logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 2 JUNE 26

SET Outlook
คาดดัชนีฯ แกว่งกรอบแคบ นักลงทุนชะลอการลงทุนเนื่องจากมีวันหยุดหลายวัน และตัวแปรที่สำคัญๆ ยังไม่ชี้ทิศทางที่ชัดเจน อาทิ ตลาดหลังผ่านการ rebalance ของ MSCI แล้วควรจะไปทางไหน อีกทั้ง สหรัฐฯ-อิหร่าน ยังไม่สามารถเปิดการเจรจาหยุดยิงได้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ระหว่างการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเพื่อพิจารณาข้อตกลงขยายเวลาหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน .... เราประเมินกรอบดัชนีฯ สัปดาห์นี้ 1550-1590 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• “ไทยช่วยไทย พลัส” ปิดลงทะเบียนวันสุดท้าย 5 วัน ทำยอดกว่า 26.04 ล้านราย สะท้อนการตอบรับเชิงบวกต่อมาตรการลดค่าครองชีพ ร้านค้าใหม่ยังสมัครได้ถึง 31 ก.ค. โดยกระทรวงการคลังเตรียมเปิดตัว AI "นกกระซิบ" เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อย
• MSCI Rebalance เมื่อวันศุกร์ : การ Rebalancing ของดัชนี MSCI Global Standard ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันศุกร์ ได้กระตุ้นให้เกิดแรงเทขายอย่างหนักในช่วงท้ายของหลายตลาด โดยตลาดหุ้นอินเดีย ดัชนีฯ ลดลงประมาณ 1.5% ขณะที่ตลาดหุ้นไทยก็เช่นกัน หุ้นไทยที่มีการซื้อขาย ณ ราคา ATC ที่สูงกว่า 1 พันล้านบาท ถึง 7 ตัว ประกอบด้วย GULF, DELTA, ADVANC, PTTEP, CPALL, PTT …… เราประเมินว่า ช่วงหลายสัปดาห์ ที่ตลาดผันผวนจากการเตรียม rebalance ครั้งนี้ สัปดาห์นี้ ราคาหุ้นเหล่านั้น จะกลับสู่สภาพที่ควรจะเป็น (บวก/ลบ)
• CKP หรือ CKPower เดินหน้าลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาทใน 4 ปี ขยายโรงไฟฟ้าพลังน้ำและโซลาร์ฟาร์ม รับเทรนด์พลังงานสะอาด มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนแตะ 95% พร้อมปักธง Net Zero ภายในปี 2593
• ไทยและเวียดนามลงนาม MOU 4 ฉบับ ยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี ตั้งเป้าผลักดันการค้าทะลุ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเล็งตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ที่อู่ตะเภา
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): นักลงทุนต่างชาติเป็นฝั่งขายสุทธิ 1,616 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 29 พ.ค. 2569)
• ตลาดตราสารหนี้: มีปริมาณซื้อขายหนาแน่นกว่า 1.32 แสนล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 4,339 ล้านบาท ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 1.70%
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดทรงตัวที่ 32.57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ คาดการณ์กรอบสัปดาห์หน้าจะอยู่ที่ 32.45-32.65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยตลาดยังรอปัจจัยทิศทางจากฝั่งสหรัฐฯ
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง: ตลาดยังมีความไม่แน่นอน โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ อยู่ระหว่างการตัดสินใจเรื่องร่างข้อตกลงเบื้องต้น เพื่อขยายระยะเวลาหยุดยิงกับอิหร่านออกไปอีก 60 วัน ท่ามกลางความสับสนของข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย
• Fed: บททดสอบสำคัญของ Kevin Warsh ประธาน Fed คนใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งสัปดาห์แรก ท่ามกลางแรงกดดันจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เรียกร้องให้ลดดอกเบี้ย ตลาดจะจับตาการประชุมวันที่ 16-17 มิ.ย. นี้ ว่า Warsh จะมีความเป็นอิสระพอที่จะส่งสัญญาณ (Hint) เชิง "Hawkish" เพื่อเตือนเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่
