SET Outlook
คาดดัชนีฯ มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบ (1,575-1,595 จุด) ก่อนเข้าวันหยุด ตลาดยังคงรอดูความชัดเจนจากทิศทางนโยบายการเงินของ Fed ที่อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อกดเงินเฟ้อ ประกอบกับแรงซื้อในตลาดกระจุกตัวอยู่เฉพาะกลุ่ม
ปัจจัยในประเทศ
• การเมือง/นโยบายภาครัฐ: ครม. นัดพิเศษพิจารณาโอนงบปี 2569 ที่เหลือกว่า 10,300 ล้านบาท เข้างบกลางเพื่อรับมือวิกฤตและภัยพิบัติ พร้อมชง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2570 เข้าสภาฯ สัปดาห์หน้า
• ความน่าเชื่อถือประเทศ: S&P Global Ratings (S&P) ได้รายงานการวิเคราะห์อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย โดยได้คงอันดับความน่าเชื่อถือ (Sovereign Credit Rating) ที่ระดับ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook)
• ขีดความสามารถการแข่งขัน: IMD จัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยประจำปี 2569 ขยับขึ้น 4 อันดับ มาอยู่ที่ 26 จาก 70 เขตเศรษฐกิจ สะท้อนประสิทธิภาพภาคธุรกิจที่ดีขึ้น
• ความร่วมมือระหว่างประเทศ: รองนายกฯ "อนุทิน" เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย มุ่งยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจเพื่อจับมือฝ่าวิกฤติโลกผันผวน
• ธุรกรรมขนาดใหญ่: กระดาน BIG LOT วันนี้ หุ้น THAI มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 9,287.36 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 6 บาทต่อหุ้น
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): มูลค่าการซื้อขายรวม 68,106 ล้านบาท และ นักลงทุนต่างประเทศ ซื้อสุทธิ 2,019 ล้านบาท
• ตลาดตราสารหนี้: มูลค่าการซื้อขายรวม 72,621 ล้านบาท และ นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 4,414 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิด 32.77 บาท/ดอลลาร์ (อ่อนค่าลงจากช่วงเช้า) โดยตลาดรอดูผลการประชุม BoE ในคืนนี้
ปัจจัยต่างประเทศ:
• Bloomberg และ BFW รายงานว่า Trump ให้สัมภาษณ์ Axios โดยระบุว่า MOU กับอิหร่าน “probably unconditional surrender” สำหรับอิหร่าน ….ตลาดมองว่าเป็นสัญญาณว่าความเสี่ยงสงครามลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
• ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ตกลงทำข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวกับอิหร่าน ส่งผลให้สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซผ่อนคลายลง และกดดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เช้านี้ ร่วงลงสู่ระดับ 78.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
• ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปลายเดือนหน้า การแข็งค่านี้ผลักดันให้ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 1% จากระดับก่อนการประชุมเฟดในวันพุธ และนักลงทุนทั่วโลกได้รับแรงจูงใจใหม่ในการโยกย้ายเงินทุนเข้าสู่สินทรัพย์ของสหรัฐฯ
• ร็อบ แคปแลน รองประธานบริษัท โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป (Goldman Sachs Group) และอดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาดัลลัส คาดการณ์ว่า Fed อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือน ก.ย. ปีนี้ หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง
