logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 10 FEB 26

SET Outlook
คาดดัชนีฯมีโอกาสเดินหน้าต่อ แม้จะมีแรงขายทำกำไรช่วงสั้นๆเช้ามา แต่ด้วยมุมมองตลาดที่คนส่วนใหญ่เชื่อว่าการเมืองจะกลับมาหนุนตลาด โดยเป้าหมายแรกดัชนีฯ ให้ไว้ที่ 1420 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• ผลการเลือกตั้งไทย: พรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนำและเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ส่งผลให้ตลาดตอบรับเชิงบวกอย่างมาก โดย SET Index วานนี้ปิดที่ 1400.89 จุด (+46.88 จุด) เรามองว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะสำเร็จได้โดยเร็ว และมีความต่อเนื่องทางนโยบายเนื่องจากเป็นขั้วรัฐบาลเดิม ซึ่งจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนมา
• นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ยืนยันว่า รัฐบาลใหม่จะเดินหน้าโครงการ "คนละครึ่ง พลัส" อย่างแน่นอน แต่ต้องรอให้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ให้เรียบร้อยก่อน โดยระหว่างนี้ ยังมีเวลาในการออกแบบรายละเอียดของโครงการ ซึ่งจะเน้นความต่อเนื่องในการเพิ่มทักษะให้กับทั้งร้านค้าและประชาชน ผ่านการใช้เทคโนโลยี-AI
• Fund Flow: วานนี้ (9 ก.พ.) นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 16,547 ล้านบาท และ ซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 3,129 ล้านบาท สะท้อนความมั่นใจต่อเสถียรภาพทางการเมือง
• สถานการณ์การเมืองอื่นๆ: ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดจริยธรรมร้ายแรง 44 สส. พรรคก้าวไกล (ปัจจุบันคือพรรคประชาชน) กรณีแก้ไข ม.112 เตรียมส่งฟ้องศาลฎีกาฯ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองในระยะยาวที่ต้องติดตาม แต่ระยะสั้นตลาดให้น้ำหนักกับผลการเลือกตั้งมากกว่า
• MSCI Rebalance: จะประกาศรายชื่อหุ้นเข้า/ออกจากการคำนวณดัชนี MSCI รอบเดือน ก.พ. ในวันพรุ่งนี้(เช้า)
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่าน: การเจรจานิวเคลียร์อิหร่านยังไม่ลุล่วง และมีความตึงเครียดสูง ด้านเนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล เตรียมเข้าพบทรัมป์ที่วอชิงตันในวันพุธนี้(11) เพื่อผลักดันให้ข้อตกลงกับอิหร่านครอบคลุมถึงการจำกัดขีปนาวุธและการสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค สถานการณ์ตึงเครียดอยู่มาก กดดันราคาน้ำมัน รวมถึงประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน
• การเจรจาสหรัฐฯ-ยูเครน: เจ้าหน้าที่ยูเครน เตรียมจะพบกับตัวแทนสหรัฐฯ ที่เมืองไมอามีในเร็วๆ นี้ เพื่อหาทางยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน ขณะที่รัสเซียยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานยูเครนอยู่ต่อเนื่อง ติดตามความคืบหน้าดังกล่าว เนื่องจากหากสงครามไม่สามารถบรรลุสันติภาพได้ อาจมีผลต่อการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
• ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ: ติตดามการประกาศข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ถูกเลื่อนจากความล่าช้าช่วงชัตดาวน์ ได้แก่ ในวันพุธ(11) ตัวเลข Nonfarm Payroll คาดเพิ่มขึ้น 69,000 ตำแหน่ง และ Unemployment Rate คาดทรงตัวที่ 4.4% ซึ่งจะเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วน Christopher Waller แถลงเช้านี้แล้ว ระบุว่าแรงมองบวกคริปโตหลัง Trump ชนะเลือกตั้งเริ่มจาง เนื่องจากสถาบันการเงินปรับความเสี่ยง
• จีนลดถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ: ทางการจีนให้สถาบันการเงินในประเทศลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวน และกระจายสินทรัพย์สำรอง ทำให้ ราคาพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวลง Bond Yield ดีดตัวขึ้นก่อนกลับลงมาที่ระดับ 4.20% และดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าแตะ 96.79 สะท้อนปัจจัยลบต่อความเชื่อมั่นพันธบัตรสหรัฐฯ รวมถึงนักลงทุนยังคงกังวลเรื่องวินัยทางการคลังด้วย ระวังหากทางการสหรัฐฯ ตอบโต้กลับ
 
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• US - Retail Sales Advance; (คาดการณ์: 0.45%, ครั้งก่อน: 0.60%)
• การประชุม ครม.
Strategy
• ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงหนุนจากความชัดเจนทางการเมือง (Election Rally) หลังจากพรรคภูมิใจไทยนำการจัดตั้งรัฐบาล คาดว่า SET Index จะยังมี Momentum เชิงบวกต่อเนื่อง แม้ดัชนีจะปรับตัวขึ้นมาแรงทะลุ 1400 จุด แต่มองว่ายังมี Upside จาก Fund Flow ที่ไหลกลับเข้ามาอย่างหนาแน่น
• กลยุทธ์ แนะนำให้ "ถือ" หรือ "ซื้อเพิ่ม" โดยเน้นหุ้น Big Cap ที่เป็นเป้าหมายของ Fund Flow และหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายภาครัฐที่มีความต่อเนื่อง
• ธีมการลงทุนหลัก:
1. หุ้นใหญ่รับ Fund Flow: DELTA*, ADVANC*, PTT*, AOT, GULF*, SCB
2.หุ้นรับอานิสงส์นโยบายรัฐและกำลังซื้อในประเทศ: CRC*, CPAXT, SAWAD*, COM7*
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ CPAXT เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย CPAXT(10%), TOP(10%), DELTA*(10%), AOT(10%), SCB(10%), ADVANC*(10%), HMPRO(10%), TRUE*(20%)
Technical  : ADVANC, COCOCO
 
News Comment:
( - ) STECON (ซื้อ/เป้า 10.00 บาท) เกิดเหตุโครงหลังคางานก่อสร้างโครงการ MEA Training Center ของกิจการร่วมค้า ST-TC ยุบตัว
 
Results Review:
( + ) PTTGC (ปรับขึ้นเป็น ถือ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 25.00 บาท) ขาดทุนสุทธิ 4Q25 แต่ดีกว่าคาด; คาด cashflow ดีขึ้นในปี 2026E
( 0 ) PTTEP (ปรับลงเป็น ถือ/เป้า 120.00 บาท) กำไรสุทธิ 4Q25 ตามคาด; คาดปริมาณขายทรงตัวสูงใน 1Q26E
( 0 ) GLOBAL (ถือ/เป้า 7.40 บาท) กำไร 4Q25 หดตัว YoY ตามคาด จาก SSSG ที่ยังติดลบต่อเนื่อง
 
Company Update:
( + ) BBIK (ซื้อ/เป้า 24.00 บาท) กำไร 4Q25E จะทำ new high จากการเร่งรับรู้งานเพิ่ม
( + ) SJWD (ซื้อ/เป้า 13.00 บาท) 4Q25E จะเติบโตดี YoY, QoQ จากธุรกิจห้องเย็นที่โตโดดเด่นสุด
 
 
 

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์