SET Outlook
คาดดัชนี SET แกว่ง Sideway จับตาการประชุม กนง. ตัวเลขมาตรวัดเงินเฟ้อสหรัฐฯ PCE และ งบ NVIDIA ขณะที่บรรยากาศการลงทุนโดยรวมดีขึ้น แต่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงแรงอาจทำให้มีแรงเทขายหุ้นกลุ่มพลังงาน และกดดันดัชนีได้
ประเด็นที่น่าสนใจ
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิด บวกได้เล็กน้อย หลัง Bond Yield ปรับตัวลดลง พร้อมกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยหลักมาจากประเด็นความคาดหวังเรื่องความรุนแรงในตะวันออกกลางจะลดลง จากข่าวสหรัฐฯ เตรียมส่งนักการทูตกลับไปประจำที่ตะวันออกกลาง ประกอบกับ มีข่าวอิหร่าน และโอมาน เจรจาเพื่อเปิดทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ นักลงทุนจับตางบ NVIDIA และตัวเลข PCE สหรัฐฯ
• อิหร่านและโอมานร่วมหารือเปิดเส้นทางเดินเรือชั่วคราวและเก็บกู้ทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซเพื่อฟื้นฟูความปลอดภัย ซึ่งขัดแย้งกับคำกล่าวของทรัมป์ที่ระบุว่าสหรัฐฯ เก็บกู้หมดแล้ว การเจรจานี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันและการขู่คว่ำบาตรจากสหรัฐฯ ที่ยังคงส่งกองทัพคุ้มกันเรือสินค้าในเส้นทางใต้เลียบโอมาน ขณะที่อิหร่านยืนกรานให้ใช้เส้นทางเหนือน่านน้ำตนเท่านั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเป้าโจมตี
• FTSE Russell ประกาศผลการปรับดัชนีรอบเดือนกันยายน 2569 โดยใช้ราคาอ้างอิงวันที่ 18 กันยายน และมีผลบังคับใช้จริงตั้งแต่วันที่ 21 กันยายน สาระสำคัญคือ ปรับลดระดับ CPN จาก Large Cap ลงเป็น Mid Cap และปรับลดหุ้น BTS, LH, SCCC, TU จาก Mid Cap ลงเป็น Small Cap ขณะที่เพิ่ม THAI และ FTREIT เข้า Small Cap และถอด BLAND, SPCG, TPIPP ออกจาก Small Cap ไปพร้อมกัน โดยกลไกที่กระทบตลาดคือ กองทุน passive ที่อิงดัชนี FTSE ต้องปรับพอร์ตให้ตรงน้ำหนักใหม่ ทำให้เกิดแรงขายเชิงกลไก (ไม่เกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐาน) ในหุ้นที่ถูกปรับลดระดับอย่าง CPN, BTS, LH, SCCC, TU โดยเฉพาะช่วงใกล้วันอ้างอิงราคา 18 ก.ย. และเกิดแรงซื้อเชิงกลไกในทางตรงข้ามสำหรับหุ้นที่เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาอย่าง THAI และ FTREIT
• โครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569" อยู่ระหว่างเตรียมเสนอ ครม. โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำลังจัดทำรายละเอียดงบประมาณร่วมกับกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีให้ทันภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ วงเงินราว 2,450 ล้านบาท ใช้ช่องทางอำนาจกู้เงินฉุกเฉินเพื่อเบิกจ่ายได้เร็วกว่า งบกลางปีปกติ ซึ่งรายละเอียดที่เสนอ ครอบคลุมสิทธิรวม 500,000 สิทธิ ค่าที่พักสูงสุด 3,000 บาทต่อสิทธิ (รัฐช่วยจ่ายครึ่งหนึ่ง) คูปองดิจิทัลผ่านเป๋าตังสูงสุด 500 บาทต่อสิทธิ และส่วนลดตั๋วเครื่องบินภายในประเทศ 400-600 บาท ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด ต่อเนื่องจากโครงการ 60/40 เดิมที่จะหมดอายุปลายเดือนกันยายน หากผ่าน ครม. ตามแผน คาดเริ่มใช้จริงช่วงปลายปีนี้
Strategy
