SET Outlook
ดัชนีฯ ผันผวน จากสงครามและทิศทางการเมือง ตลาดต่างประเทศมีการเก็งว่า สถานการณ์สงครามจะดีขึ้นในส่วนที่ว่า มีความหวังว่าเรือบรรทุกน้ำมันจะสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้มากขึ้น ขณะที่การเมือง จะต้องจับตาดูการพิจารณาว่าจะรับคำร้องเกี่ยวกับ ‘บัตรเลือกตั้ง’ หรือไม่ในวันพรุ่งนี้ เพราะถ้ารับ อาจมีคำสั่งที่อาจมีผลต่อการตั้งรัฐบาลได้
ปัจจัยในประเทศ
• การจัดตั้งรัฐบาล: สภาฯ นัดการประชุมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มี.ค.นี้ และเร่งจัดตั้งรัฐบาลที่มีอำนาจเต็ม คาดรัฐบาลชุดใหม่จะเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ก่อนช่วงสงกรานต์ มาตรการที่จะบังตับได้เร็ว เช่น มาตรการช่วยค่าครองชีพ มาตรการแก้ไขวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว
• การประชุมของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) ถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากหลายฝ่าย เนื่องจากมีวาระสำคัญพิจารณาว่าจะรับคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ไว้พิจารณาหรือไม่ หลังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับรูปแบบบัตรเลือกตั้ง .... เรามองว่า ถ้าศาลฯ ไม่ได้มีคำสั่งยับยั้งการจัดตั้งรัฐบาล (เนื่องจาก จะมีการโหวตนายกฯ 19 มี.ค.) โอกาสที่จะให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็อาจน้อยลง ตลาดจะมองเป็นบวก
• วิกฤตพลังงาน: รัฐบาลเตรียมหารือแผนรับมือสินค้าแพงจากวิกฤตพลังงานเพื่อช่วยเหลือประชาชนในที่ประชุม ครม. และคาดว่าจะประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันหลังครบกำหนดตรึงราคาดีเซล 15 วันไปแล้ว การตรึงราคาน้ำมันต่อเป็นไปได้ยากเนื่องจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงขาดดุลสูงถึง 1.26 หมื่นล้านบาท จากส่วนต่างที่กว้างขึ้นระหว่างราคาดีเซลที่ถูกควบคุมไว้กับต้นทุนน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้น (รัฐบาลต้องรับภาระอุดหนุนมากกว่า 18 บาทต่อลิตรเพื่อคงราคาขายปลีกไว้ที่ประมาณ 30 บาท) .... กระทบกลุ่มที่มีต้นทุนน้ำมัน เช่น ปิโตรเคมี สายการบิน และหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 32.50/51 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการอ่อนค่าสุดในภูมิภาค (อ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 4 เดือนนับตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย. 68) สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวแข็งค่าของเงินดอลลาร์และราคาทองคำที่ร่วงลงระหว่างวัน
• กระแส Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติ ในตลาดหุ้น ขายสุทธิ 5,183 ล้านบาท (รวมตลาด SET และ MAI) ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมี ยอดขายสุทธิ 1,004 ล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน : ราคาน้ำมันดิบ Brent เริ่มชะลอการขึ้น หลังมีความคาดหวังว่าเรือบรรทุกน้ำมันจะสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้มากขึ้น ท่ามกลางความพยายามในการเจรจาเพื่อรักษาความปลอดภัยในเส้นทางเดินเรือ ด้านทรัมป์เรียกร้องให้ชาติมหาอำนาจรวมถึงจีนและนาโต้ส่งเรือรบเข้าช่วยคุ้มครองเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหลายๆ ชาติรวมถึงญี่ปุ่นและออสเตรเลียยังคงสงวนท่าทีในการส่งกำลังทหารเข้าไป ..... สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ เรามองว่าสถานการณ์จะ peak ในช่วงสัปดาห์นี้ เป็นไปได้ทั้งการเจรจา หรือการโจมตีอย่างรุนแรงเพื่อยุติสงครามครั้งนี้
