logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 14 JULY 26

SET Outlook
คาดดัชนีฯ จะแกว่งกรอบแคบๆ อาจมีแรงขายเข้ามาบ้าง หลังความคืบหน้าสถานการณ์ตะวันออกกลางดูร้อนแรงขึ้น....  ตลาดต่างประเทศ รอดูตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯคืนนี้(14 ก.ค.)  ขณะที่หุ้น Tech ของแต่ละตลาด กำลังถูกเทขายหลังความกังวลในเรื่อง CAPEX และกำไร กลับมาในตลาดอีกครั้งปัจจัยในประเทศ
• ศาลรัฐธรรมนูญ: ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการลงมติ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในประเทศที่ต้องติดตาม
• ค่าไฟฟ้างวดใหม่: กกพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นค่าไฟงวด ก.ย.-ธ.ค. 69 โดยเสนอ 4 ทางเลือก ตั้งแต่ตรึงไว้ที่ 3.95 บาท จนถึงปรับขึ้นเป็น 4.73 บาท/หน่วย เพื่อบริหารต้นทุนเชื้อเพลิง
• นโยบายตั๋วร่วม: กระทรวงคมนาคมเร่งออกกฎหมายดันตั๋วร่วมรถไฟฟ้า 17-45 บาทต่อเที่ยว จ่ายแรกเข้าครั้งเดียว โดยหวังเริ่มใช้ 1 ม.ค. 2570 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่
• เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด: กระทรวงการคลังเล็งให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านสถาบันการเงินรัฐ สนับสนุนประชาชนติดโซลาร์รูฟท็อป และหนุนภาคขนส่งสาธารณะเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ EV
• ความเชื่อมั่น NPL: ธปท. เชื่อมั่นว่าสถานการณ์ NPL จะไม่เลวร้ายอย่างที่คาดการณ์ไว้แต่แรก เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังมีแรงส่งจากการบริโภคภายในประเทศและส่งออกช่วยประคับประคอง
• การซื้อขาย BIG LOT: พบการทำรายการบนกระดานใหญ่ (BIG LOT) หุ้น BSET100 มีมูลค่าสูงสุด 28.49 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ยหุ้นละ 11.98 บาท
ปัจจัยต่างประเทศ:
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง: ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ภายหลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการปิดล้อมทางทะเลรอบใหม่และเตรียมเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ส่งผลให้สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหญ่อีกครั้งหลังการคำรามว่าจะถล่มอิหร่านอย่างหนักหน่วง ด้านกองทัพอิหร่านอ้างว่าได้เปิดฉากโจมตีสวนกลับจนส่งผลให้ฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศคูเวตต้องตกอยู่ในสภาวะเพลิงไหม้อย่างรุนแรง
• มาตรการเรียกเก็บค่าผ่านทาง 20% (Hormuz Charge): ทรัมป์ประกาศสถาปนาให้สหรัฐฯ เป็น "ผู้พิทักษ์" (GUARDIAN) ของช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่าเส้นทางเดินเรือจะยังคงเปิดให้ประเทศอื่นๆ สัญจรได้ตามปกติ แต่ทุกประเทศจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่สหรัฐฯ ในอัตรา 20% ของมูลค่าสินค้า เพื่อเป็นค่าตอบแทนที่สหรัฐฯ ส่งกองกำลังมาคุ้มกันความปลอดภัย ซึ่งการประกาศนี้สร้างความตื่นตระหนกและตั้งคำถามอย่างมากแก่ผู้ประกอบการเดินเรือระหว่างประเทศ
• ต้นทุนพลังงานโลกสุ่มเสี่ยงพุ่งสูง: ข้อเสนอเก็บค่าธรรมเนียม 20% ของทรัมป์ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนพลังงาน หากคำนวณจากราคาน้ำมันในปัจจุบัน เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ (VLCC) ที่บรรทุกสินค้าเต็มลำ อาจต้องเสียค่าผ่านทางสูงถึง 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเที่ยว (เทียบกับอดีตที่อิหร่านเคยเรียกเก็บสูงสุดเพียง 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
• เกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) 2 ลำ ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธครูซของอิหร่านบริเวณเส้นทางตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้บนเรืออย่างรุนแรง มีลูกเรือเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บ 8 ราย ล่าสุดกระทรวงกลาโหม UAE แถลงผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าควบคุมเพลิงได้แล้ว
• ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก (WTI) ปรับตัวพุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรงถึง 8.7% ปิดตลาดที่ระดับ 77.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นภายในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน ขานรับข่าวโดนัลด์ ทรัมป์ สั่งปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านและเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซ 20%
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญแรงเทขายกดดันจนดัชนี S&P 500 ปรับตัวลดลง 0.8% ซื้อขายที่ระดับ 7,515.84 จุด โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีชั้นนำ (Tech Stocks) ที่ดิ่งลงแรงจากความกังวลเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม Jim Cramer นักวิเคราะห์ชื่อดังประเมินว่า หุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังคงเป็นแหล่งสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุด
• คาดการณ์อุปสงค์น้ำมัน: OPEC ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของอุปสงค์น้ำมันโลกในปี 2569 ลงเหลือ 800,000 บาร์เรลต่อวัน
