logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 19 MAY 26

SET Outlook
คาดดัชนีฯ แกว่งในกรอบแคบ หลังผ่านการรายงานกำไรของบริษัทในตลาดหุ้นไปแล้ว  ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ ที่พุ่งขึ้น กดดันตลาดผ่านมาทางเงินเฟ้อ และโอกาสลดดอกเบี้ยที่ช้าลง
ปัจจัยในประเทศ
• การเมืองและมาตรการเศรษฐกิจรัฐบาล:
      o มาตรการลดค่าครองชีพ: นายเอกนิติ นิติธานประภาส รมว.คลัง เตรียมเสนอ ครม. ในวันอังคารนี้ เพื่อพิจารณาแพ็กเกจลดค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินราว 2 แสนล้านบาท (ดึงจาก พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน 4 แสนล้านบาท) เพื่อรับมือวิกฤตเศรษฐกิจจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง โดยเน้นย้ำว่านโยบายการคลังต้องเป็นแกนนำหลักในการพยุงเศรษฐกิจ
     o ความเชื่อมั่น พ.ร.ก. กู้เงิน: นายกรัฐมนตรีแสดงความมั่นใจต่อการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีและมีผู้พร้อมให้กู้ยืม โดยไม่กังวลแม้ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัย
      o แนวทางลดค่าไฟ: คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) สนับสนุนรัฐบาลในการทบทวนและรื้อสัญญาการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชน (PPA) ในกลุ่ม Adder และ FiT ที่ไม่สะท้อนต้นทุนปัจจุบัน เพื่อหาแนวทางลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชนอย่างเป็นธรรม…  ข่าวนี้ ลบต่อหุ้นผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทน ทั้งพลังงานแสงอาทิตย์(Solar) และ พลังงานลม(Wind)
• การเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP): สภาพัฒน์ฯ รายงาน GDP ไตรมาส 1/69 ขยายตัว 2.8% (ดีกว่าที่ตลาดคาดที่ 2.4%) แรงหนุนจากการลงทุนภาครัฐและเอกชน รวมถึงการส่งออก ส่งผลให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับเป้า GDP ปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 2.0% จากเดิม 1.2%
• ความเชื่อมั่นผู้บริโภค: ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นจาก Ipsos ระบุว่าความเชื่อมั่นของคนไทยร่วงลงต่ำสุดในโลก โดยความกังวลอันดับ 1 คือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันและความยากจน ซึ่งต่างจากเทรนด์โลกที่กังวลเรื่องเงินเฟ้อเป็นหลัก
• ผลประกอบการ 1Q-26: บริษัทจดทะเบียน 840 แห่ง (สิ้นสุด 15 พ.ค.) ทำกำไรสุทธิรวม 3.53 แสนล้านบาท เติบโตแข็งแกร่ง +24% YoY และ +51% QoQ
• Fund Flow และตลาดการเงิน:
    o นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย (SET+MAI) 1,166.18 ล้านบาท แต่ขายสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 166 ล้านบาท
   o ค่าเงินบาทปิดที่ 32.62/63 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากช่วงเช้า โดยประเมินกรอบวันนี้ที่ 32.50 - 32.80 บาท/ดอลลาร์
 ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลางและราคาน้ำมัน: โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านเผยว่า สหรัฐฯ ได้ส่งข้อเสนอสันติภาพและเงื่อนไขการระงับคว่ำบาตรน้ำมันชั่วคราวฉบับใหม่ผ่านมาทางปากีสถาน เพื่อแลกกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ …..  เช้านี้ มีข่าวว่า Trump พักแผนโจมตีอิหร่าน ตลาดลด oil war premium ระยะสั้น แต่ยังไม่ตัดความเสี่ยง supply shock หากการเจรจาล้มเหลว....  ข่าวนี้ กดราคาน้ำมันให้ลดลง WTI เช้านี้ อยู่ที่ $102.5 ลดลง 1.7% จากวันก่อน  (ลบต่อหุ้น PTTEP)
