logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 4 FEB 26

SET Outlook
ดัชนีฯ มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น หลังตลาดหุ้นไทยวานนี้ ตวัดตัวกลับมาได้อย่างสวยงาม ตามราคาทองคำ ส่วนหุ้น Tech จะลดความร้อนแรงลงในวันนี้ และเราคาดว่า นักลงทุนบางส่วนจะแอบเข้ามาเก็งเลือกตั้งของไทยที่จะเกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เรามองเป้าหมายแรกของดัชนีฯรอบนี้ไว้ที่ 1356 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• การเมืองและการเลือกตั้ง: การเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 ก.พ. นี้ นักลงทุนส่วนใหญ่ยังรอผลที่จะออกมา ทิศทางการจัดตั้งรัฐบาลมีในอนาคตจะมีนัยสำคัญต่อตลาดหุ้นไทยมาก ซึ่งคาดว่าได้เห็นผลคะแนนเสียงเร็วสุดได้ในคืนวันเลือกตั้ง ประกอบกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่สงบลงเป็นผลดีต่อบรรยากาศการเลือกตั้งด้วย .... หากผลการเลือกตั้งออกมาในโทนบวก จะดีต่อหุ้นขนาดใหญ่ (AOT, PTT , GULF, ADVANC)
• ลด FIDF หนุน SME: ครม. อนุมัติลดเงินนำส่งกองทุน FIDF เหลือ 0.32% สนับสนุนโครงการ SMEs Credit Boost และช่วยเหลือลูกหนี้ที่ประสบอุทกภัย และพักชำระหนี้และยกเว้นดอกเบี้ยให้ผู้ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติเป็นเวลา 12 เดือน …. เรามองเป็นกลางกับกลุ่มธนาคาร  แม้จ่าย FIDF Fee ลดลงแต่คงต้องช่วยเหลือลูกหนี้เพิ่มเติม
• คุมเข้มคริปโทและทองคำ: ธปท. และ ก.ล.ต. เริ่มเชื่อมโยงข้อมูลตรวจสอบความผิดปกติในการซื้อขาย USDTพร้อมออกมาตรการคุมเข้มการซื้อขายทองคำออนไลน์โดยจำกัดวงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อคน ให้ผู้ค้าทองคำรายใหญ่ต้องรายงานข้อมูลย้อนหลังไว้อย่างน้อย 3 ปี .... มาตรการดังกล่าวออกมาเพื่อช่วยสกัดเงินบาทแข็งค่ามากในขณะนี้ อย่างไรก็ตามการแข็งค่าของเงินบาทเป็นดีกับ Fund Flow ไหลออกจากไทยช้าลง
• Fund Flow: นักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทย (SET+MAI) ซื้อสุทธิ 1,558.66 ล้านบาท, และ ซื้อสุทธิ 886 ล้านบาท ในตลาดตราสารหนี้
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นที่ระดับ 31.52 บาท/ดอลลาร์ ปรับตัว อ่อนค่า จากช่วงเช้าที่เปิดตลาดระดับ 31.45/46 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.33-31.54 บาท/ดอลลาร์ และมีจังหวะแข็งค่าขึ้นบ้างตามราคาทองคำในตลาดโลกที่ฟื้นตัว ทั้งนี้ นักบริหารเงินประเมินกรอบการเคลื่อนไหวสำหรับวันพรุ่งนี้ไว้ที่ 31.35-31.65 บาท/ดอลลาร์
• วันนี้ หุ้น THAI ที่จะพ้นกำหนด Silent Period ชุดแรก จะเริ่มซื้อขายในตลาดจำนวน 6,600 ล้านหุ้น ซึ่งหุ้นส่วนใหญ่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน มีต้นทุนต่ำอยู่ที่ 2.5452 บาทต่อหุ้น หากมีการเทขายรุนแรง อาจกระทบต่อดัชนีฯ ได้ (การเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น THAI ทุกๆ 0.10 บาท มีผลต่อ SET Index 0.22 จุด)
ปัจจัยต่างประเทศ:
• หุ้นเทคฯ สหรัฐฯ ร่วง: ตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มเปิดลบตามทิศทางวอลล์สตรีทที่ดัชนี Nasdaq 100 ร่วงลง 1.6% และ S&P 500 ลดลง 0.8% จากแรงเทขายในหุ้นกลุ่มซอฟต์แวร์และเทคโนโลยี (Tech Selloff)
