News Flash
สินเชื่อเดือน ก.ค. 24 ลดลง -0.3% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่และรายย่อย ภาพรวมสินเชื่อเดือน ก.ค. 24 ทั้ง 8 ธนาคารที่เรา cover อยู่ที่ 10.8 ล้านล้านบาท ลดลง -0.3% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่ สินเชื่อรายย่อยที่มาจากสินเชื่อ Unsecured และสินเชื่อเช่าซื้อ โดยธนาคารที่มีสินเชื่อลดลงที่สุดคือ BBL ลดลง -1.8% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่ รองลงมาเป็น TTB ลดลง -1.4% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่และสินเชื่อเช่าซื้อ ขณะที่ธนาคารที่มีสินเชื่อเพิ่มขึ้นมากที่สุด MoM คือ KTB เพิ่มขึ้นที่ +1.6 MoM จากสินเชื่อภาครัฐเป็นหลัก รองลงมาเป็น SCB เพิ่มขึ้น +0.4% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่และสินเชื่อบ้านเป็นหลัก ส่วนสินเชื่อ SME และรายย่อยยังคงลดลงต่อเนื่อง ด้านบริษัทลูกๆอย่าง AutoX ยังโตได้ดี แต่ CardX หดตัวลงในส่วนของ Unsecured loan ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อยังหดตัวลงต่อ ส่วนภาพรวมของเงินฝากเดือน ก.ค. 24 อยู่ที่ 12.4 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น +0.2% MoM โดยธนาคารที่เงินฝากเพิ่มขึ้นมากที่สุดคือ KTB เพิ่มขึ้น +1.1% MoM รองลงมาเป็น KBANK เพิ่มขึ้น +1.0% จากเงินฝาก CASA และเงินฝากประจำที่เพิ่มขึ้น ส่วน KKP ลดลงมากที่สุดที่ -1.9% MoM เป็นไปตามสินเชื่อที่ลดลง (ที่มา: ข้อมูลบริษัท)
Implication
มองเป็นลบต่อกลุ่มธนาคาร เรามีมุมมองเป็นลบต่อสินเชื่อในเดือน ก.ค. 24 ที่หดตัวลงต่อเนื่องอีก -0.3% MoM จากเดือน มิ.ย. 24 ที่ลดลง -0.2% MoM โดยการลดลงส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อรายใหญ่และรายย่อยเป็นหลัก โดยเฉพาะในส่วนของสินเชื่อเช่าซื้อและสินเชื่อ Unsecured ที่ลดลงเป็นไปตามทิศทางของยอดขายรถยนต์ที่มีการปรับตัวลดลง และจากกำลังซื้อชะลอตัว รวมถึงหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ทำให้กลุ่มธนาคารมีการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ขณะที่สินเชื่อรายใหญ่เริ่มมี Momentum ที่เพิ่มขึ้นได้บ้างในบางธนาคารอย่าง SCB ประกอบกับเราเห็นการเร่งตัวของสินเชื่อภาครัฐมากขึ้นจาก KTB ซึ่งเราคาดว่าจะมีการปรับตัวมากขึ้นได้อีกในช่วง 2H24E ตามโครงการใหญ่ๆของภาครัฐที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้เรายังคงประมาณการการเติบโตของสินเชื่อรวมทั้งปี 2024E ของกลุ่มไว้ที่ +2% YoY (7M24 อยู่ที่ -0.6% YTD) ด้าน NPL เราคาดว่ามีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่เราเชื่อว่าจะทยอยเพิ่มขึ้นไม่น่ากังวลมากนัก เพราะแต่ละธนาคารมีการตั้งสำรองฯจำนวนมากมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และมีการทยอยขายหนี้เสียออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยคาด NPL ในปี 2024E จะอยู่ที่ 3.25% จาก 2.92% ในปี 2023
ยังคงน้ำหนักเป็น “เท่ากับตลาด” เลือก KTB, KBANK เป็น Top pick ขณะที่ KTB จะได้รับผลบวกจากสินเชื่อที่เติบโตได้ในเดือน ก.ค. 24 เรายังคงน้ำหนักกลุ่มธนาคารเป็น “เท่ากับตลาด” เพราะการเติบโตของกำไรปี 2024E จะโตได้ชะลอตัวเหลือ +3% YoY จากปี 2023 ที่ +18% YoY แต่อย่างไรก็ดี ด้าน valuation ยังถูก เทรดที่ระดับเพียง 0.60x PBV (-1.25SD below 10-yr average PBV) โดยเราเลือก KTB, KBANK เป็น Top pick ขณะที่ KTB จะได้รับผลบวกจากสินเชื่อที่เติบโตได้ในเดือน ก.ค. 24
- KTB ราคาเป้าหมายที่ 21.00 บาท อิง 2024E PBV ที่ 0.68x (-0.75SD below 10-yr average PBV) เพราะกำไรปี 2024E จะเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มที่ +15% YoY และมี valuation ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับต่ำเพียง PBV ที่ 0.62x (-1.00SD below 10-yr average PBV) นอกจากนี้เรามองว่า KTB จะเน้นการปล่อยสินเชื่อภาครัฐมากขึ้น เพราะเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำและรองรับกับสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงได้ และเป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องมีการตั้งสำรองฯเพิ่ม และยังมี Coverage ratio ที่ยังอยู่ในระดับสูงถึง 181%
- KBANK ราคาเป้าหมายที่ 155.00 บาท อิง 2024E PBV ที่ 0.65x (-1.25SD below 10-yr average PBV) เพราะคุณภาพของสินทรัพย์ที่ดีขึ้น ประกอบกับมีการเติบโตของกำไรปี 2024E ที่โตได้ดีราว +6% YoY ประกอบกับแนวโน้มของ NPL และการตั้งสำรองฯที่เริ่มดีขึ้น ซึ่งเริ่มลดลงแล้วใน 2Q24 ขณะที่ KBANK ยังมี valuation ที่น่าสนใจ โดยปัจจุบันซื้อขายเพียง 0.60x PBV (-1.50SD below 10-yr average PBV) ถูกกว่า SCB ที่ 0.76x PBV