SET Outlook
คาด SET Index รอบสัปดาห์ (Weekly) 1550-1560 // 1584-1594 โดยนักลงทุนจะกลับมาให้ความสนใจกับการประกาศงบมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Big Tech ที่จะเริ่มทยอยประกาศ นำโดย Netflix, Tesla, Meta ขณะที่ประเด็นการก่อหนี้และ ค่า CDS พุ่งของ CoreWeave ได้กดดันบรรยากาศการลงทุน อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอาจช่วยพยุงตลาดหุ้นไทยผ่านหุ้นกลุ่มพลังงาน
ประเด็นที่น่าสนใจ
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ภาพรายสัปดาห์ S&P 500 ลดมากสุดนับแต่ ม.ค. และ Nasdaq ลดมากกว่า 4% สาเหตุหลักคือความกังวลว่าบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีหนี้สูงอาจทำกำไรไม่พอชำระหนี้ เมื่อต้นทุนกู้ยืมมีแนวโน้มสูงขึ้น CoreWeave ร่วง 12% (ราว 25% ใน 5 วันทำการ) พันธบัตรของบริษัทถูกขายจนผลตอบแทนเกิน 15% Broadcom ลง 3.6% และดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ PHLX ลง 2.5% เป็นวันที่ 8 ติดต่อกัน CPI/PPI สหรัฐฯ สัปดาห์รายงานสูงกว่าคาด
• Weekly Highlights (19-23 ต.ค.) จับตาการประกาศผลประกอบการ โดยเฉพาะบริษัทเทคฯ ใหญ่อย่างเช่น Netflix, Tesla, และ Meta ซึ่งจะเป็นตัวทดสอบ Theme AI ที่ตลาดเริ่มกลับมามีความไม่มั่นใจเรื่องสถานะทางการเงินสำหรับบริษัทที่มีการกู้เป็นจำนวนมากอย่างเช่น CoreWeave โดยการประกาศงบเหล่านี้ผู้บริหารจะมีถ้อยแถลงออกมา จะต้องจับตาว่าจะเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาได้หรือไม่
• น้ำมันดิบพุ่ง คืนวันศุกร์ที่ 16 ต.ค. WTI ปิดที่ 101.41 ดอลลาร์/บาร์เรล (+3.51%) สูงสุดนับแต่ 17 ก.ย. Brent ปิดที่ 109.86 ดอลลาร์ (+3.72%) หลังแตะ 110 ดอลลาร์ระหว่างวันเป็นครั้งแรกนับแต่ พ.ค. ทั้งสัปดาห์ WTI เพิ่ม 10.4% และ Brent เพิ่ม 4.9% แรงหนุนมาจาก รายงานโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของซาอุดีอาระเบีย กองกำลังพันธมิตรซาอุฯ ระบุว่าสกัดขีปนาวุธที่มุ่งไปท่าเรือ Yanbu ได้ และ Rapidan Energy ประเมินเบื้องต้นว่าท่าเรือไม่เสียหาย ฝั่งอุปทาน IEA ลงมติปล่อยน้ำมันสำรองเพิ่มกว่า 20 ล้านบาร์เรล และกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ เปิดประมูลให้ยืมน้ำมันจาก SPR ได้ถึง 17 ล้านบาร์เรล
• ประธานเฟด Kevin Warsh ขึ้นเวทีสนทนากับ Kristalina Georgieva ในงานประชุม IMF-World Bank ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 16 ต.ค. โดยไม่ส่งสัญญาณว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกหรือไม่ในการประชุม 27-28 ต.ค. เขาบอกว่าไม่เชื่อในการประกาศล่วงหน้าว่าจะทำอะไรในที่ประชุมที่เหลือของปี แต่ย้ำว่าเฟดมุ่งรักษาเสถียรภาพราคา และเพิ่งลดระดับการผ่อนคลายนโยบายไปราวหนึ่งเดือน และเห็น AI เป็นบวกต่อผลิตภาพ แต่เตือนว่าเส้นทางจะ "very bumpy"
Strategy
กลยุทธ์หลัก: รับมือกับความผันผวนแบ่ง Core Strategy เรายังชอบกลุ่มธนาคาร KTB, KBANK, KKP ขณะที่ Tactical Strategy เรามอง Theme ใหญ่ ระยะ กลาง-ยาว หุ้น (Mega play Theme) Data Center โรงไฟฟ้า เรายังชอบ GPSC, BGRIM, ADVANC และผสมกับตีมการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว ระยะกลาง – ยาว ชอบ AOT, CENTEL
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• CN, House Price Index YoY (Sep), Consensus=-3.1%, Prior=-3%
• CN, GDP Growth Rate YoY (Q3), Consensus=4.4%, Prior=4.3%
• CN, Industrial Production YoY (Sep), Consensus=5.4%, Prior=5.2%
• CN, Retail Sales YoY (Sep), Consensus=0.5%, Prior=0.4%
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ต่างชาติ “ขาย” สุทธิตลาดหุ้นไทย และ “ซื้อ” ตลาดตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
• ตลาดหุ้น (15 ต.ค. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 58,483.65 ล้านบาท และ (MAI) 260.84 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,111.50 ล้านบาท
• Yield Curve ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 2-8 bps. ทิศทางเดียวกับ US-Treasury ประกอบกับมีแรงซื้อจากนักลงทุนในตราสารระยะยาว สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET INFLOW 2,244 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.50 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า
Strategy pick
KTB: ราคาพื้นฐาน 50.00 บาท
• กลุ่มธนาคารมีความน่าสนใจมากขึ้น โดย KTB มี Asset Quality ที่แข็งแกร่งจากการเน้นปล่อยสินเชื่อภาครัฐ ซึ่งเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำและรองรับกับสภาพเศรษฐกิจ คาดกำไร 3Q26E ที่ 1.34 หมื่นลบ. (-8% YoY, +11% QoQ)
ADVANC: ราคาพื้นฐาน 435.00 บาท
• เราเลือกเป็น Defensive play โดย ADVANC มี cashflow และงบการเงินที่แข็งแกร่ง คาดกำไร 3Q26E ที่ 1.36 หมื่นลบ. (+13% YoY, -1% QoQ) จากรายได้บริการที่เพิ่มขึ้นตาม Data Usage และ Upsell ลูกค้ากลุ่ม High-value
กรอบดัชนี SET วันนี้ แนวรับ1560-1567 // แนวต้าน 1578-1584
Technical Pick: : KBANK, STA
Stock picks for October 2026 : ADVICE, BGRIM, CK, PLANB, SCGP
Company Report
( + ) CENTEL (ซื้อ/เป้า 48.00 บาท) ภาพรวมยังโตได้ดีและมี upside เพิ่มจากมัลดีฟส์ใหม่ที่จะกำไร
( + ) OSP (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 22.00 บาท) กำไร 3Q26E โต YoY สูงกว่าคาดเดิมจาก GPM ที่ดีกว่าคาด