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ คืนที่ผ่านมา(3 ก.พ.) การหมุนเวียนกลุ่ม (Rotation): แม้ดัชนีหลักจะลดลง แต่หุ้นส่วนใหญ่ใน S&P 500 จริงๆ แล้วปรับตัวขึ้น (โดยเฉพาะหุ้น Value และ Cyclical) สะท้อนการหมุนเวียนเงินทุนออกจากหุ้นเทคฯ ใหญ่ (Magnificent 7) ไปสู่หุ้นที่ไวต่อเศรษฐกิจ (Economically Sensitive) เช่น พลังงาน, การเงิน, อุตสาหกรรม ได้รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังเติบโต (No Landing) และมาตรการกระตุ้นภาครัฐ
• น้ำมันพุ่ง: ราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้น 1.7% หลังกองทัพเรือสหรัฐฯ ยิงโดรนอิหร่านตกในทะเลอาหรับ แม้ทรัมป์จะย้ำว่าการเจรจายังดำเนินอยู่
• รัสเซียถล่มพลังงานยูเครน: รัสเซียกลับมาโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนอย่างหนัก ท่ามกลางอากาศหนาวจัด แม้ทรัมป์จะขอให้ระงับการสู้รบชั่วคราวเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจาสันติภาพ ด้านยูเครนประนามการก่อการร้ายของรัสเซีย แต่ยังคงพร้อมร่วมการเจรจาสันติภาพ(4-5 ก.พ.)
การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน: ทรัมป์เผยพร้อมการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับใหม่กับอิหร่าน แม้กองเรือสหรัฐฯ ยังคงเคลื่อนกำลังสู่ตะวันออกกลาง ด้านอิหร่านพร้อมร่วมเจรจาเช่นกัน และขอเลิกมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ การทูตระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านเป็นข่าวดีกับตลาด โดยเฉพาะในสินทรัพย์เสี่ยง (Risky Assets) แต่กระทบกับ Safe Haven Assets
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• EC - CPI Estimate YoY
• US - ADP Employment Change
Strategy
• แรงดีดตัวของดัชนีฯ จนขึ้นไปสูงสุดที่ 1348 จุด เมื่อวานนี้ โดยสูงกว่าจุดสูงสุดของดัชนีฯ เมื่อ 28 ม.ค.69 ที่ 1344 จุด แสดงว่ามีแรงซื้ออยู่ในตลาด นำโดยหุ้นตัวหลัก ที่ได้อานิสงค์จาก Flow ไหลเข้า และหุ้นชั้นรองของตลาด โดยรอบนี้ หุ้นที่มีแรงซื้อ พบว่า จะมาแบบ selective buy เช่นหุ้นท่องเที่ยวและค้าปลีก (AOT, CENTEL, CPN, CPALL, MINT) และกลุ่มการเงิน (MTC, SAWAD) เป็นต้น จึงเป็นสัญญาณว่า นักลงทุนน่าจะเล็งผลบวกไว้ล่วงหน้าจากผลการเลือกตั้งในช่วงวันหยุดนี้ไว้แล้ว
• หุ้นขนาดใหญ่ (AOT, PTT , GULF, ADVANC) ชุดนี้ ที่แนะนำไป คาดว่าจะยังมีแรงซื้อเข้ามาได้อีก  โดยเฉพาะ ADVANC ที่มีการประกาศจ่ายเงินปันผลปีนี้ ถึง 34.3 บาท โดยเป็นของงวดนี้ 27.4 บาท/หุ้น ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้น ADVANC ทุกๆ 1 บาท จะมีผลต่อ SET Index 0.23 จุด (27.4 x 0.23 = 6.3 จุด)
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: วันนี้ เรานำ IVL ออก และนำ AOT, CENTEL เข้ามาในพอร์ต หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย AOT(10%), CENTEL(10%), SCB(10%), BGRIM(10%),  ADVANC*(10%),  CPF*(10%), ITC(10%), HMPRO(10%), TRUE*(20%)
Technical   : SCC, JPARK
 
News Flash:
( + ) Tourism (Overweight) นักท่องเที่ยวล่าสุด +1% WoW จากจีนและรัสเซีย
( + ) MAGURO (ซื้อ/เป้า 33.00 บาท) คอนเฟิร์มเปิด Kaiten Sushi Ginza Onodera ที่ CTW
( + ) ONEE (ซื้อ/เป้า 3.20 บาท) ตั้ง JV ร่วมกับ BJC ทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท
Company Update:
( + ) EPG (ซื้อ/เป้า 4.20 บาท) กำไร 3QFY26E จะยังโตดี YoY จาก Aeroflex และ EPP
( 0 ) BEM (ซื้อ/เป้า 9.00 บาท) กำไร 4Q25E ทรง YoY, ชะลอ QoQ จากผู้ใช้บริการทรงตัวและไม่มีปันผล
 

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์