SET Outlook
ดัชนีฯ ยังมีความผันผวน ด้วยแรงขายหุ้น Tech, PTTEP และ DELTA (หลังงบออกมาต่ำกว่าตลาดคาด) และสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังต้องจับตาดูการเจรจาที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ เราประเมินกรอบดัชนีฯ สัปดาห์นี้ไว้ที่ 1610-1650 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• รัฐบาลตัดสินใจยุติโครงการแลนด์บริดจ์รูปแบบเดิม: คณะกรรมการฯ มีมติยุติโครงการเนื่องจากความคุ้มค่าทางการเงินลดลง (NPV พลิกเป็นติดลบ 10,287 ล้านบาท) จากผลกระทบเศรษฐกิจโลกและสงคราม โดยรัฐบาลจะเปลี่ยนแผนไปพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อท่าเรือระนอง (Missing Link) แทน ซึ่งเราประเมินว่าจะช่วยลดความเสี่ยงด้านงบประมาณและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์
• สหรัฐฯ จัดเก็บภาษีนำเข้าสินค้าไทยอัตรา 12.5%: มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ภายใต้มาตรา 301 แทนมาตรการภาษีชั่วคราวเดิมที่ 10% โดยอ้างปมแรงงานภาคบังคับ ซึ่งนายกฯ กำลังรอรายงานผลเจารจาฉบับเต็มเพื่อเตรียมยื่นอุทธรณ์ ด้าน ส.อ.ท. กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
• คลังคาดเศรษฐกิจไทยปี 69 โต 2.5% จากแรงหนุนส่งออก: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับเพิ่มประมาณการ GDP ขึ้นจากเดิมที่คาดไว้ 1.6% โดยมีปัจจัยบวกหลักมาจากอุปสงค์นอกประเทศ คาดมูลค่าส่งออกสินค้าปีนี้จะขยายตัวได้สูงถึง 12.5% (เดิมคาด 6.2%)
• พาณิชย์เผยส่งออกเดือนมิ.ย. 69 พุ่ง 20.8%: มูลค่าการส่งออกแตะ 34,655.9 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 24 และเติบโตสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 13.7-15.2% สะท้อนภาพรวมภาคการค้าระหว่างประเทศของไทยที่ยังคงแข็งแกร่ง
• อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยหั่นเป้าผลิตเหลือ 1.45 ล้านคัน: ส.อ.ท. เผยยอดผลิตและส่งออกรถยนต์เดือนมิ.ย. ปรับลดลงจากแรงกดดันสงครามตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันการค้า และการแข่งขันจากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) จีน จึงต้องปรับลดเป้าส่งออกลง
• รัฐบาลดึงเม็ดเงินลงทุน 'มิตซูบิชิ มอเตอร์ส' ลุย EV: นายกฯ เดินหน้าดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยค่ายรถยนต์รายใหญ่เตรียมทุ่มงบลงทุนเพิ่มอีก 1.6 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยยาวไปจนถึงปี 2573
• ไทยยังคงติดบัญชีเฝ้าระวังอัตราแลกเปลี่ยนของสหรัฐฯ: กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังคงจัดให้ ประเทศไทย จีน ญี่ปุ่น และคู่ค้ารวม 7 ประเทศ อยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง (Watchlist) เพื่อจับตาพฤติกรรมการดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจไม่เป็นธรรม
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง : ยังมีความเสี่ยงที่สงครามจะบานปลาย อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี Trump ชะลอการโจมตีอิหร่าน ในนาทีสุดท้าย และเปิดช่องกลับเข้าสู่การเจรจา แม้อิสราเอลเชื่อว่าสหรัฐฯ อาจจำเป็นต้องกลับมาใช้กำลังในไม่ช้า.... เรามองว่า หากสองฝ่ายหันกลับมาเจรจาบนโต๊ะ จะลดความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อสงครามและเงินเฟ้อลง
• จับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) : ตลาดคาดการณ์ว่า การประชุม 29 ก.ค.นี้ Fed จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมรอบนี้ (3.5-3.75%) โดยนักลงทุนรอติดตามถ้อยแถลงของประธานเฟด (Kevin Warsh) ในการแถลงข่าวหลังการประชุมเพื่อหาสัญญาณทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต
• ตัวเลขผู้ขอสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ ลดลงต่ำกว่าคาด: รายงานตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ลดลง 22,000 ราย สู่ระดับ 187,000 ราย ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 215,000 ราย สะท้อนถึงตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังคงตึงตัว
