานการณ์แนวชายแดนยังไม่สงบดี อาจมีผลต่อหุ้นหรือธุรกิจที่อิงกับประเทศกัมพูชา
• Fund Flow/เงินบาท: นักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทย (SET+MAI) ขายสุทธิ 2,730.58 ล้านบาท ในขณะที่ในตลาดตราสารหนี้ต่างชาติ ซื้อสุทธิ 2,916 ล้านบาท เงินบาทปิดตลาดที่ระดับ 32.35 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยต่างประเทศ:
• อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ: ช่วงระหว่างการปิดหน่วยงานสหรัฐฯ ทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญหยุดรายงานไปชั่วขณะ นักเศรษฐศาสตร์ รวมถึงธนาคารกลาง Fed จึงต้องพึ่งพาข้อมูลสำคัญอื่นมากขึ้น การรายงานตัวเลขเงินเฟ้อ(CPI) จะมีการายงานในวันที่ 13 พ.ย. โดยตลาดคาดการณ์ที่ 3.03% จากครั้งก่อน 3.00% เงินเฟ้อยังมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งมีกดดันในการประชุมนโยบายดอกเบี้ยครั้งหน้า (9-10 ธ.ค.)
• การไต่สวนภาษีของทรัมป์ : ผู้พิพากษาหลายมีความกังขาต่อการที่ทรัมป์ใช้อำนาจกฎหมาย IEEPA ในการกำหนดภาษีทั่วโลก โดยเราประเมินว่า อย่างเร็วที่สุด ศาลฯ จะให้คำตัดสินภายในเดือน พ.ย. นี้ .... มีความเป็นไปได้สูงที่ศาลจะตัดสินให้ภาษีทรัมป์ผิดกฎหมาย ซึ่งจะดีต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นจีน แต่ทั้งนี้ ทรัมป์อาจสามารถใช้กฎหมายอื่นทดแทนได้เช่นกัน
• US Government Shutdown : พรรคเดโมแครตยังคงยืนกรานเรียกร้องให้มีการขยายเวลาอุดหนุนโครงการ Affordable Care Act (Obamacare) และยกเลิกการลดเงินทุน Medicaid เพื่อแลกกับการลงคะแนนเสียงยุติการเผชิญหน้า
• ตัวเลขส่งออกของจีนในเดือน ต.ค. หดตัวลง 1.1% yoy จากที่คาดว่าจะโต 2.9% โดยเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 8 เดือนนับตั้งแต่เดือน ก.พ.68 โดยเฉพาะส่งออกไปสหรัฐฯ ลดลงถึง 25% เศรษฐกิจจีนเติบโตช้าลงสู่ระดับที่อ่อนแอที่สุดในรอบหนึ่งปี …. ข่าวนี้ ลบต่อหุ้นส่งออกและ Commodity ของไทย
• สงครามรัสเซีย-ยูเครน : การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายยังดูรุนแรง มีผลต่อราคาน้ำมัน และ supply ของน้ำมันดิบ ด้าน ยูเครนกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดเพื่อป้องกันไม่ให้รัสเซียยึดเมือง Pokrovsk
#ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• 13 พ.ย.: US-CPI YoY และ Core CPI
• 14 พ.ย.: US-PPI Final Demand YoY
• 14 พ.ย.: EC-GDP SA YoY
• 14 พ.ย.: TH-เส้นตายการรายงานผลประกอบก
Strategy
• ตลาดตอบรับข่าวลบไปมาก และสัปดาห์นี้ เรื่องหลักของตลาดหุ้นไทย คือรายงานกำไร 3Q ที่จะสิ้นสุดในสัปดาห์นี้ ราคาหุ้นแต่ละตัว จะไปอิงกับผลประกอบการที่ออกมา
• หุ้นที่กำไรออกมาดี หรือที่คาดว่าจะออกมาดี น่าจะเป็นหุ้นที่น่าสนใจสำหรับการเข้าซื้อด้วย เราดูจาก Survey กำไรพบว่า หุ้นที่ถูกคาดว่ากำไร 3Q จะออกมาดี อาทิ BA*, SAK*
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เราคงหุ้นในพอร์ตไว้ หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย SPRC(10%), SCB(10%), ADVANC(10%), TRUE*(10%)
Technical : BJC, TIDLOR
News Comment:
( 0 ) Aviation (Neutral) CAAT นัดสมาคมสายการบินหารือการเพิ่มค่าธรรมเนียมการบิน ผู้โดยสารเตรียมรับต้นทุนเพิ่มต่อเนื่อง
( 0 ) MINT (ถือ/เป้า 28.00 บาท) ชนะคดีที่กาตาร์มีโอกาสได้เงิน 804 ล้านบาท
Results Review:
( + ) TOP (ปรับขึ้นเป็น ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 40.00 บาท) กำไรสุทธิ 3Q25 สูงกว่าคาด; คาด Market GRM ฟื้นตัวใน 4Q25E