logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 3 OCT 25

SET Outlook
  คาดว่าทิศทางตลาดหุ้นไทยจะได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อกลับหลังการขายปิดไตรมาสไปแล้ว ซึ่งเป็นรูปแบบที่คล้ายกับในอดีต. ดัชนีฯ น่าจะมีแนวต้านสำคัญต่อไปที่ 1300 หุ้นเทคโนโลยีในเอเชียที่พุ่งสูงขึ้นจากข่าวดีเกี่ยวกับ OpenAI และความคาดหวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตามคือความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการขยายขอบเขตของ Crypto ETF ซึ่งอาจดึงดูดนักลงทุนรุ่นใหม่
 
ปัจจัยในประเทศ
 • ติดตามความคืบหน้ามาตรการ Quick Big Win โดยเฉพาะมาตรการคนละครึ่ง ที่จะเข้าการประชุม ครม. สัปดาห์หน้า รวมถึงความชัดเจนของมาตรการเชิงโครงสร้าง เช่น การจัดตั้ง Sovereign Wealth Fund และโครงการออมทรัพย์ TISA การลดหย่อนภาษีปันผล จะออกมาในรูปแบบใด ซึ่งจะมีผลต่อรายได้ของรัฐบาล และดีต่อหุ้น High Dividend
• ค่าเงินบาท และ Fund Flow: ค่าเงินบาทปิดตลาดเย็นวันที่ 2 ต.ค. 2568 ที่ระดับ 32.37 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งแข็งค่าขึ้นจากช่วงเช้าตามทิศทางค่าเงินในภูมิภาค. อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 2 ต.ค. นักลงทุนต่างประเทศ net sell ในตลาดหุ้นไทยรวม 173 ล้านบาท (SET+MAI)  และ Net buy ในตลาดพันธบัตร 334 ล้านาท ทั้งนี้ Bond Yield 10 ปี ของไทย ปิดทรงตัวที่ 1.41%
• กัมพูชา : วันนี้ นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ ประเมินผลกระทบจากปัญหาชายแดนกับกัมพูชา เวลา 10.00 น. ...  มีแนวโน้มที่ไทยจะสร้างกำแพงแนวชายแดน จะกระทบต่อธุรกิจ ที่มีรายได้ในประเทศกัมพูชา
 
ปัจจัยต่างประเทศ:
 • Government Shutdown ของสหรัฐฯ: การชัตดาวน์ของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันที่ 1 ต.ค. และนักลงทุนกังวลว่าอาจยืดเยื้อยาวนาน. วุฒิสภาสหรัฐฯ จะพักการประชุมในวันนี้เนื่องในวันหยุดสำคัญทางศาสนา ก่อนที่จะเปิดการประชุมอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ (3 ต.ค.) เพื่อลุ้นโหวตร่างงบประมาณใหม่. หากการชัตดาวน์ยืดเยื้อ อาจส่งผลให้การเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ เช่น ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ซึ่งเดิมมีกำหนดเผยแพร่ในวันนี้ (3 ต.ค.) ถูกเลื่อนออกไป. การขาดข้อมูลภาครัฐที่สำคัญนี้ทำให้นักลงทุนพิจารณาข้อมูลเอกชน เช่น ADP ที่รายงานว่าการจ้างงานภาคเอกชนลดลงมากที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่ง. สถานการณ์นี้อาจเพิ่มโอกาสให้ Fed พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกอย่างมีนัยสำคัญ ในการประชุมปลายเดือนตุลาคมนี้ โดยนักลงทุนให้น้ำหนัก 99% ต่อการคาดการณ์ที่ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25%
• ราคาทองคำยังทรงตัวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (ประมาณ $3,800 ต่อออนซ์) โดยได้รับผลบวกจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนของการชัตดาวน์สหรัฐฯ และการคาดการณ์ว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
•  ตลาดหุ้นโลกได้รับปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากข่าวที่ OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT ได้รับการประเมินมูลค่าสูงถึง 500,000 ล้านดอลลาร์ จากการขายหุ้นรอบรอง แซงหน้า SpaceX ของอีลอน มัสก์ กลายเป็นสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
• Bitcoin ปรับตัวขึ้นแตะ 120,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทำสถิติสูงสุดเมื่อเจ็ดสัปดาห์ก่อน (14 ส.ค.) เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าภาวะ Government Shutdown ของสหรัฐฯ จะผลักดันให้นักลงทุนหันมาหาสินทรัพย์ปลอดภัย
 
ปัจจัยสัปดาห์หน้า:
• การประชุมกลุ่ม OPEC+ วันที่ 5 ต.ค. 68 เป็นการหารือเพื่อ ตัดสินใจเรื่อง การเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน ที่มีกระแสคาดการณ์ว่าจะเพิ่มสูงถึง 500,000 บาร์เรล/วัน ในเดือนพฤศจิกายน
• การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 8 ต.ค. 68 คาดว่าจะมีการ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ตามสัญญาณผ่อนคลายของผู้ว่าการคนใหม่ และอาจมีการปรับลดถึง 50 bps
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• US-Change in Nonfarm Payrolls งวด ก.ย. (3 ต.ค.); (คาดการณ์: 53.06k, ครั้งก่อน: 22k), US-Unemployment Rate งวด ก.ย. (3 ต.ค.); (คาดการณ์: 4.29%, ครั้งก่อน: 4.30%)
 
Strategy
 
• ทางเดินตลาด น่าจะคล้ายกับอดีต คือ มีแรงซื้อกลับหลัง(ขาย)ปิดไตรมาสไปแล้ว ทำให้ ต้องไปดูแนวต้านต่อไปของดัชนีฯ ที่ 1300 จุด
• กลยุทธ์หลัก แนะนำให้ เก็งกำไรในช่วงสั้นๆ (Trading) และสะสมหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมามาก
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ : เรานำ COM7 เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบไปด้วย COM7*(10%), PTTEP(10%), CENTEL(10%), LH*(10%), GULF(10%), MTC*(10%),  SISB(10%), SCB(10%), ADVANC(20%)
• วิเคราะห์ทางเทคนิค:  TIDLOR, ICHI
 
Technical :  TIDLOR, ICHI
 
News Comment:
( - ) Energy (Neutral) ราคาน้ำมันดิบแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนจากความกังวลด้านอุปทานส่วนเกิน
( 0 ) NER (ถือ/เป้า 5.00 บาท) เซ็น MOU กับ กยท. ร่วมมือบริหารยางพารา 200,000 ตัน/ปี สร้างเสถียรภาพตลาด
 
News Flash:
( + ) Bank (Overweight) คลังเตรียมตั้ง 'AMC' เอื้ออาทร อุ้มลูกหนี้รายย่อย 3.8 ล้านคน
( + ) ERW (ซื้อ/เป้า 3.00 บาท) 3Q25E RevPAR ฟื้นตัว QoQ และ Booking ช่วง Golden week เพิ่มได้ดี, จัดตั้งบริษัทย่อยที่เกาหลีใต้
( + ) MAGURO (ซื้อ/เป้า 33.00 บาท) เปิดตัวระบบสมาชิกใหม่คาดแตะ 3.5 แสนภายในสิ้นปี
 
Company Update:
( + ) MAGURO (ซื้อ/เป้า 33.00 บาท) กำไร 3Q25E All Time High จากรายได้ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์
 

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์