• สหรัฐฯ เปิดสอบสวนเวียดนามรอบใหม่: ปมทรัพย์สินทางปัญญา เสี่ยงเจอรีดภาษีเพิ่ม ซึ่งทำให้เวียดนามมีความเสี่ยงที่จะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้า (รีดภาษี) เพิ่มขึ้นจากสหรัฐฯ .... เราประเมินว่า ผลกระทบต่อกลุ่มอุตสาหกรรมและตลาดหุ้นไทย: หากสหรัฐฯ มีการใช้มาตรการทางภาษีกับเวียดนามจริง อาจก่อให้เกิดผลกระทบ กลุ่มที่อาจได้รับประโยชน์ (+): กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (เช่น WHA, AMATA) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (เช่น HANA, DELTA) ด้านกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบเชิงลบ (-) อาจส่งผลเสีย
• เงินเฟ้อและกำลังซื้อโลก: สหรัฐฯ เผชิญภาวะเงินเฟ้อกดดัน ดัชนีการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน เม.ย. พุ่งขึ้น 3.8% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2566 ส่งผลให้กำลังซื้อที่แท้จริงของผู้บริโภคปรับลดลง
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event :
• 2-Jun, EC CPI Estimate YoY, Surv=3.21%, Prior=3.00%
• 2-Jun, EC CPI YoY, Surv=3.21%, Prior=3.00%
• 2-Jun, EC CPI MoM, Surv=0.11%, Prior=1.00%
• 2-Jun, EC CPI Core YoY, Surv=2.43%, Prior=2.20%
• 2-Jun, US JOLTS Job Openings Rate, Surv=--, Prior=4.10%
• 3-Jun, CH RatingDog China PMI Composite, Surv=--, Prior=53.10
• 3-Jun, US ADP Employment Change, Surv=109.29k, Prior=109k
• 4-Jun, US Initial Jobless Claims, Surv=--, Prior=215k
• 5-Jun, TH CPI YoY, Surv=3.20%, Prior=2.89%
• 5-Jun, TH CPI NSA MoM, Surv=0.39%, Prior=2.75%
• 5-Jun, TH CPI Core YoY, Surv=0.97%, Prior=0.83%
• 5-Jun, EC GDP SA QoQ, Surv=0.10%, Prior=0.10%
• 5-Jun, EC GDP SA YoY, Surv=0.80%, Prior=0.80%
• 5-Jun, US Change in Nonfarm Payrolls, Surv=92.18k, Prior=115k
• 5-Jun, US Average Hourly Earnings MoM, Surv=0.26%, Prior=0.20%
• 5-Jun, US Unemployment Rate, Surv=4.32%, Prior=--
Strategy
• ตลาดเปิดซื้อขายเพียง3 วัน ขณะที่ปัจจัยตลาดเอง ยังมีความไม่ชัดเจนในหลายๆเรื่อง ควรเน้นการเลือกลงทุนในกลุ่มที่ได้รับปัจจัยบวกเฉพาะตัว (Selective Buy) โดยแบ่งออกเป็น 2 Theme
• อานิสงส์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ : เริ่มให้ใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 1 มิ.ย. ซึ่งจะเป็นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียน กลุ่มหุ้นแนะนำ ค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น GLOBAL, CPALL และ CPAXT
• การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและลงทุนภาครัฐ กลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง เช่น CK , STECON
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ:  เรานำ GLOBAL* เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย: GLOBAL*(10%), GUNKUL*(10%), CPALL(10%),  SIS*(10%), COM7* (10%), KBANK (10%), CPN (10%)
Technical :   JMART, BA
 
News Comment:
( + ) Energy (Neutral) อิหร่านประกาศระงับการเจรจาทั้งหมดกับ US; US ยืนยันการเจรจายังดำเนินอยู่
( + ) CPALL (ซื้อ/เป้า 63.00 บาท), CPAXT (ซื้อ/เป้า 19.00 บาท) ผู้ถือหุ้น CPALL ไม่อนุมัติแผนโอน 3 บริษัทสู่กลุ่ม Virtual Bank คงโครงสร้างธุรกิจเดิม
News Flash:
( - ) Bank (Overweight) ดัชนีราคารถยนต์มือสอง เดือน เม.ย. 26 ลดลง -4% YoY จากรถยนต์นั่ง ส่วนรถบรรทุกทรงตัว YoY
( 0 ) Ground Transport (Underweight) วันนี้ ก.คมนาคม เตรียมเสนอ ครม. เห็นชอบหลักการนโยบาย Single Ownership โอนรถไฟฟ้าทุกสายให้ รฟม. บริหาร
Company Update:
( 0 ) AAI (ถือ/เป้า 4.00 บาท) แนวโน้มเริ่มเห็นผลกระทบต้นทุนและราคาขายใหม่ปลาย 2Q26
 

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์