SET Outlook
คาดตลาดผันผวนมีโอกาส rebound ตามต่างประเทศ ที่มีการเทขายหุ้น Tech และข่าว MSCI เช้านี้
ปัจจัยในประเทศ
• เงินบาทปรับตัวลดลงรั้งท้ายสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียจากแรงขายหุ้นไทยและคาดการณ์ว่า ธปท. จะคงดอกเบี้ยที่ 1% ไปตลอดทั้งปี ขณะที่ตลาดเกิดใหม่ยังเผชิญแรงกดดันจากทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ และ Fund Flow ที่ไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย โดยส่งผลบวกต่อกลุ่มส่งออกอาหารและกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และส่งผลลบต่อกลุ่มนำเข้าสินค้า สายการบิน และหุ้นที่พึ่งพาเงินทุนต่างชาติสูงจากความเสี่ยง Fund Outflow
• ค่าเงินบาทปิดอ่อนค่าสุดในรอบ 1 ปีที่ 33.14 บาท/ดอลลาร์ โดยได้รับแรงกดดันจากดอลลาร์ที่แข็งค่าและราคาทองคำที่ร่วงลงแรง
• อัตราดอกเบี้ย: คาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1% ในการประชุมวันนี้(24 มิ.ย.) เนื่องจากเศรษฐกิจยังมีความเปราะบาง
• ครม. มีมติเห็นชอบจัดตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาเพื่อกำหนดมาตรฐานการคัดกรองสินค้านำเข้าที่มีความเสี่ยงเชื่อมโยงกับการใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor) เพื่อเร่งตอบสนองต่อข้อกังวลของสหรัฐฯ ในการสอบสวนทางการค้าตามมาตรา 301 (Section 301)
• นายวิไธ รัตนากร ผู้ว่า ธปท. กำลังดำเนินการเพื่อควบคุมการเติบโตของบริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง (BNPL) เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับหนี้สินครัวเรือนที่สูงถึง 87% ของ GDP โดย ธปท. เตรียมร่างกฎระเบียบจำกัดอายุ รายได้ และเพดานค่าธรรมเนียม คาดบังคับใช้สิ้นปีนี้
• นายกรัฐมนตรีเตรียมเปิดตัวโครงการ Thailand FastPass อย่างเป็นทางการ เพื่อเร่งรัดและอำนวยความสะดวกในการอนุมัติการลงทุนในประเทศ
• MSCI Review: MSCI ยังไม่มีปรับชั้นตลาดหุ้นเกาหลีใต้และอินโดนีเซียในเวลานี้ โดยอินโดนีเซีย จะมีการพิจารณาอีกครั้งในเดือน พ.ย.69 การประกาศในวันนี้ มีเพียงประเทศบัลแกเรีย ที่ปรับเพิ่มสถานะจากตลาด Standalone เป็นตลาด Frontier โดยจะมีผลในการทบทวนดัชนีรอบเดือนพฤษภาคม 2027 .... ขณะที่ตลาดหุ้นเวียดนาม มีการระบุถึงว่าไม่มีการปรับเปลี่ยนใดๆ ในเวลานี้ด้วย (แต่ไม่มีการระบุไว้ในข่าวนี้)
• ตลาดยังจับตาการ Rebalance เพื่อปรับน้ำหนักหุ้น DELTA* ในดัชนี SET50/SET100 ในวันที่ 30 มิ.ย. 69
• หุ้น GULF มีการทำรายการ Big Lot มูลค่าสูงสุดในตลาดถึง 25,686.12 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 59.07 บาท/หุ้น ซึ่งสอดคล้องกับการที่ Singtel ขายหุ้น 2.8% ใน Gulf Development Pcl เพื่อนำเงินไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและจ่ายเงินปันผล
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): มูลค่าการซื้อขายรวม 114,787 ล้านบาท และ ต่างชาติขายสุทธิ 14,785 ล้านบาท
• ตลาดตราสารหนี้: มูลค่าการซื้อขายรวม 128,954 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,531 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิด 33.14 บาท/ดอลลาร์
ปัจจัยต่างประเทศ:
• การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน: ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าอิหร่านจะสามารถใช้เงินทุนที่ถูกปลดล็อกจากบัญชีที่ถูกอายัดได้เฉพาะเพื่อซื้ออาหารและเวชภัณฑ์จากสหรัฐฯ เท่านั้น ซึ่งเป็นการแก้ไขอุปสรรคสำคัญในการเจรจาสันติภาพที่ทั้งสองฝ่ายกล่าวว่ากำลังมีความคืบหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลงต่ำกว่า 78 ดอลลาร์/บาร์เรล
