SET Outlook
ตลาดมาแรงตามแรงซื้อของ Flow ที่กำลังไหลเข้าเอเซีย (น่าจะหลบภัยตลาดหุ้นสหรัฐฯ) และราคาหุ้นหรือดัชนีฯของตลาดไทยนับว่ายังไม่สูงเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ อย่างไรก็ตามตาม ความผันผวนของตลาด น่าจะมีมากขึ้นหลังขึ้นมารวดเดียวจาก low เกือบ 70 จุด ทั้งนี้ เป้าหมายดัชนีฯ ช่วงสั้นๆ จะอยู่ที่ 1300 และ 1320 จุด ตามลำดับ
ปัจจัยในประเทศ
• อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร อาจได้รับสิทธิ์พิจารณา พักการลงโทษในเดือนพ.ค. 69 หลังรับโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษตามเกณฑ์ปกติ กรมราชทัณฑ์ยืนยันเป็นไปตามกรอบกฎหมายและสิทธิมนุษยชน โดยต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ
• ก.ล.ต. เตรียมเปิดตัว "กองทุนทิสา" (TISA) ภายในปี 2569 เพื่อส่งเสริมการลงทุนระยะยาวและสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทยภายใต้แผนยุทธศาสตร์ 3 ปี มุ่งเน้นการยกระดับความน่าสนใจของบริษัทจดทะเบียน พัฒนาตลาดทุนดิจิทัล และเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายเพื่อสร้างศักยภาพการแข่งขันในเวทีสากล
• Fund Flow: ปิดวานนี้ (20 ม.ค.) นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 3,662 ล้านบาท (SET+MAI) ส่วนตลาดตราสารหนี้ ขายสุทธิ 4,273 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดที่ระดับ 31.08 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับที่แข็งค่าที่สุดในรอบ 3 สัปดาห์ โดยระหว่างวันเคลื่อนไหวในกรอบ 31.05 - 31.28 บาท/ดอลลาร์ ปัจจัยหลักที่หนุนให้เงินบาทแข็งค่ามาจากราคาทองคำในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) อย่างต่อเนื่อง สำหรับแนวโน้มในวันนี้ คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.00 - 31.20 บาท/ดอลลาร์ หุ้นที่รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า จะเป็นหุ้นกลุ่มส่งออก แต่จะดีต่อหุ้นที่มีหนี้มาก อาทิ โรงไฟฟ้า น้ำมัน และปิโตรเคมี
• ลดแรงกดดันบาทแข็ง : ธปท. ประกาศผ่อนคลายกฎเกณฑ์การนำรายได้จากต่างประเทศกลับเข้าประเทศ โดยอนุญาตให้บุคคลและภาคธุรกิจไทยสามารถถือครองเงินตราต่างประเทศได้สูงสุดถึง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อธุรกรรม (จากเดิม 1 ล้านดอลลาร์) โดยไม่ต้องรีบแลกเป็นเงินบาท
ปัจจัยต่างประเทศ:
• ตลาดกำลังรอดูคืนนี้(เวลาในประเทศไทย) ศาลฎีกาฯ ของสหรัฐฯ อาจมีการอ่านคำตัดสินผู้นำสหรัฐฯ ในการใช้มาตรการภาษีไปเมื่อ เดือน เม.ย. หรือถ้ายังไม่ตัดสิน เราอาจทราบว่า เหตุใด จึงล่าช้า และจะตัดสินจริงๆ เมื่อใด
• World Economic Forum (WEF): ประธานาธิบดีทรัมป์เตรียมกล่าวสุนทรพจน์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นการกล่าวถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯ มาตรการภาษีการค้า ประเด็นการครอบครองกรีนแลนด์ ตลอดจนการลงนามรับรองกฎเกณฑ์ของ คณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ซึ่งตลาดเตรียมตอบสนองในประเด็นสำคัญระดับโลกจากสุนทรพจน์ของทรัมป์
• การครอบครองเกาะกรีนแลนด์: ประธานาธิบดีทรัมป์ผลักดันแผนเข้าครอบครองเกาะกรีนแลนด์เพื่อความมั่นคงและขู่เก็บภาษีตอบโต้ชาติยุโรปที่ไม่เห็นด้วย สร้างความตึงเครียดให้กับตลาดทั่วโลก ขณะเดียวกันเดนมาร์กได้เร่งขยายการซ้อมรบทางทหาร "Operation Arctic Endurance" ให้ครอบคลุมตลอดทั้งปีเพื่อเตรียมป้องกันอธิปไตยเหนือพื้นที่อาร์กติกจากการกดดันที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ
• รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ (Scott Bessent) คาดว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะประกาศรายชื่อ ประธานเฟดคนใหม่ ในช่วงสัปดาห์หน้า โดยมีผู้สมัครสำคัญ 4 รายที่อยู่ในการพิจารณา การคัดเลือกได้รับความสนใจอย่างมากจากทั่วโลก เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางนโยบายการเงินและความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในระยะยาว
เศรษฐกิจจีน: รัฐบาลจีนประกาศมาตรการค้ำประกันสินเชื่อ 5 แสนล้านหยวนเพื่อส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชนและการบริโภค พร้อมให้เงินอุดหนุนดอกเบี้ยแก่ SMEs เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ กระทรวงการคลังเตรียมใช้นโยบายการคลังเชิงรุกและออกพันธบัตรรัฐบาลพิเศษระยะยาว ช่วยยกระดับสวัสดิการของประชาชน
• การประชุม BOJ: ตลาดมองว่าในการประชุม BOJ ในวันที่ 23 ม.ค. นี้ จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.75% พร้อมเฝ้าระวังความเสี่ยงจากการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนของรัฐบาล และคาดว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ถึง 3 ครั้งในปีนี้หากเงินเยนยังอ่อนค่าต่อเนื่อง
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• US - Pending Home Sales (MoM) (Dec)
• US - U.S. President Trump Speaks
• TH - Car Sales
Strategy
• หากพิจารณาดัชนีฯ ที่ขึ้นทะลุ 1280 จุด และสร้างสัญญาณซื้อ เมื่อใช้ดัชนีฯ ที่ไม่รวมหุ้น DELTA และหุ้นธนาคาร ซึ่งจะมีเป้าหมายถัดไปอีกราว 20 จุดของดัชนีฯ หรือที่ 1320 จุด การเข้าซื้อหุ้นจากจุดนี้ ไม่ได้ถูกนัก และต้องตามข่าวหรือตัวแปรในแต่ละวัน ว่าจะยังหนุนตลาดต่อไปได้หรือไม่
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ IVL, SCB ออก และนำ AOT, MTC* เข้ามาแทน หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย AOT(10%), MTC*(10%), CCET*(10%), TRUE*(10%), CBG(10%), GLOBAL(10%), BDMS*(10%)
Technical : AOT, PLANB
Company Update:
( 0 ) SIRI (ซื้อ/เป้า 1.70 บาท) ตั้งเป้าธุรกิจปี 2026E ระมัดระวังมากขึ้น ขณะที่ยอดโอนจะยังโตได้
Results Review:
( - ) BBL (ปรับลงเป็น ถือ/ปรับเป้าลงเป็น 170.00 บาท) กำไรสุทธิ 4Q25 ต่ำกว่าคาดมาก แต่ NPL ลดลงได้ดี
( 0 ) TTB (ถือ/เป้า 2.00 บาท) กำไรสุทธิ 4Q25 ดีกว่าคาด แต่ภาพรวมทั้งปี 2025 ยังใกล้เคียงคาด