• รายงานข้อมูลระบุว่า ปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของประเทศจีนมีแนวโน้มที่จะพลิกกลับมาฟื้นตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในระยะถัดไป เนื่องจากรัฐบาลปักกิ่งเริ่มกลับมาดำเนินนโยบายเร่งกักเก็บน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (Stockpiling) อีกครั้งในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวน
• กลุ่มนักลงทุนต่างชาติเริ่มทยอยโยกย้ายเม็ดเงินลงทุนกลับเข้าสู่หุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง Alibaba และ Tencent อีกครั้ง ท่ามกลางการวิเคราะห์ว่าตลาดหุ้นจีนมีสัญญาณเงินทุนไหลเข้าและการหมุนเวียนกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector Rotation) ไปยังกลุ่ม AI มากขึ้น
• สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ JPMorgan Chase & Co. ประกาศปรับลดคำแนะนำหุ้นกลุ่มยานยนต์ของจีนลงอย่างรุนแรง โดยสั่งหั่นหุ้นกวางเจา ออโต้ (GAC) ทั้งในตลาดหุ้น A-Share และ H-Share รวมถึงหุ้น SAIC Motor ลงสู่ระดับ "ต่ำกว่าน้ำหนักการลงทุน" (Underweight)
• แบรนด์แฟชั่นค้าปลีกระดับโลก Shein เตรียมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตรวจสอบรับฟังข้อมูล (Hearing) ของตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในวันพฤหัสบดีนี้ โดยตั้งเป้าหมายทำจดทะเบียนเสนอขายหุ้น IPO มูลค่าสูงถึง 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้เสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม
เจาะลึกข้อมูลผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทย (Strategic Analysis)
• ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น: จากความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่กดดันให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น ปัจจัยนี้จะส่งผลบวก (Positive Impact) ต่อกลุ่มธุรกิจขุดเจาะพลังงานและโรงกลั่น อาทิ PTTEP และ PTT* ที่จะได้รับประโยชน์จากราคาขายผลิตภัณฑ์และ Stock Gain น้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น รวมถึงผู้ผลิตปิโตรเคมีขั้นต้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยนี้จะสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนเชื้อเพลิง (Negative Impact) ในกลุ่มสายการบิน (AAV, BA, THAI) และกลุ่มโลจิสติกส์ ที่จะมีต้นทุนสูงขึ้นและมาร์จิ้นลดลง นอกจากนี้ ความกังวลต่อสถานการณ์สงครามยังอาจทำให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยงและกดดันกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม และค้าปลีกในระยะสั้น
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ตลาดหุ้น (SET+MAI): มูลค่าการซื้อขายรวม 73,692.88 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อขายสุทธิ (ซื้อสุทธิ) 105.74 ล้านบาท
• ตลาดตราสารหนี้: มูลค่าการซื้อขายรวม 76,360 ล้านบาท และ ต่างชาติซื้อขายสุทธิ (ซื้อสุทธิ) 5,379 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิด 33.35 บาท/ดอลลาร์
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event (14 Jul 26)
o US: CPI MoM  มิ.ย.: คาดการณ์ (Surv) -0.08% | ครั้งก่อน (Prior) 0.50%
o US : Core CPI MoM มิ.ย.: คาดการณ์ 0.25% | ครั้งก่อน 0.20%
o US : CPI YoY เดือน มิ.ย.: คาดการณ์ 3.84% | ครั้งก่อน 4.20%
o US: Core CPI YoY มิ.ย.: คาดการณ์ 2.85% | ครั้งก่อน 2.90%
o จีน : ส่งออก (Exports YoY) มิ.ย.: คาดการณ์ 18.73% | ครั้งก่อน 19.40%
Strategy
• ตลาดหุ้นไทย ทิศทางยังเป็นบวก แต่มีประเด็นตะวันออกกลางกลับเข้ามาสร้างความกังวลให้กับตลาด อย่างไรก็ตาม เรายังคงมุมมองต่อตลาด 2 เรื่องไว้ คือ Flow ต่างชาติจะกลับตลาดเอเชียและไทย คล้ายกับช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ. 69 และเป้าดัชนีฯ (SET Index) รอบนี้ให้ไว้ที่ 1620-40 จุด
• กลยุทธ์ลงทุน เรายังแนะนำให้ Hold หรือกลับมาซื้อหุ้นอีกครั้ง โดยให้ความสนใจกับหุ้นที่มี 3 ลักษณะที่คนส่วนใหญ่ต้องการ(ซื้อ) ….1)หุ้นที่ราคาล้อกับตลาด(ขาขึ้น) 2)หุ้นที่ราคาลงมามากๆ อาทิ หุ้นค้าปลีก และอสังหาฯ(บางตัว) และ 3) หุ้นที่มีความแข็งแกร่งเหนือตลาดของรอบนี้ จะยังเป็นหุ้นในกลุ่ม high dividend อาทิ หุ้นธนาคาร , PTT*, PTTEP
• พอร์ตหุ้นแนะนำ: เราคงหุ้นทั้งหมดไว้ หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย SCB(5%), GUNKUL*(10%), CRC(10%), STA*(10%), PTTEP (10%), ADVANC(5%), PTT* (10%), AOT (10%), GULF* (10%), KTB (10%), WHA* (10%)
Technical  : BTG, ASK
 
News Comment:
( 0 ) Construction Services (Neutral) กรมบัญชีกลางประกาศใช้มาตรการสมุดพกผู้รับเหมา มีผล 10 ก.ค. ที่ผ่านมา
 
News Flash:
( + ) Energy (Neutral) US ประกาศเรียกเก็บค่าคุ้มครองผ่าน Hormuz; ฮูตีโจมตีซาอุฯครั้งแรกในรอบ 4 ปี
 
Company Update:
( + ) CPALL (ซื้อ/เป้า 63.00 บาท) SSSG ยืนบวกต่อเนื่อง หนุนกำไร 2Q26E เติบโต YoY
( + ) ADVICE (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 8.50 บาท) 2Q26E ทำ new high; 2H26E จะดีขึ้นจากเดิมทั้ง IT และ Smartphone
 

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์