• ดัชนีหุ้นจีนที่สำคัญกำลังอยู่ในภาวะใกล้เข้าสู่ตลาดหมี สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มการเติบโตของประเทศ และผลการดำเนินงานที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ของบริษัทในกลุ่มอินเทอร์เน็ตและสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งมีสัดส่วนน้ำหนักมากในดัชนี ดัชนี MSCI China ร่วงลงมากถึง 2.1% ในวันพฤหัสบดี และในช่วงหนึ่งลดลงมากกว่า 20% จากจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม
• ธนาคารกลางอินโดนีเซียประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่สามในรอบสี่สัปดาห์ในวันพฤหัสบดี จาก 5.50% เป็น 5.75% เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับค่าเงินรูเปียห์ ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอันเนื่องมาจากสงครามในตะวันออกกลาง เฮลมี่ อาร์มาน นักวิเคราะห์จากซิตี้กรุ๊ป อิงค์ กล่าวว่า ความเสี่ยงด้านการคลังและค่าเงินน่าจะผ่านพ้นไปแล้วในอินโดนีเซีย โดยการขาดดุลงบประมาณในปีนี้และปีหน้าควรจะต่ำกว่าขีดจำกัด 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ เนื่องจากรัฐบาลได้ลดการใช้จ่ายและปรับปรุงการจัดเก็บภาษี
• ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.75% ตามคาด พร้อมเตือนว่าสงครามในตะวันออกกลางจะดันต้นทุนพลังงานและความเสี่ยงเงินเฟ้อให้สูงขึ้น ส่งผลบวกต่อกลุ่มพลังงาน สินค้าโภคภัณฑ์ สินค้าจำเป็น และบริการการแพทย์ที่ทนทานหรือได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ แต่ส่งผลลบต่อกลุ่มสายการบิน โลจิสติกส์ รับเหมาก่อสร้าง และสินค้าฟุ่มเฟือยที่จะถูกกดดันจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event : (16 June, 2026)
• 19/6/2026, TH, FTSE Global Equity Index Series + SpacX rebalance, Surv=--, Prior=--
• 19/6/2026, TH, ธนาคาร CLICX เปิดใช้งานวันแรก, Surv=--, Prior=--
• 22/Jun/26, CH, 1-Year Loan Prime Rate, Surv=3.00%, Prior=3.00%
• 22/Jun/26, EC, Consumer Confidence, Surv=--, Prior=-19
Strategy
• ตลาดไม่แรงอย่างที่คาด อาจเป็นเพราะยังรอประเมินในเรื่องนโยบายการเงินของ Fed และวันนี้เตรียมเข้าวันหยุด ดัชนีฯ จึงมีแนวโน้มที่จะแกว่งในกรอบแคบๆ
• กลยุทธ์ : เรายังให้เน้นไปที่หุ้นที่ราคาเคยลงไปลึกๆ ได้แก่ โรงไฟฟ้า อาทิ BGRIM* ส่วนหุ้นท่องเที่ยว คือ BA* และหุ้นในกลุ่มอื่นๆ ได้แก่ HMPRO, CPALL, CRC*, SCC และปิดท้ายด้วยเสาหลักของตลาด คือหุ้นธนาคาร นอกจากนี้ ต้องระวังหุ้นที่ภาวะธุกิจ ยังอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ ซึ่งจะทำให้ราคาหุ้น rebound เพียงช่วงสั้นๆ ก่อนที่จะกลับลงไปที่เดิม
• พอร์ตหุ้นแนะนำ: เรานำ KTB เข้ามาในพอร์ต สัดส่วนหุ้นในพอร์ตประกอบด้วย KTB(10%), OR(10%), HMPRO(10%), BDMS*(10%), BGRIM*(10%), SCC(10%), COM7* (10%), WHA* (10%), KBANK (10%), CPN (10%)
Technical : DITTO, KCE
News Comment:
( + ) ADVICE (ซื้อ/เป้า 7.80 บาท) คาดธุรกิจ 2Q26E สวย ตั้งเป้ารายได้ปี 2026E โต +15% YoY
News Flash:
( + ) TU (ซื้อ/เป้า 12.80 บาท), GFPT (ถือ/เป้า 9.50 บาท), Pet Food (Neutral) รัฐสภาไฟเขียว FTA ไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป หรือ EFTA
( + ) SAPPE (ซื้อ/เป้า 33.00 บาท) เปิดตัว Preaw XS เจาะช่องว่างตลาดเครื่องดื่มอิ่มนาน
Company Update:
( 0 ) TISCO (ถือ/เป้า 110.00 บาท) กำไร 2Q26E เพิ่ม YoY จาก NIM ขึ้น, ทรงตัว QoQ จากรายได้ลด