• การทูตในภูมิภาค: รมว.ต่างประเทศอิหร่าน และ รมว.ต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย ได้หารือทางโทรศัพท์เกี่ยวกับกระบวนการทางการทูตและสถานการณ์ในภูมิภาคที่กำลังเกิดขึ้น
• ตลาดหุ้นและดอกเบี้ยสหรัฐฯ: นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทเตือนว่าตลาดหุ้นอาจพ้นช่วง "ฮันนีมูน" ของงบการเงินแล้ว และกำลังเผชิญความกดดันจากเศรษฐกิจมหภาค ดัชนีเงินเฟ้อที่พุ่งสูงทำให้นักลงทุนกังวลว่าเฟดอาจต้องกลับมาขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 30 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 ที่ 5.16%
• เศรษฐกิจจีน: ตัวเลขเศรษฐกิจจีนเดือนเมษายนชะลอตัวลงอย่างชัดเจน โดยยอดค้าปลีกขยายตัวเพียง 0.2% (ต่ำสุดนับตั้งแต่เปิดประเทศ) และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรหดตัว 1.6% จุดประกายให้ตลาดคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระลอกใหม่จากรัฐบาลปักกิ่ง
• ตลาดทองคำและค่าเงิน: ราคาทองคำทรงตัวที่ระดับ 4,545-4,550 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยได้แรงหนุนจากการเข้าซื้อของธนาคารกลางทั่วโลก (โดยเฉพาะ PBOC ของจีน) เพื่อกระจายความเสี่ยง ด้านค่าเงินเยน (USD/JPY) อ่อนค่าลงติดต่อกันเป็นวันที่ 6 เข้าใกล้ระดับ 159 เยน/ดอลลาร์ ทำให้ตลาดกลับมาจับตาความเสี่ยงที่ทางการญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงอีกครั้ง
• SpaceX IPO: SpaceX ตั้งเป้าหมายมูลค่าสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ในการเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) โดยจะเสนอขายหุ้นให้แก่นักลงทุนรายย่อยราว 30% ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นภาพสะท้อนของปรากฏการณ์ FOMO ในตลาด
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• | US | Pending Home Sales MoM (Apr) | Surv(M): 1.46% | Prior: 1.50%
•| CH | ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย เยือนจีนเพื่อหารือเชิงลึกกับ สี จิ้นผิง (ต่อยอดทันทีหลังจากซัมมิตสหรัฐฯ-จีน)
Strategy
• ตลาดยังคงต้องใช้ความระมัดระวังอยู่ต่อไป สถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่มีทางออก ราคาน้ำมันเดินหน้าต่อ กดดันเงินเฟ้อ ดัน Bond yield พุ่ง และหุ้น Tech  ก็ไม่เป็นตัวช่วยให้ตลาด เหมือนแต่ก่อน ทำให้ตลาดหุ้นไทย มีแนวโน้มจะกลับมาปรับฐาน (จนกว่าจะมีปัจจัยบวกใหม่ๆ) หลังบริษัทต่างๆ รายงานกำไรจบไปตั้งแต่เมื่อวานนี้
• กลยุทธ์: การเข้าลงทุนในช่วงนี้ยังคงต้อง "Selective Buy" เน้นผลประกอบการ 1Q-26 เป็นแรงหนุน กลุ่มเด่นที่สามารถต้านทานความผันผวนของ Bond Yield ที่สูงขึ้นได้คือ กลุ่มธนาคาร (SCB, KBANK, KTB)
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ SPRC เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย: SPRC(10%), BDMS*(20%), PTTEP(10%), GULF*(10%), KTB(10%), SCB(10%), ADVANC*(10%)
Technical :  SCB, IRPC
 
News Comment:
( 0 ) Energy (Neutral) US ขยายเวลาอนุญาตการซื้อขายน้ำมันรัสเซียอีก 30 วัน
News Flash:
( + ) หุ้นที่ได้ประโยชน์จากโครงการคนละครึ่งเข้า ครม วันนี้
Company Update:
( + ) AURA (ซื้อ/เป้า 21.00 บาท) 2Q26E จะยังเติบโต YoY ได้ ทั้งจากธุรกิจค้าปลีกทองและขายฝาก
( 0 ) CPN (ซื้อ/เป้า 72.00 บาท) เป้าหมายใกล้เคียงคาด, แผนการเปิดโครงการใหม่ๆยังมีต่อเนื่อง
( 0 ) BEM (ซื้อ/เป้า 9.00 บาท) ประเด็นสัมปทานรถไฟฟ้ายังใช้เวลา, Double Deck คาดชัดเจน 3Q26E
( 0 ) KLINIQ (ซื้อ/เป้า 31.00 บาท) Outlook ยังเป็นไปตามคาด, แนวโน้มกำไร 2Q26E โต YoY
 
 

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์