• การประชุม FOMC : การประชุม FOMC เริ่มขึ้นเป็นวันแรก(17-18) จาก CME FedWatch Tool ยังคงให้น้ำหนักถึง 99% ไปที่ Fed จะคงดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% เนื่องจากสถานการณ์สงครามตะวันออกที่ตึงเครียดและแผ่วงกว้างไปทั่วโลก โดยเฉพาะการเกิดวิกฤติขาดแคลนด้านอุปทานพลังงาน ที่กำลังทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ยืนสูงกว่า $100 ต่อบาร์เรล เป็นปัจจัยหลักที่กระทบกับเป้าหมายเงินเฟ้อของ Fed รวมถึงข้อมูลในช่วงการขัดแย้งเดือนมี.ค.ยังไม่มีเพียงพอสำหรับตัดสินใจ การคงไว้ซึ่งอัตราเดิมจะเป็นไปได้มากที่สุด
• การประชุมสุดยอดหรัฐฯ-จีน: เลื่อนซัมมิตผู้นำสหรัฐฯ-จีน: ทรัมป์เปิดเผยว่าเขาได้ขอให้จีนเลื่อนการประชุมสุดยอดผู้นำ (Xi Summit) กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ออกไปก่อน เนื่องจากรัฐบาลวอชิงตันกำลังติดพันและต้องมุ่งความสนใจไปที่วิกฤตสงครามอิหร่าน
• นักลงทุนในตลาดพันธบัตรเริ่มประเมินว่า ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน (เบรนท์ทะลุ 103 ดอลลาร์/บาร์เรล) อาจกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ความกังวลเรื่อง "ความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ" (Growth Shock)…ผู้จัดการกองทุนจาก JPMorgan Asset Management มองว่าอัตราผลตอบแทน (Yield) พันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ที่ระดับ 4.25% เริ่มมีความน่าสนใจ
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• US - Pending Home Sales; (คาดการณ์: -2.00%, ครั้งก่อน: -0.80%)
• US – FOMC Meeting (17-18); (คาดการณ์กรอบบน: 3.72%, คาดการณ์กรอบล่าง: 3.47%)
• TH – การประชุมครม.หารือแผนรับมือสินค้าแพงจากวิกฤตพลังงานเพื่อช่วยเหลือประชาชน
Strategy
• ตลาดยังมีความไม่แน่นอน ทั้งจากสภาวะสงครามตะวันออกกลางที่เข้าสู่จุดสำคัญ (แย่ลง หรือดีขึ้น) และของไทย ในวันพรุ่งนี้ ศาลฯจะพิจารณารับคำร้องประเด็นบัตรเลือกตั้ง
• กลยุทธ์ลงทุน ยังเป็นชะลอการลงทุน เพราะยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องสงคราม แต่สำหรับนักเก็งกำไร สามารถเรามาลงทุนในกรอบเวลาสั้นๆได้ โดยต้องเลือกหุ้นที่ไม่เสี่ยงต่อผลกระทบจากสงครามมากจนเกินไป หรือหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมามาก(ตามดัชนีฯที่ปรับตัวลงมา)
• list ของหุ้นที่ เตรียมช้อนซื้อ ถ้าสงครามมีแนวโน้มดีขึ้น หากวันใดวันหนึ่ง สถานการณ์สงครามพลิกกลับมาดีขึ้น(ต่อตลาด) เราคัดหุ้นใหญ่-กลาง 4 ตัว ที่ราคาลงมามาก และมีโอกาสดีดตัวกลับ คือ CBG, BGRIM, ERW, BDMS โดยหุ้นเหล่านี้ จะซื้อก็ต่อเมื่อสถานการณ์ตะวันออกกลางกำลังจะดีขึ้น เท่านั้น
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ PTTEP ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย SCB(10%), ADVANC*(10%)
Technical : TFG, MRDIYT
News Comment:
( + ) Commerce (Overweight) ลุ้นมาตรการช่วยค่าครองชีพรัฐบาล หนุนกำลังซื้อในประเทศ
News Flash:
( + ) Aviation, Tourism (Neutral) สมาคมสายการบินเสนอลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินชั่วคราว ช่วยเหลือธุรกิจสายการบิน
( - ) CBG (ซื้อ/เป้า 50.00 บาท) ตรึงราคาสินค้าอย่างน้อย 3 เดือน และเตรียมจำหน่ายชิงเต่า พ.ค. นี้
Company Update:
( + ) PRM (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 8.80 บาท) กำไรปกติ 2026E ฟื้นตัว ผลกระทบตะวันออกกลางจำกัด หนุน FSU