logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 13 MAY 26

SET Outlook
ตลาดยังเป็นช่วงของการปรับฐาน ดัชนีฯ ยังผันผวน MSCI จะประกาศหุ้นคำนวณดัชนีฯ มาแล้วเมื่อเช้าวันนี้ แต่นักลงทุนส่วนใหญ่จะยังกังวลในทิศทางตลาดเช่นเดิม ประเมินกรอบการปรับฐานของดัชนีฯ รอบนี้ จะอยู่แถวๆ 1450-1470 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• มาตรการเศรษฐกิจรัฐบาล:  มาตรการเศรษฐกิจรัฐบาล: กระทรวงการคลังจะเสนอการปรับปรุงแผนบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2 ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 19 พ.ค. 69 โดยจะนำเสนอพร้อมกับโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ซึ่งจะครอบคลุมโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" และโครงการ "เติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ล่าสุด ครม. ได้ไฟเขียวงบกลาง 1.6 พันล้านบาท เพื่ออุดหนุนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครอบคลุม 13.33 ล้านคนแล้ว
• MSCI Rebalance: ประกาศชื่อหุ้นเข้า/ออกในการคำนวณดัชนีฯ MSCI โดยครั้งนี้ ไม่มีหุ้นเข้า/ออก ใน MSCI Standard Index (หุ้นใหญ่) แต่ Global Small Cap มีหุ้นเข้า 2 ตัว คือ MRDIYT, TFG และมีหุ้นออก  1 ตัว คือ TOA ….  นอกจากการปรับหุ้นเข้า/ออก ตามปกติแล้ว รอบนี้ จะมีการปรับวิธีการคำนวณ Free Float ของหุ้นแต่ละตัว (ปัดเศษทศนิยม) เรากำลังประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโอกาสในการปรับน้ำหนักของหุ้นหลักอย่าง DELTA เนื่องจากหุ้นที่ถูกเพิ่มน้ำหนักจะทำให้กองทุนประเภท Passive Fund ต้องเข้าซื้อตามดัชนี ซึ่งมักจะผลักดันให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นแรงในช่วงสั้น
• กำไรตลาดหุ้นไทย (1Q-26) โค้งสุดท้าย: ภาพรวมการรายงานผลประกอบการจนถึงปัจจุบันพบว่า กำไรของบริษัทจดทะเบียน (Earnings Surprise) สูงกว่าคาด 11% และยอดขาย (Sales Surprise) สูงกว่าคาด 0.1% เราประเมินเบื้องต้นว่ากำไรงวด 1Q-26 ของบริษัทใน SET จะออกมาราว 2.8 แสนล้านบาท (+3% YoY) หนุนจาก Stock Gain ของกลุ่มพลังงาน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรระวังคือแนวโน้มกำไรงวด 2Q และ 3Q ที่อาจถูกกระทบจากต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
• การทบทวนมาตรการวีซ่า: ทางการไทยกำลังพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบวีซ่าเพื่อปราบปรามชาวต่างชาติที่ประกอบธุรกิจผิดกฎหมายและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมีข้อเสนอพิจารณาลดระยะเวลาพำนักของนักท่องเที่ยวกลุ่มฟรีวีซ่า 60 วันให้เหลือเพียง 30 วัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สั่งตั้งคณะทำงานเพื่อทบทวนกฎเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว โดยย้ำว่ารัฐบาลไม่ได้ต้องการยกเลิกฟรีวีซ่าทั้งหมด เนื่องจากยังเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ การจัดระเบียบนี้อาจกระทบ Sentiment ท่องเที่ยวในระยะสั้น
• Fund Flow ตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้ และเงินบาท: * นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,733.52 ล้านบาท
         o สำหรับตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,631 ล้านบาท โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ปิดที่ 1.54% ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.01%
          o เงินบาทปิดตลาดที่ 32.43 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากช่วงเช้า โดยได้รับแรงกดดันจากทิศทางราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มแสดงความไม่พอใจต่อความล่าช้าในการเจรจายุติสงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมานานกว่า 10 สัปดาห์ โดยทรัมป์ได้ปฏิเสธข้อเสนอพักรบล่าสุดจากอิหร่าน พร้อมเรียกข้อเสนอดังกล่าวว่าเป็น "ขยะ" ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้น กระทบต่อการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอย่างหนัก และดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 3% ทะลุระดับ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การที่สองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ การยืดเยื้อทำให้ปัญหาด้าน Supply Chain และเงินเฟ้อเป็นตัวแปรที่รบกวนตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ต่อไป
• จับตาการประชุมสุดยอดผู้นำสหรัฐฯ-จีน: ตลาดกำลังจับตาการพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่งในวันพฤหัสบดีนี้ (14 พ.ค.) โดยจะครอบคลุมการเจรจาด้านการค้า การแก้ปัญหาสงครามในอิหร่านและการคว่ำบาตรการซื้อน้ำมัน นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเตรียมหยิบยกประเด็นการขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้กับไต้หวันขึ้นมาหารือด้วย
• เงินเฟ้อสหรัฐฯ เร่งตัวพุ่ง 3.8% เซ่นพิษสงครามทำน้ำมัน-อาหารแพง ข้อมูลจากตลาด ชี้ว่า นักลงทุนมองว่าแทบจะ "ไม่มีโอกาส" ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้อีกในปี 2026 นี้ ส่งผลให้หุ้นสหรัฐฯ และราคาพันธบัตรรัฐบาล (Treasuries) ปรับตัวลดลง
• Tech Rally สะดุด: การถอยของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่พุ่งแรง กำลังฉุดตลาดหุ้นโลกให้ปรับตัวลง ขณะที่นักลงทุนต่างรอดูข้อมูลตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ของสหรัฐฯ ราคาน้ำมันเบรนท์ที่ปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สามทำให้ความหวังเรื่องการหยุดยิงในตะวันออกกลางดูเปราะบางมากขึ้น
• ประเด็นภาษี AI ในเกาหลีใต้: ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ร่วงลงอย่างหนักถึง 5.1% ในช่วงสั้นๆ หลังจากที่ปรึกษาด้านนโยบายระดับสูงของประธานาธิบดีเสนอแนวคิดที่จะเก็บภาษีส่วนเกินจากกำไรของบริษัทในกลุ่ม AI (เช่น Samsung Electronics และ SK Hynix) เพื่อนำมาจ่ายเป็น "เงินปันผล" ให้แก่ประชาชน แม้ในภายหลังจะมีการชี้แจงเพื่อลดความตื่นตระหนก แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันทางการเมืองในการกระจายความมั่งคั่งจากยุค AI
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• TH: Consumer Confidence (Apr) | Surv(M): -- | Prior: 51.80
• EC: GDP SA QoQ (1Q S) | Surv(M): 0.10% | Prior: 0.10%
• EC: GDP SA YoY (1Q S) | Surv(M): 0.80% | Prior: 0.80%
• US: PPI Final Demand MoM (Apr) | Surv(M): 0.50% | Prior: 0.50%
• US: PPI Ex Food and Energy MoM (Apr) | Surv(M): 0.34% | Prior: 0.10%
• US: PPI Final Demand YoY (Apr) | Surv(M): -- | Prior: 4.00%
• US: PPI Ex Food and Energy YoY (Apr) | Surv(M): -- | Prior: 3.80%
Strategy
• เรายังประเมินทิศทางตลาดว่ายังเป็นการ ปรับฐาน จาก 3 ความกังวล: 1) สหรัฐฯ-อิหร่านยังตกลงกันไม่ได้ หนุนให้ราคาน้ำมันยืนสูง 2) MSCI เตรียม Rebalance หุ้นไทย และ 3) หุ้นหลายตัวผ่านการประกาศงบไปแล้ว รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองและการผลักดันงบประมาณที่อาจสะดุด ทำให้นักลงทุนยังไม่กล้าผลีผลามเข้ามาซื้อหุ้น ดัชนีฯ ในแต่ละวันจึงมีลักษณะของการ "เปิดสูงและปิดต่ำ" หรือ "เปิดบวกและปิดลบ"
• กลยุทธ์: ยังแนะนำให้ ชะลอการลงทุน (Wait & See) หรือเพียงเก็งกำไรช่วงสั้นๆ ในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว มีข่าวสนับสนุนชัดเจน (เช่น กลุ่มน้ำมันที่ได้ประโยชน์จากสงคราม) หรือหุ้นพื้นฐานดีที่ราคาปรับตัวลงมาลึกจนน่าสนใจ
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ GULF* เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย: GULF*(10%), CPF* (10%), TRUE*(10%), KTB (10%), SCB (10%), ADVANC* (10%)
Technical :  CBG, PRM
 