กลยุทธ์หลัก: ระยะสั้นเก็งกำไร Theme Thailand Focus หวังกระแสเงินทุนไหลเข้า ชอบ กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนใหม่ตามธีม "Next Wave of High Value Investment" เช่น CRC, CPN, PTTGC หุ้นระยะกลาง - ยาว ลงทุนหุ้นตาม Theme เก็งกำไรหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว รับนโยบาย “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ชอบ CENTEL, ERW, AOT ขณะที่ Theme ใหญ่ (Mega play Theme) Data Center เรายังชอบ GPSC, BGRIM, ADVANC และ หุ้นกลุ่มธนาคารที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจฟื้นตัว พร้อมเก็งปัจจัยระยะสั้น การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล เราชอบ KTB, KBANK, TTB, KKP
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event 25 Aug 26
o TH, BoT Interest Rate Decision, Consensus=1%, Prior=1%
o US, GDP Growth Rate QoQ 2nd Est (Q2), Consensus=1.5%, Prior=2.1%
o US, PCE Price Index YoY (Jul), Consensus=3.7%, Prior=3.7%
o US, Core PCE Price Index YoY (Jul), Consensus=3.3%, Prior=3.3%
o US, Fed Barkin Speech
o Earnings, NVIDIA (NVDA), Salesforce (CRM), CrowdStrike (CRWD)
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ต่างชาติ “ขาย” สุทธิตลาดหุ้นไทย พร้อมกับ “ขาย” ตลาดตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
• ตลาดหุ้น (24 ส.ค. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 59,753.33 ล้านบาท และ (MAI) 534.08 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ -957.82 ล้านบาท
• Yield Curve ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET OUTFLOW 2,284 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET SELL 2,284 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 32.74 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าเล็กน้อยเทียบกับช่วงเช้า
หุ้นเด่นวันนี้
ERW, CENTEL : 1) โครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ขยายสิทธิ์เป็น 1 ล้านสิทธิ์ จากเดิม 5 แสนสิทธิ์ คาดเสนอ ครม. ภายใน ก.ย.26 และเริ่มใช้ ธ.ค.26 ซึ่งเป็นบวกต่อการท่องเที่ยวไทย, 2) 3Q26E แนวโน้มดีขึ้นจากการท่องเที่ยวทยอยฟื้นตัว และ 4Q26E ได้แรงหนุนจาก event ใหญ่ เช่น World Bank & IMF meetings และ Tomorrowland, 3) หุ้นเด่น ได้แก่ CENTEL (ซื้อ/เป้า 48.00 บาท) และ ERW (ซื้อ/เป้า 4.20 บาท)
MAGURO : 1) คาดแบรนด์ใหม่ “หลาย” ซึ่งเป็นร้านอาหารไทย-อีสาน Premium จะได้รับการตอบรับดี โดยเปิดสาขาแรก 1 ก.ย.26 ที่ Nirvana Porch กรุงเทพกรีฑา และมีแผนขยายอีก 15 สาขา ทยอยเปิดปีละ 3-4 สาขา หนุนการกระจายพอร์ตสู่ตลาดอาหารอีสาน, 2) แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 28.00 บาท โดยคงประมาณการกำไรปี 2026E ที่ 189 ล้านบาท (+21% YoY) และกำไร 2H26E ยังโต YoY, HoH ต่อเนื่อง
กรอบดัชนี SET วันนี้ : แนวรับ 1587-1591//แนวต้าน 1602-1607Technical Pick: : NCAP, PLANB
Stock picks for August 2026 : SJWD, GPSC, SCGP, CENTEL, ITC, MAGURO
News Comment:
( + ) TTB (ถือ/เป้า 3.20 บาท) อนุมัติจ่ายเงินปันผล 1H26 ที่ 0.081 บาทต่อหุ้น มากกว่าที่เราคาด
News Flash:
( + ) Tourism (Overweight) "ไทยเที่ยวไทยพลัส" เริ่มลงทะเบียน 1 ต.ค. 69 ขยาย 1 ล้านสิทธิ์
( 0 ) Automotive (Underweight) ยอดผลิตรถยนต์ ก.ค.26 ฟื้นตัว YoY จากการผลิตรถ EV เพิ่มขึ้น
Company Update:
( + ) MAGURO (ซื้อ/เป้า 28.00 บาท) เปิดแบรนด์ “หลาย” บุกตลาดร้านอาหารอีสาน Premium 1 ก.ย. นี้