SET Outlook
คาดดัชนีฯ ผันผวนต่อ นักลงทุนในตลาดโลก ยังระมัดระวังการลงทุนในหุ้น Tech และสถานการณ์สงคราม ที่ยังอ่อนไหวสูง (เชิงลบ) ด้านตลาดไทย แม้จะได้เรื่อง Fund Flow เข้ามา และราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น แต่ดัชนีฯ ก็วิ่งมาใกล้เป้าหมายระยะสั้นของเรา ที่ 1630-1650 จุด แล้ว การลงทุนจึงต้อง มีการขายหุ้นเปลี่ยนตัวเล่น เป็นระยะๆ หรือให้ถี่มากขึ้นด้วย ประเมินทิศทางดัชนีฯ พรุ่งนี้ มีโอกาสแกว่งตัวไซด์เวย์ในกรอบแคบเพื่อรอดูความชัดเจนของปัจจัยต่างประเทศ และอาจเผชิญแรงขายทำกำไรสลับออกมาเมื่อเข้าใกล้แนวต้าน
ปัจจัยในประเทศ
• นายกฯ หารือ “สี จิ้นผิง” เปิดความร่วมมือรอบใหม่: จีนประกาศเร่งรัดโครงการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน พร้อมขยายความร่วมมือในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI โดยมีการลงนามเอกสารความร่วมมือหลายฉบับ ซึ่งจะหนุนการลงทุนระหว่างประเทศ (สอดคล้องกับมุมมองของเราที่คาดว่ากลุ่มนิคมฯ และ Tech จะได้อานิสงส์โดยตรง เช่น WHA*, TRUE*)
• คลังเตรียมทบทวนเกณฑ์สวัสดิการแห่งรัฐ: หลังประชาชนกว่า 9 ล้านคนถูกตัดสิทธิ์ คลังเตรียมขยายเวลาอุทธรณ์ถึง 20 ก.ย. 69 และพิจารณาปรับลดความเข้มงวดเรื่องการถือครองรถยนต์และจักรยานยนต์เก่า เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างแท้จริง
• คมนาคมเดินหน้าตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาท: ขร. เร่งโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสีทองกลับมาให้ รฟม. บริหารจัดการ พร้อมศึกษาแนวทางการเก็บค่าธรรมเนียมรถติด (Congestion Charging) เพื่อนำรายได้มาอุดหนุนระบบขนส่งมวลชนในระยะยาว
• ราคาหุ้นธนาคาร ที่ปรับตัวสูงขึ้นวานนี้(20 ก.ค.) มาจาก กำไรของหุ้น TTB ที่ออกมาดี วันนี้ คาดธนาคารส่วนใหญ่จะรายงานกำไรในวันนี้ อาจส่งผลบวกมาถึงตลาดและหุ้นตัวอื่นๆ ด้วย
ปัจจัยต่างประเทศ:
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: ดัชนีฟื้นตัวขึ้นนำโดยหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (อาทิ Nvidia, Broadcom) คลายความกังวลชั่วคราว ขณะที่ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงเริ่มชะลอตัวลง ท่ามกลางการจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในสัปดาห์นี้
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง: สหรัฐฯ โจมตีอิหร่านต่อเนื่องหลังสูญเสียกำลังพล ขณะที่กลุ่มฮูตีประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุฯ อย่างไรก็ตาม อิหร่านเริ่มส่งสัญญาณเปิดช่องการเจรจาทางการทูตผ่านประเทศคนกลางเพื่อลดความตึงเครียด
• ตลาดหุ้นจีนฟื้นตัวรับแรงหนุนจากภาครัฐ: ดัชนีหุ้นจีนดีดตัวขึ้นหลังกองทุนแห่งชาติ (National Team) เปิดเผยการเข้าซื้อหุ้นเพื่อพยุงตลาด ขณะที่ ก.ล.ต. จีน (CSRC) เตรียมจัดประชุมหารือกับสถาบันการเงินเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่น
• จีนใช้มาตรการภาษีพลังงานสะอาด: รัฐบาลเริ่มเก็บภาษีบริโภคแบตเตอรี่ลิเธียม (2%) และโซลาร์เซลล์ หวังเร่งให้เกิดการควบรวมกิจการและแก้ปัญหาอุปทานล้นตลาด ส่งผลให้หุ้นผู้นำตลาดอย่าง CATL และ Longi ปรับตัวสูงขึ้นรับข่าว
เจาะลึกข้อมูลผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย (Strategic Analysis)
• ผลกระทบจากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน: ความตึงเครียดทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกและ Spread ปิโตรเคมีปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มสำรวจและผลิตน้ำมัน รวมถึงปิโตรเคมีขั้นต้น (+) PTTEP, TOP, SPRC, PTTGC
