logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 10 MAR 26

SET Outlook
คาดดัชนีฯ  rebound ต่อ แต่ยังผันผวนตามความรุนแรงสงคราม และความกดดันด้านพลังงาน บรรเทาลงจากการพิจารณาระบายคลังน้ำมันสำรองของกลุ่ม G7 และคำพูดในเชิงบวกของผู้นำสหรัฐฯ เรามองว่าหาก Trump ทำได้ตามที่พูดไป โอกาสที่ตลาดจะกลับมาบวก และดัชนีฯ จะกลับขึ้นมาปิด gap ที่ 1466 จุด ก็มีค่อนข้างมาก(ไม่ใช่วันนี้)
ปัจจัยในประเทศ
• การเมืองไทย: สุดสัปดาห์นี้ (14-15) ติดตามการเปิดประชุมรัฐสภาและคัดเลือกประธานสภาฯ การโหวตนายกฯ มีกำหนดในช่วงกลางสัปดาห์หน้า (18-19) และโปรดเกล้าฯ ต่อครม. ชุดใหม่และแถลงนโยบายในเดือนเม.ย. ส่วนประเด็นบัตรเลือกตั้งยังไม่แน่นอนจะถูกส่งต่อถึงศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ ติดตามผลการพิจารณาของผู้ตรวจการแผ่นดินช้าที่สุดช่วงกลางเดือนเม.ย. 69 .... การเลือกตั้งจบได้เร็ว นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะนำมาใช้ได้เร็วขึ้นเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้นไทย
• มาตรการรับมือราคาพลังงาน: รัฐบาลไทยประกาศเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซลเป็น B7 และลดราคา E20/E85 พร้อมเพิ่มการสำรองน้ำมันของผู้ค้าจาก 1% เป็น 3% นอกจากนี้ยังสั่งตรึงราคาก๊าซ LPG ถึงสิ้นเดือน พ.ค. 69 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของครัวเรือนท่ามกลางวิกฤตพลังงาน
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 32.06 บาทต่อดอลลาร์ โดยวานนี้ ระหว่างวันอ่อนค่าแตะระดับ 32.19 ซึ่งถือเป็นระดับที่อ่อนค่าที่สุดในรอบกว่า 3 เดือนตามทิศทางของสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค ปัจจัยกดดันหลักมาจากความกังวลเรื่องวิกฤตพลังงานและสงครามในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวในสัปดาห์นี้ไว้ที่ 31.85-32.60 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
• กระแส Fund Flow : นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ ในตลาดหุ้น 1,776 ล้านบาท ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมี ยอดขายสุทธิ (Net Outflow) 2,543 ล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สหรัฐฯเตรียมจบเรื่องอิหร่าน :  ทรัมป์เผยสงครามอิหร่านจะจบลง 'ในเร็วๆ นี้' แต่ไม่ใช่สัปดาห์นี้: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าสงครามของสหรัฐฯ ในอิหร่านอาจยุติลงในไม่ช้า โดยระบุว่าปฏิบัติการทางทหารมีความคืบหน้า "เร็วกว่ากำหนดการ" ท่ามกลางแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาในวันที่ 10 ของการทำสงคราม และภาวะราคาน้ำมันที่แกว่งตัวอย่างรุนแรง
• สถานการณ์สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน : หลังได้ผู้นำคนใหม่ของอิหร่าน โอกาสที่อิหร่านจะยอมเจรจายุติสงครามมีน้อยมาก หากยืดเยื้อราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 120 เหรียญได้ ซึ่งตลาดหุ้นทั่วโลกถูกกดดันต่อ นักลงทุนวิ่งหาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น การถือดอลลาร์
• ราคาพลังงาน : ความรุนแรงของสงครามดันราคาน้ำมันดิบใกล้ระดับ 120 เหรียญ ก่อนที่จะลดระดับลง และเช้านี้ Brent อยู่ที่ $90 เหรียญ หลังจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 (G7) ได้พิจารณาระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉินร่วมกัน 300-400 ล้านบาร์เรล เพื่อรับมือกับวิกฤตราคาพลังงาน รวมถึงสหรัฐอเมริกา ได้แสดงการสนับสนุนกลยุทธ์นี้แล้ว .... ข่าวนี้ ช่วยบรรเทาความร้อนแรงของราคาน้ำมันดิบลงได้บ้าง แต่ราคายังคงยืนต่อในระดับสูงจากภาวะสงคราม ซึ่งเป็นข่าวบวกของฟุ้น กลุ่มที่มีการใช้ไฟฟ้ามาก เช่น ธุรกิจโรงแรม ห้างฯ โรงงานอุตสาหกรรม รวมไปถึง กลุ่มปิโตรเคมีที่จะเจอปัญหาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และจะบวกไปถึงหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าด้วย แต่จะลบต่อราคาหุ้น PTTEP
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• JN - GDP Annualized SA QoQ; (คาดการณ์: 1.12%, ครั้งก่อน: 0.20%)
• US - Existing Home Sales; (คาดการณ์: -0.18%, ครั้งก่อน: -8.40%)
 
