SET Outlook
คาดดัชนี SET มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ตามการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์บ้านเรา โดยยังมองแนวต้านที่ระดับ 1,650 จุด ซึ่งยังเป็นระดับที่ดัชนีอาจเผชิญกับแรงเทขายทำกำไรได้
ประเด็นที่น่าสนใจ
• ประเด็นการเจรจากันอีกครั้งระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน เรื่องช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมกับการหยุดยิง ช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวล หันมาซื้อสินทรัพย์เสี่ยงกันอีกครั้ง ด้าน Bond Yield สหรัฐฯ 10 ปี ปรับตัวลดลง สะท้อนนักลงทุนเริ่มคลายกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ขณะที่ราคาน้ำมันเริ่มทรงตัวรอดูบทสรุปเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
• สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นผนึกกำลังเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยนร่วมกันเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี โดยส่งสัญญาณเตือนชัดเจนว่าจะ "ไม่ลังเล" ที่จะเข้าแทรกแซงอีกหากจำเป็น สะท้อนถึงความร่วมมือระดับนโยบายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเพื่อสยบการอ่อนค่าของเงินเยน
• Alibaba เปิดตัว Qwen3.8-Max โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพัฒนามา โดยอ้างว่ามีประสิทธิภาพทัดเทียมกับ Fable 5 ของ Anthropic บริษัทชั้นนำจากสหรัฐฯ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของจีนในการไล่ตามเทคโนโลยี AI ฝั่งอเมริกา แม้จะเผชิญกับมาตรการจำกัดการส่งออกชิปจากสหรัฐฯ ก็ตาม โดยจุดเด่นคือ ทำคะแนนความสามารถได้สูงกว่า Kimi m3 ของ Moonshot และใกล้เคียงกับ FABLE 5
• นักกลยุทธ์การลงทุนจาก JPMorgan คุณ Nikolaos Panigirtzoglou มองว่าการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมไปถึงหุ้นกลุ่ม semiconductor และกลุ่ม memory ทำให้ความเสี่ยงจากการถือ leverage ของนักลงทุน ลดลงไปมาก และมองจุดนี้เป็นจุดที่ downside risk หรือความเสี่ยงขาลงเริ่มจำกัดแล้ว นอกจากนี้ยังมองว่ากลุ่ม hedge fund ได้มีสถานะการถือครองในกลุ่มดังกล่าวต่ำด้วยเช่นกัน
• ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย หดตัว 3.19% YoY ในช่วง 7 เดือนแรก โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเปิดเผย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึง 1 ส.ค. 2026 มีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสมที่ 18.51 ล้านคน และสร้างรายได้กว่า 8.96 แสนล้านบาท ซึ่งยอดนักท่องเที่ยวสะสมสูงสุด ได้แก่ จีน แตะ 3 ล้านคน มาเลเซีย 2.3 ล้านคน และอินเดีย 1.3 ล้านคน
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 74,735.15 ล้านบาท และ (MAI) 494.59 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิตลาดหุ้นไทยมูลค่า 1,619.44 ล้านบาท
• Yield Curve เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET OUTFLOW 166 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET SELL 166 ล้านบาท และไม่มีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ (Expired)
• ค่าเงินบาท: เคลื่อนไหวในกรอบสั้นๆ 33.31-33.35 บาท/ดอลลาร์
Strategy
• ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะหุ้น DELTA และกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดี ตามหุ้นกลุ่ม semiconductor ทั่วโลก ประกอบกับอาจมีแรงซื้อเก็งกำไรจากการประกาศผลประกอบการได้ในบางกลุ่ม
• กลยุทธ์หลัก เรามองให้ทยอยขายทำกำไร หากดัชนี SET ขึ้นมาใกล้ระดับ 1,650//1,657 จุด และเตรียมจังหวะรอรับ หากดัชนี SET ย่อตัวใกล้ระดับ 1,610//1,580 จุด ตามลำดับ
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• 04/08, US, JOLTs Job Openings (Jun), Forecast=7.25M, Prior=7.594M
หุ้นเด่นวันนี้ (Fundamental Stock)
GLOBAL: 1) กำไรสุทธิ 2Q26 อยู่ที่ 955 ล้านบาท (+84% YoY, +19% QoQ) สูงกว่าคาด 40% จาก GPM ดีกว่าคาดทำ New High ที่ 31.6% ,
2) แนะนำ "ซื้อ" ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 9.00 บาท โดยเราปรับประมาณการกำไรปี 2026E ขึ้น 10% จาก GPM ที่แข็งแกร่ง
TU : 1) กำไรสุทธิ 2Q26 อยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท (-1% YoY, +14% QoQ) สูงกว่าคาด 16% จาก GPM ที่ขยายตัวตามการปรับราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบที่ยังต่ำ, 2) แนะนำ "ซื้อ" ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 14.80 บาท หลังปรับกำไรปกติปี 2026E ขึ้น 16% บริษัทประกาศจ่ายปันผล 1H26 ที่ 0.4 บาท/หุ้น คิดเป็น dividend yield 3%
Technical : KKP, STA
Stock picks for August 2026 : SJWD, GPSC, SCGP, CENTEL, ITC, MAGURO
Results Review:
( + ) TU (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 14.80 บาท) กำไร 2Q26 ดีกว่าคาด, ประกาศปรับเป้าหมายปี 2026E ขึ้น
( + ) GLOBAL (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 9.00 บาท) กำไร 2Q26 สูงกว่าตลาดคาด จาก GPM ที่ขยายตัวดีเกินคาด
Company Update:
( + ) MASTER (ปรับขึ้นเป็นซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 10.30 บาท) กำไร 2Q26E โตจากการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
( + ) PLANB (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 7.10 บาท) กำไร 2Q26E โตต่อ คาดดีล COM7 ชัดเจนภายใน ก.ย.
( + ) BJC (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 18.50 บาท) กำไร 2Q26E จะเติบโตดี YoY, QoQ จาก MMVN และ PSC
( - ) CKP (ซื้อ/เป้า 3.00 บาท) 2Q26E ชะลอตัวจากปัจจัยชั่วคราว ก่อนเข้าสู่ High season ใน 3Q26E