• ผลกระทบด้านต้นทุนต่อภาคอุตสาหกรรม: ราคาน้ำมันและค่าขนส่งที่สูงขึ้น จะกลายเป็นแรงกดดันด้านต้นทุนต่อกลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่ส่งผ่านต้นทุนได้ยาก (-) โรงไฟฟ้า, สายการบิน, ท่องเที่ยว อาทิ GPSC, BGRIM, AAV, MINT
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): มูลค่าการซื้อขายรวม 93,890.66 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อขายสุทธิ +1,808.04 ล้านบาท
• ตลาดตราสารหนี้: มูลค่าการซื้อขายรวม 56,837.00 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อขายสุทธิ +1,931.00 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิด 33.63 บาท/ดอลลาร์
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event (20-24 Jul 26)
• 21/7/2026, หุ้นธนาคาร(ไทย) รายงานผลประกอบการในสัปดาห์นี้, Surv=N/A, Prior=N/A
• 29/7/2026, ประชุม FOMC (สหรัฐฯ), Surv=3.75%, Prior=3.75%
• 31/7/2026, อัตราเงินเฟ้อ CPI Estimate YoY (ยุโรป), Surv=2.80%, Prior=N/A
Strategy
• ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลก ยังซับซ้อนและสับสนเหมือนเดิม สถานการณ์สงคราม 2 ภูมิภาค (ตะวันออกกลางและ รัสเซีย-ยูเครน) เป็นลบต่อภาพรวมของการลงทุนในตลาดโลก แม้ตลาดหุ้นไทย ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันและการออกจากหุ้น Tech มาหาแหล่งลงทุนใหม่ๆ แต่ดัชนีฯ ก็เข้ามาอยู่ในโซนเป้าหมาย(สูงสุด) ในรอบนี้ของเราแล้ว คือ 1630-1650 จุด .... กลยุทธ์ลงทุน ในช่วงเวลาแบบนี้ จึงต้อง selective buy และได้ประโยชน์จาก Fund Flow ที่ยังไหลเข้าตลาดหุ้นไทย รวมถึงประเด็นบวกใหม่ คือ จีน-ไทย จะมีการลงทุนระหว่างกัน
• สถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านที่รุนแรงมากขึ้น มีโอกาสที่สหรัฐฯ จะยกระดับการโจมตีอิหร่านอีกครั้ง ทำให้หุ้นกลุ่มน้ำมัน ทั้งผู้ผลิตและโรงกลั่นน้ำมัน ยังได้อานิสงส์ ต่อไปอีก หุ้นเด่นๆ ในเรื่องนี้หนีไม่พ้น PTTEP และหุ้นโรงกลั่นน้ำมัน (TOP, SPRC)
• การประกาศนโยบายและวิสัยทัศน์ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการประชุม World AI Conference (WAIC) ที่เซี่ยงไฮ้ โดยนายกฯ ของไทย พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจและ 11 ผู้แทนระดับสูงจากภาคเอกชน (CEOs) ได้เข้าร่วมงานนี้ด้วย ที่จัดระหว่างวันที่ 16-20 ก.ค.69 ทางจีนได้จัดให้ผู้ประกอบการไทย ได้คุยกับผู้ประกอบการฝั่งจีน ในเรื่องความร่วมมือและการลงทุนระหว่างกัน หุ้นที่เราประเมินว่าจะได้อานิสงส์จากการไปครั้งนี้ อาทิ ADVANC, TRUE*, INSET, AMATA, WHA*, GULF*, GPSC, DELTA, HANA, KCE
• พอร์ตหุ้นแนะนำ: เรานำ MTC*, OR เข้ามาใหม่ หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย MTC* (10%), OR (10%), WHA* (10%), GULF* (10%), TOP (10%), HMPRO (10%), TRUE* (10%), CRC (10%), PTTEP (10%), PTT* (10%)
Technical : KTB, STECON
News Comment:
( 0 ) OR (ซื้อ/เป้า 15.00 บาท) เตรียมขยาย 4 แบรนด์ Minor Food เข้า 150 สถานีบริการน้ำมันภายในปี 2030
Results Review:
( + ) KKP (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 128.00 บาท) กำไร 2Q26 ดีกว่าคาดมาก จากค่าธรรมเนียมที่โตดีต่อเนื่อง
( + ) TTB (ถือ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 3.20 บาท) กำไร 2Q26 ดีกว่าคาด, มีโอกาสจ่ายเงินปันผลมากกว่าคาด