Technical : BCH, KAMART
 
Strategy
• วันนี้ ตลาดน่าจะกลับมาบวกได้ แต่ตราบที่ยังไม่มีสัญญาณว่า อิหร่านจะยอมเจรจาหรือยอมตามเงื่อนไขที่สหรัฐฯต้องการ ตัวแปรในเรื่องสงครามและการขาดแคลนพลังงาน ก็ยังคงกดดันตลาดเป็นระยะๆ การลงทุนในช่วงนี้ จึงไม่สามารถที่จะชี้วัดด้วยสัญญาณซื้อและขายแต่เพียงอย่างเดียว แต่คงต้องดูที่สถานการณ์รายวันประกอบไปด้วย
• กลยุทธ์ลงทุน ภาพรวมๆ ยังเป็นชะลอการลงทุน ปัญหา supply น้ำมัน ที่ลามไปถึงระบบ supply chain ของโลก ยังเป็นจุดเปราะบางที่สำคัญของประเทศต่างๆ แต่การที่ผู้นำสหรัฐฯ ออกมาบอกว่าสงครามจะจบเร็ว ตามที่เราเคยประเมินไว้ ทำให้วันนี้ จะกลับมาเก็งกำไรช่วงสั้นๆได้ โดยเฉพาะหุ้นที่ลงแรงวานนี้ อาทิ SCC, DELTA, GULF
• ในอนาคต หากปัญหาการขาดแคลนน้ำมันและ Gas  ยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น รัฐบาลอาจต้องประกาศนโยบายที่เป็นการลดการใช้น้ำมันและ Gas ลง ซึ่งอาจจะมาในรูปแบบของ ปันส่วนน้ำมัน การ WFH หรือ กำหนดให้ลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดการใช้น้ำมันและ Gas  แน่นอนว่า จะไปกระทบกับรายได้ของผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าพลังงาน  (ซึ่งเราหวังว่า จะไปไม่ถึงจุดนั้น)
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ PTTEP ออก และนำ CPN, GULF* เข้ามาในพอร์ตอีกครั้ง  หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย CPN(10%), GULF*(10%), ADVANC*(10%),  KKP(10%), KTB(10%)
Technical  : TFG, JMART
 
News Comment:
( 0 ) Energy (Neutral) G7 ยังไม่ปล่อยสำรองน้ำมัน; US อาจเตรียมผ่อนปรนการ sanction น้ำมันรัสเซีย
( - ) Ground Transport (Underweight) ครม. เตรียมเคาะมาตรการประหยัดพลังงาน เล็งใช้ Work from home
 
Company Update:
( + ) OSP (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) กำไรปกติ 1Q26E ดีต่อเนื่องจากรายได้และ GPM ขยายตัว
( + ) KLINIQ (ซื้อ/เป้า 31.00 บาท) คาดเคส MH กระทบจำกัด, Outlook ยังดีต่อเนื่อง

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์