• สงครามการค้ารอบใหม่ สหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีศุลกากร 60 ประเทศ: มาตรการดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับหลายประเทศในเอเชีย โดยคู่ค้ามองว่าเป็นการตั้งข้อกล่าวหาเรื่องการใช้แรงงานบังคับโดยปราศจากหลักฐานที่แน่ชัดและไม่มีเหตุผลรองรับอย่างเพียงพอ
• ตลาดติดตามการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ): ในสัปดาห์นี้ BOE ถูกคาดหมายว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75% ขณะที่ BOJ คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเช่นกันหลังจากเพิ่งปรับขึ้นดอกเบี้ยไปสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): มูลค่าการซื้อขายรวม 89,284.96 ล้านบาท และนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 3,347.22 ล้านบาท (ดัชนี SET ปิดที่ 1,644.39 จุด เพิ่มขึ้น 3.36 จุด หรือ +0.20%)
• ตลาดตราสารหนี้: มูลค่าการซื้อขายรวม 144,822 ล้านบาท และนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,658 ล้านบาท (คิดเป็น Net Outflow รวม 3,660 ล้านบาท จากการขายสุทธิและการหมดอายุ)
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 33.69 บาท/ดอลลาร์ (กลับมาแข็งค่าจากช่วงเช้าที่เปิด 33.83 บาท/ดอลลาร์ ตามราคาน้ำมันโลกที่ย่อตัวลง คาดกรอบต้นสัปดาห์หน้า 33.60 – 33.90 บาท/ดอลลาร์)
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event 27-31 Jul 26
• 27 Jul: China Industrial Profits, Germany IFO Business Climate, US Durable Goods Orders
• 28 Jul: US Conference Board Consumer Confidence, Boeing & Barclays Earnings
• 29 Jul: Australia CPI, US FOMC Rate Decision (ตลาดคาดคงดอกเบี้ย), Microsoft & Meta Earnings
• 30 Jul: Eurozone GDP & Unemployment, UK BOE Rate Decision (คาดคงดอกเบี้ย 3.75%), US GDP (Q2 Advance) & US PCE Price Index, Apple & Amazon Earnings
• 31 Jul: China Manufacturing PMI, Japan BOJ Rate Decision (คาดคงดอกเบี้ย), Eurozone CPI, Thailand BoP Current Account Balance
Strategy
• การดีดตัวกลับของหุ้นธนาคาร หนุนให้ดัชนีฯ กลับมาสดใสอีกครั้ง แต่เรายังมีความกังวลว่า ด้วยสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังไม่น่าวางใจ ทำให้ตลาดหุ้นไทยยังมีความอ่อนไหวจากการขายทำกำไร ที่อาจมีได้ตลอดเวลา (ถ้ามีข่าวลบ หรือนักลงทุนตกใจ)
• กลุ่มที่ต้องระวังจากปัจจัยบาทอ่อน: หลีกเลี่ยงหรือเพิ่มความระมัดระวังในกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีหนี้ต่างประเทศสูง (GULF, BGRIM) และกลุ่มสายการบิน (AAV, BA) ที่ได้รับผลกระทบทั้งจากค่าเงินและต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงขึ้น
• พอร์ตหุ้นแนะนำ: เรานำ AMATA ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย SCB (10%), RATCH* (10%), HMPRO (10%), TRUE* (10%), PTTEP (10%), PTT* (10%)
Technical : BBL, CBG
News Comment:
( - ) Pet Food (Neutral), TU (ซื้อ/เป้า 12.80 บาท) สหรัฐประกาศใช้มาตรา 301 เก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่กับไทยที่ 12.5% หลังมาตรา 122 หมดอายุ
Company Update:
( + ) GPSC (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 60.00 บาท) กำไร 2Q26E โตดี YoY และ QoQ จากปริมาณขายไอน้ำ และ GHECO-1
( + ) PRM (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 11.50 บาท) กำไรปกติ 2Q26E โต YoY, QoQ จากเรือ FSU ที่ดีขึ้นโดดเด่น
( + ) CENTEL (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 42.00 บาท) กำไร 2Q26E จะเพิ่มขึ้น YoY ได้แม้ว่าจะมีผลกระทบจากสงคราม
( + ) ERW (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 3.70 บาท) คาดกำไร 2Q26E เพิ่มขึ้น YoY ได้ดีแม้ว่าจะมีสงครามกดดัน
( + ) MINT (ซื้อ/เป้า 26.00 บาท) กำไรปกติ 2Q26E จะทรงตัว YoY ได้ ดีกว่าที่เราคาดไว้เบื้องต้น