logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 11 MAR 26

SET Outlook
ตลาดหุ้นไทยมีโอกาส rebound ต่อเนื่องในระยะสั้น หลัง SET ปิด +1.65% เมื่อวาน ขานรับสัญญาณ Trump ว่าสงครามใกล้จบและราคาน้ำมันที่ร่วงจากจุดสูงสุด อย่างไรก็ตาม ยังไม่ควรวางใจ เพราะอิหร่านยืนกรานไม่เจรจา ผู้นำสูงสุดคนใหม่ยังไม่ชัดเจนในทิศทางนโยบาย และ IEA นัดประชุมฉุกเฉินคืนนี้เพื่อตัดสินใจเรื่องสำรองน้ำมัน — ผลการประชุมจะขับเคลื่อนราคาพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยในประเทศ
• การจัดตั้งรัฐบาล: ว่าที่นายกฯ อนุทิน สามารถรวบรวมพรรคร่วมรัฐบาลได้กว่า 15 พรรค 290 ที่นั่ง แรงหนุนทางการเมืองต่อตลาดหุ้นในช่วงที่ผ่านมา ถูกหักลบจากผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง นักลงทุนรอติดตามการจัดตั้งรัฐบาลที่จะเสร็จสิ้น และเริ่มใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังอยู่ในช่วงสุญญากาศทางนโยบายของรัฐบาลรักษาการมาตลอด 3 เดือน ความคาดหวังต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจมีมาก
• มาตรการประหยัดพลังงาน: รัฐบาลไทยประกาศให้หน่วยงานภาครัฐเริ่มทำงานจากที่บ้านเพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง ด้านปริมาณน้ำมันสำรองรัฐบาลแจ้งมีเพียงพอสำหรับการใช้งานประมาณ 2 เดือน และได้ประกาศเพิ่มการใช้ส่วนผสมเชื้อเพลิงชีวภาพไบโอดีเซลเป็น B7 พร้อมตรึงราคาแก๊สหุงต้ม LPG ถึงสิ้นเดือน พ.ค. 69 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 31.64 บาทต่อดอลลาร์ โดยแข็งค่าขึ้นมากที่สุดในภูมิภาคขานรับความหวังว่าสงครามในตะวันออกกลางจะไม่ยืดเยื้อตามคำพูดของโดนัลด์ ทรัมป์ ปัจจัยหนุนยังมาจากราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นและการย่อตัวของราคาน้ำมันดิบ ช่วยให้ค่าเงินฟื้นตัวหลังจากที่เคยอ่อนค่าลงไปแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวในวันถัดไปไว้ที่ 31.50–31.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยตลาดยังคงให้ความสำคัญกับสถานการณ์ความขัดแย้งเป็นหลัก
• กระแส Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติ ในตลาดหุ้น ขายสุทธิ 8,246 ล้านบาท (รวมตลาด SET และ MAI) ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมี ยอดเงินไหลออกสุทธิ (Net Outflow) 4,008 ล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์สหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน : แม้ประธานาธิบดีทรัมป์จะส่งสัญญาณว่าสงครามอาจจบลงในเร็ววันหลังบรรลุเป้าหมายในการทำลายขีดความสามารถทางทหารของอิหร่านไปได้มาก แต่ด้านอิหร่านดูจะไม่เป็นเช่นนั้น และไม่ต้องการเจรจาร่วมกับสหรัฐฯ แล้ว ราคาน้ำมันดิบเริ่มปรับตัวลดลงหลังสถานการณ์ดูเหมือนจะบรรเทาลง และจากการพิจารณาระบายคลังน้ำมันสำรองกลุ่ม G7 แต่ตลาดยังคงกังวลในเส้นทางงขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิด จะเป็นกระทบต่อการขาดแคลน Supply น้ำมันและก๊าซตลอดจนราคาพลังงานที่ยืนระดับสูงนาน เป็นตัวกดดันเงินเฟ้อสูงขึ้น
•รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน Abbas Araghchi ปฏิเสธการหยุดยิง ระบุว่าต้องการ "ยุติสงครามอย่างถาวร" ไม่ใช่แค่หยุดยิงชั่วคราว พร้อมเปิดเผยว่า "รัสเซียกำลังช่วยเหลืออิหร่านในหลายทิศทาง" จุดพลิกสำคัญล่าสุดคือ สภาผู้เชี่ยวชาญอิหร่านเลือก Mojtaba Khamenei บุตรชายของผู้นำสูงสุดที่เพิ่งถูกสังหาร ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สาธารณรัฐอิสลามที่อำนาจถ่ายโอนจากพ่อสู่ลูก ตลาดยังไม่รู้ว่าเขาจะมีแนวนโยบายอย่างไร ซึ่งสร้างความไม่แน่นอนระดับสูง
