logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 30 JAN 26

SET Outlook
ประเมินว่าดัชนีฯ มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบก่อนเข้าสู่วันหยุดสุดสัปดาห์ โดยปัจจัยกดดันหลักมาจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เพิ่มสูงขึ้น สะท้อนจากราคาทองคำที่พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่และราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น สำหรับตลาดหุ้นไทย ดัชนีฯ ได้ปรับตัวขึ้นมาทดสอบระดับเป้าหมายสำคัญที่ 1345-50 จุด จึงมีความเสี่ยงที่จะถูกขายทำกำไรในระยะสั้นหากไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีแรงหนุนจากการเก็งกำไรในฤดูกาลประกาศผลประกอบการและประเด็นการ Rebalance หุ้นของ MSCI ซึ่งจะส่งผลดีต่อหุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นเป้าหมายปัจจัยในประเทศ
• เลือกตั้ง 2569: 1 ก.พ. 69 เลือกตั้งล่วงหน้า จะได้เห็นภาพรวมจำนวนผู้ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้ง จะได้เห็นกระแสความตื่นตัวเบื้องต้นก่อนวันเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. จากนี้ติดตามผลการนับคะแนน คาดจะได้เห็นการอัปเดตคะแนนอยู่เป็นระยะ หากผู้ชนะได้คะแนนเสียงจำนวนมาก การจัดตั้งรัฐบาลจะชัดเจนได้ไว เป็นผลดีต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทย
• Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิในตลาดหุ้นไทย (SET+MAI) 2,564 ล้านบาท แต่ยังคงซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 7,140 ล้านบาท สะท้อนภาพการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่ยังมีความผันผวนในสินทรัพย์เสี่ยงแต่ยังพักเงินในตราสารหนี้
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดช่วงเย็นอยู่ที่ระดับ 31.17 บาทต่อดอลลาร์ ปรับตัวอ่อนค่าจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดระดับ 31.13 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวผันผวนตามทิศทางตลาดโลกในกรอบ 30.96 - 31.25 บาทต่อดอลลาร์ สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวในวันพรุ่งนี้ นักบริหารเงินประเมินไว้ที่ 30.95 - 31.25 บาทต่อดอลลาร์
• มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย: กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอ ครม. ปลดล็อก 10 ธุรกิจบริการ (เช่น โทรคมนาคม, ซอฟต์แวร์) ออกจากบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.ต่างด้าว เพื่อดึงดูดการลงทุนต่างชาติ (FDI) และลดขั้นตอนการขอใบอนุญาตให้เหลือ 1 เดือน
ปัจจัยต่างประเทศ:
• ผลประกอบการเทคสหรัฐฯ: หุ้น Microsoft ร่วง 10% หลังรายได้ Azure ชะลอตัวและทุ่มงบลงทุน AI สูงถึง 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ Apple ทำยอดขายสถิติใหม่แต่เตือนเรื่องต้นทุนหน่วยความจำที่พุ่งสูง เป็นตัวกดดันให้ดัชนี Nasdaq ปิดลบ 0.72% ลดลง 172.33 จุด
• ทองคำพักฐาน: ราคาทองคำปรับลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $5,626.80/oz จากแรงขายทำกำไร หลังนักลงทุนแห่ซื้อจนราคาปรับขึ้นมามาก ติดตามหลังการปรับตัวลงอาจทำให้มีแรงซื้อราคากลับตัวขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยหนุนทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย
• สันติภาพยูเครน: ปธน. ทรัมป์ ประสบความสำเร็จในการขอให้รัสเซียหยุดโจมตีเมืองต่าง ๆ ในยูเครนชั่วคราวเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์เพื่อรับมือภัยหนาว ด้านผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ เชื่อมั่นว่าข้อตกลงสันติภาพจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการยุติสงครามในเร็วๆ นี้
• ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน: สถานการณ์ทวีความรุนแรงหลังประธานาธิบดีทรัมป์ขู่ใช้ปฏิบัติการทางทหารหากอิหร่านไม่เจรจาข้อนิวเคลียร์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน ขณะที่สหภาพยุโรปเตรียมขึ้นบัญชีดำกองกำลังปฏิวัติอิหร่าน หากเกิดการปะทะทางทหารจริงจะเป็นลบต่อตลาดหุ้นแต่บวกต่อราคาน้ำมันและทองคำ
• ประธาน Fed คนใหม่: ปธน. ทรัมป์เตรียมประกาศชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธาน Fed คนใหม่ในเช้าวันศุกร์นี้ (ตามเวลาสหรัฐฯ) โดยมีชื่อของ Rick Rieder จาก BlackRock เป็นตัวเก็งสำคัญ โดยทรัมป์คาดหวังประธาน Fed คนใหม่จะดำเนินนโยบายแบบผ่อนคลายเพื่อปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย กระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ
• ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย: ตลาดหุ้นอินโดนีเซียร่วงหนักหลัง MSCI เตือนอาจปรับลดระดับตลาดลงเนื่องจากปัญหาความโปร่งใสและ Free Float ที่ต่ำจนเสี่ยงต่อการบิดเบือนราคา ถัดมาหน่วยงานฯ ของอินโดนีเซียจึงประกาศปรับเพิ่มเกณฑ์ Free Float จาก 7.5% เป็น 15% ทันทีเพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุน การขยับเกณฑ์ครั้งนี้ช่วยให้ตลาดเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาระดับหนึ่งได้
• สหรัฐฯ เสี่ยงชัตดาวน์: รัฐบาลสหรัฐฯ เสี่ยงถูกชัตดาวน์บางส่วนหากไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณได้ทันเส้นตายคืนวันที่ 30 ม.ค. 69 เดโมแครตขวางงบกระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิ (DHS) เพื่อต่อรองให้เปลี่ยนแปลงนโยบายตรวจคนเข้าเมือง (ICE) จากประเด็นความรุนแรงที่ผ่านมา หากรัฐบาลถูกชัตดาวน์อีกครั้งจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของสหรัฐฯ และดอลลาร์จะอ่อนค่าลง
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• US - PPI Final Demand
• US - ปธน. ทรัมป์ เตรียมประกาศชื่อประธาน Fed
• EC – GDP 4Q/25
Strategy
• ตลาดอยู่ในภาวะที่ต้องติดตามสถานการณ์ต่างประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นสหรัฐฯ-อิหร่าน ซึ่งมีผลต่อทิศทางราคาสินทรัพย์ทั่วโลก เราแนะนำให้จัดพอร์ตการลงทุนอย่างระมัดระวังเพื่อรองรับความผันผวน
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ IVL, DELTA*, ADVANC*, SPALI, CPALL ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย HMPRO(10%), PTTEP(10%), TRUE*(20%)
Technical  : COM7, BBIK
 
News Comment:
( + ) Energy (Neutral) ราคาน้ำมันดิบสูงสุดในรอบ 5 เดือนหลังมีความกังวลว่า US จะโจมตีอิหร่าน
 
News Flash:
( + ) Tourism (Overweight) ททท. คาดนักท่องเที่ยวเข้าไทยช่วงเทศกาลตรุษจีน 1.25 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10% YoY
( + ) KLINIQ (ซื้อ/เป้า 31.00 บาท) สร้าง รพ. ศัลยกรรม The Klinique Hospital ที่สยามสแควร์
Company Update:
( + ) OSP (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) กำไรปกติ 4Q25E โต YoY, QoQ จาก GPM ขยายตัว 
( - ) SCC (ขาย/เป้า 165.00 บาท) คาด LSP ยังขาดทุนใน 1Q26E; แผน divestment มีความเสี่ยงใหม่
( 0 ) SPALI (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) 4Q25E จะชะลอกว่าเดิม; ปี 2026E กลับมาโตจากคอนโดใหม่
 
 

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์