Results Review:
( - ) SAV (ซื้อ/ปรับเป้าลงเป็น 14.50 บาท) 1Q26 ทรงตัวใกล้เคียงคาด แนวโน้มจำนวนเที่ยวบินจะฟื้นช้ากว่าเดิม
( - ) BBIK (ซื้อ/ปรับเป้าลงเป็น 22.00 บาท) กำไร 1Q26 ยังไม่เด่น ใกล้เคียงคาด ขณะที่ backlog ยังอ่อนตัว
( - ) MINT (ซื้อ/เป้า 26.00 บาท) 1Q26 ต่ำกว่าตลาดคาด แต่ดีกว่าเราคาดจาก SG&A น้อยกว่าคาด
( - ) PTG (ปรับลงเป็น ถือ/ปรับเป้าลงเป็น 8.00 บาท) พลิกขาดทุนสุทธิ 1Q26 ตามตลาดคาด; คาดผลประกอบการฟื้นตัวใน 2Q26E
( 0 ) SPALI (ถือ/ปรับเป้าลงเป็น 16.20 บาท) 1Q26 ใกล้เคียงคาด ทรงตัวต่ำ YoY จากยอดโอนและ GPM อ่อนแอ
( 0 ) BANPU (ถือ/เป้า 6.00 บาท) กลับมามีกำไรสุทธิแต่ขาดทุนปกติมากขึ้นใน 1Q26
( 0 ) NEO (ถือ/เป้า 18.00 บาท) กำไร 1Q26 ชะลอตัว YoY, QoQ จาก SG&A ที่สูงขึ้น
 
Company Update:
( + ) GLOBAL (ซื้อ/เป้า 7.40 บาท) เดินหน้าขยายสาขา–คุมต้นทุน หนุนกำไรฟื้นตัวดีในปี 2026E
( 0 ) CPAXT (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท) The Happitat เลื่อนเปิดสู่ 3Q26E แต่ช่วยจำกัดแรงกดดันต้นทุน
 
 

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์