• วิกฤตราคาพลังงานโลก: หลายประเทศในเอเชียได้ประกาศมาตรการฉุกเฉินเพื่อลดการใช้พลังงานอย่างเร่งด่วน เนื่องจากวิกฤตสงครามส่งผลกระทบต่ออุปทานเชื้อเพลิง โดยไทยและฟิลิปปินส์สั่งให้หน่วยงานรัฐทำงานจากที่บ้านหรือลดวันทำงาน ขณะที่ปากีสถานปิดโรงเรียนและอินเดียระงับการจ่ายก๊าซให้ภาคอุตสาหกรรม .... หากวิกฤตราคาพลังงานตึงเครียดในระยะยาว จะกระทบต่อหุ้นกลุ่มที่มีการใช้ไฟฟ้ามาก เช่น ธุรกิจโรงแรม ห้างฯ โรงงานอุตสาหกรรม และกลุ่มปิโตรเคมีที่จะเจอปัญหาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
• การประชุมกลุ่ม G7: รัฐมนตรีพลังงานกลุ่ม G7 ประชุมด่วนที่กรุงปารีส โดยมีมติมอบหมายให้สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตรียมแผนระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งอาจเป็นการระบายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยประเมินไว้ที่ 300 ถึง 400 ล้านบาร์เรล เพื่อควบคุมราคาพลังงานไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาว
• การฟื้นตัวของตลาดทุน: ตลาดหุ้นและราคาบิทคอยน์ทั่วโลกดีดตัวกลับรับความหวังว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะคลี่คลายเร็วกว่าที่คาด โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ฟื้นตัวดี แต่นักลงทุนยังคงเฝ้าระวังภาวะเงินเฟ้อที่อาจพุ่งสูงขึ้น ปัญหาหนี้เสียในภาคเอกชน และผลกระทบจากการดิสรัปชันของเทคโนโลยี AI
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• US - CPI YoY; (คาดการณ์: 2.44%, ครั้งก่อน: 2.40%)
• US - Core CPI YoY; (คาดการณ์: 2.45%, ครั้งก่อน: 2.50%)
• TH- รายงานการประชุมกนง. ครั้งที่ 1/2569
Strategy
• ตลาดหุ้นทั่วโลก ยังได้อานิสงค์จากคำพูดของผู้นำสหรัฐฯ ที่ว่าสงครามจะจบในเร็วๆนี้ ราคาน้ำมัน ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ช่วยยืนยันว่าตลาดได้ลดความกังวลในเรื่องสงครามตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม การที่อิหร่านและอิสราเอล ยังไม่มีท่าทีว่าจะยอมเจรจา อีกทั้งเรายังไม่รู้ว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่าน(“Mojtaba Khamenei”) จะมีแนวนโยบายอย่างไร เราจึงยังวางใจต่อสถานการณ์สงครามไม่ได้มากนัก ทั้งนี้ หากเป็นไปตามคำพูดของสหรัฐฯได้ขึ้นมาจริงๆ ดัชนีฯ มีโอกาสกลับขึ้นไปปิด gap ที่ 1466 จุดได้
• กลยุทธ์ลงทุน ภาพรวมๆ ยังเป็นชะลอการลงทุน เพราะยังมีความไม่แน่นอนในเรื่องสงคราม แต่สำหรับนักเก็งกำไร สามารถเรามาลงทุนในกรอบเวลาสั้นๆได้ โดยต้องเลือกหุ้นที่ไม่เสี่ยงต่อผลกระทบจากสงครามมากจนเกินไป หรือหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมามาก(ตามดัชนีฯที่ปรับตัวลงมา)
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ CCET* เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย CCET*(10%), CPN(10%), GULF*(10%), ADVANC*(10%),  KKP(10%), KTB(10%)
Technical  : BTG, STPI
 
News Flash:
( +/ - ) หุ้นที่ได้รับผลกระทบมาตรการลดการใช้จ่ายพลังงาน
( + ) BEM (ซื้อ/เป้า 9.00 บาท) ผู้ใช้บริการ ก.พ. 2026 ดีกว่าคาด หนุนโดยนักท่องเที่ยวสูงขึ้นจากตรุษจีน
( - ) Tourism (Neutral) นักท่องเที่ยวล่าสุด -9% WoW จากทุกประเทศใน Top 5 ยกเว้นมาเลเซีย
 
Initial Coverage:
( + ) BJC (ซื้อ/เป้า 17.00 บาท) กำไรสุทธิ 2026E ฟื้นตัวจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์และสินค้าอุปโภค
 
Company Update:
( + ) MAGURO (ซื้อ/เป้า 33.00 บาท) Outlook ดีต่อเนื่อง กำไรปี 2026E ทำ All Time High ต่อ

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์