• นักกลยุทธ์อาวุโส Louis Navellier กล่าวว่าผลประกอบการของ Micron Technology Inc. ในวันพุธจะเป็นบทสรุปที่ยิ่งใหญ่ของฤดูกาลประกาศผลประกอบการที่ "น่าทึ่ง" ซึ่งคาดว่าจะให้เบาะแสที่สำคัญว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังคงแข็งแกร่งพอที่จะรักษาระดับการพุ่งขึ้นของตลาดในปีนี้หรือไม่
• ดัชนี Nasdaq 100 และดัชนีสำคัญของผู้ผลิตชิปร่วงลงในคืนที่ผ่านมา หลังจากที่เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากจุดต่ำสุดที่เกิดจากสงคราม การปรับตัวลงนี้เกิดขึ้นในขณะที่ตลาดหุ้นเตรียมปิดครึ่งปีแรกด้วยกำไรมหาศาล โดยได้รับแรงกดดันจากการเทขายทำกำไรเนื่องจากความกังวลว่าเม็ดเงินลงทุนกระจุกตัวในกลุ่ม AI มากเกินไป และมีการคาดการณ์ในเรื่อง Fed ว่าปีนี้ อาจขึ้นดอกเบี้ยถึง 2 ครั้ง (เดิม 1 ครั้ง) .... เรามองว่าตลาดอาจมีความกังวลเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย เพราะ Bond Yield 10 ปี ของสหรัฐฯ คืนที่ผ่านมา ปิดไปที่ 4.49% ทรงๆตัว นักลงทุนอาจแค่ขายหุ้นก่อนเห็นตัวเลข PCE และ GDP ในวันพรุ่งนี้(25 มิ.ย.)
• ดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (Kospi) กลับมาฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หลังจากที่เผชิญภาวะตื่นตระหนกเทขายจนดัชนีร่วงลงถึง 10% และต้องใช้มาตรการ Circuit Breaker ไปเมื่อวานนี้ ….. หุ้น Samsung Electronics พุ่งทะยานขึ้นถึง 10% (และทำระดับบวก 8.7% บนกระดานเทรดหลัก) ปัจจัยกระตุ้นสำคัญมาจากรายงานข่าวที่ระบุว่า บริษัทเตรียมแผน ซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) มูลค่ามหาศาลถึง 90 ล้านล้านวอน ซึ่งช่วยเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับมาได้อย่างทันท่วงที ขณะที่หุ้น SK Hynix ก็สามารถดีดตัวกลับขึ้นมาได้ 5.2%
• รัฐบาลอินโดนีเซียสั่งการให้ผู้ประกอบการเหมืองแร่เพิ่มการส่งมอบถ่านหินในประเทศอย่างเร่งด่วนอีก 2.7 ล้านตัน เพื่อแก้ปัญหาไฟฟ้าดับ (Rolling blackouts) ในเกาะชวา ซึ่งสร้างความกังวลต่อนักลงทุนเกี่ยวกับนโยบายการจัดการทรัพยากรของรัฐบาลชุดใหม่
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event :
• Date 24/Jun/26, Indo / S.Korea - Event ประกาศ Annual Market Classification Review, Surv= --, Prior= --
• Date 24/Jun/26, TH - Event BoT Benchmark Interest Rate, Surv= 0.01, Prior= 1.00%
• Date 24/Jun/26, US - Event New Home Sales MoM, Surv= 3.44%, Prior= -6.20%
Strategy
• กลยุทธ์ลงทุน ตลาดดูเหมือนจะเลือกทางเดินที่จะปรับตัวลง หลังมีแรงขายหุ้น Tech ในตลาดโลก วันนี้ ตลาดจะรับรู้อีกปัจจัยเข้ามา คือ MSCI ยังไม่มีการปรับชั้นตลาดหุ้นเกาหลีใต้และอินโดนีเซีย การลงทุนช่วงนี้ จึงต้องเน้นช่วงสั้นๆไว้ก่อน เลี่ยงหุ้นที่อิง Tech
• พอร์ตหุ้นแนะนำ: เรานำ BGRIM* ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย PTTEP(10%), ADVANC*(10%), KTB(10%), HMPRO(10%), BDMS*(10%), WHA* (10%), KBANK (10%), CPN (10%)
Technical : XO, KGEN
News Flash:
( + ) Tourism (Overweight) นักท่องเที่ยวล่าสุด +4% WoW จากจีนและไต้หวัน, ท่องเที่ยวปัดฝุ่น ‘โค-เพย์เมนต์’ รัฐช่วยจ่าย ไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านบาท
( + ) CPN (ซื้อ/เป้า 72.00 บาท) ประกาศเดินหน้าขยายศูนย์การค้าเมกาบางนาครั้งใหญ่
Company Update:
( + ) SAV (ซื้อ/เป้า 14.50 บาท) เที่ยวบิน 2H26E จะทยอยฟื้นตัว; มี upside จากงานประมูลของ AOT