SET Outlook
คาด SET Index แกว่ง Sideway โดยผลการประชุม Fed คงดอกเบี้ยตามคาด ขณะที่งบกลุ่มเทคฯ สหรัฐฯ 2 ตัวที่ประกาศ (Alphabet, Microsoft) ผสมผสานกัน ทำให้ตลาดน่าจะจับตางบตัวอื่นๆ กันต่อ ขณะเดียวกันบ้านเรายังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาขับเคลื่อน แต่ยังอยู่ในช่วงประกาศงบ ทำให้บรรยากาศการซื้อขายจะเป็นลักษณะเก็งกำไรในหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการจะออกมาดี
ประเด็นที่น่าสนใจ
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกเล็กน้อย โดยประชุม Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด โทนการประชุมค่อนข้างเป็นกลาง โดย Fed ให้ความสำคัญกับการรอดูข้อมูลเศรษฐกิจเพิ่มเติม ด้านงบ Alphabet ออกมาต่ำกว่าคาด ส่งผลให้หุ้นหลังปิดตลาดร่วง กลับกัน Microsoft งบออกมาดีกว่าคาด พร้อมเพิ่มงบ CapEx ส่งผลให้หุ้นปิดตลาดกลับมาบวกได้
• Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด 3.75% - 4.00% โดยมีผู้เห็นต่าง 2 ท่าน (โหวตขึ้นดอกเบี้ย) คือ Lisa Cook และ Beth Hammack ขณะที่ถ้อยแถลงของประธาน Fed คุณ Kevin Warsh ไม่ได้ให้ Forward Guidance เช่นเดิม โดยการตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับตัวเลขเงินเฟ้อ และตัวเลขแรงงาน ทำให้ตลาดว่า โอกาส Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเดือน ธ.ค. อยู่ที่ราวๆ 85%
• รมว.พลังงานลงนามคำสั่งปรับโครงสร้างราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นเมื่อ 28 ต.ค. มีผล 29 ต.ค. ตัดค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และ transit loss ตามเส้นทางสมมุติจากสิงคโปร์ออกจากสูตร และลดค่าสำรองน้ำมันเหลือ 2 ใน 3 ทำให้ราคาหน้าโรงกลั่นลดลง 0.0875–0.3548 บาท/ลิตร (ดีเซล B7 ลดมากสุด)
• สมาคมตัวแทนท่องเที่ยวไทย (ATTA) ประเมินว่ากรุ๊ปทัวร์จีนอาจลดลงถึง 50% ใน 2 เดือนสุดท้ายของปี ซึ่งเป็นไฮซีซัน และอาจลากถึงตรุษจีนปี 2570 หลังสถานทูตจีนเตือนพลเมืองต้นเดือน ต.ค. เรื่องแก๊งหลอกทำงาน ยกเลิกแล้วเกิน 30% เทียบปีก่อน นักท่องเที่ยวจีนสัปดาห์ 18–24 ต.ค. อยู่ที่ 49,494 คน ลด 24.17% จากสัปดาห์ก่อน โดยจีนถือเป็นตลาดใหญ่สุด (สะสม 4.19 ล้านคน) จึงกดดันรายได้โรงแรมและสนามบินที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีน
Strategy
กลยุทธ์หลัก: หันมาเก็งกำไรตามแนวโน้มงบกลุ่ม Big Tech สหรัฐฯ เพิ่มสัดส่วนของ Tactical Strategy ใน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และลดสัดส่วนการถือเงินสด Core Strategy เรายังชอบกลุ่มธนาคาร ขณะที่ Mega play Theme กลุ่ม Data Center เรายังชอบ โรงไฟฟ้า และผสมกับตีมการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
· US, Fed Interest Rate Decision, คาด คงอัตราดอกเบี้ย
· US, GDP Growth Rate QoQ Adv (Q3)
· US, PCE Price Index YoY (Sep)
· US, Core PCE Price Index YoY (Sep), คาด 3.1%
· EA, Deposit Facility Rate, คาด 2.5%
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ต่างชาติ “ขาย” สุทธิตลาดหุ้นไทย และ “ซื้อ” ตลาดตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
• ตลาดหุ้น (28 ต.ค. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 65,443.68 ล้านบาท และ (MAI) 333.02 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 2,223.38 ล้านบาท
• Yield Curve ปรับตัวลดลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 1-2 bps. สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET INFLOW 1,584 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 33.76 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า
Strategy pick
HANA*: เป้า consensus 57.62 บาท
• เราเห็นความเชื่อมั่น CAPEX spending มากขึ้นจากบริษัทกลุ่ม Hyperscalers หลังจากทยอยออกงบการเงินในช่วงสัปดาห์นี้ เราเลือก HANA ที่มี Momentum โตต่อเนื่องทั้งรายได้และ Margin ขยายตัวได้จาก Utilization เพิ่มขึ้น คาดกำไรจาก consensus ปี 2026E/27E ที่ 0.9/1.5 พันลบ. (+46%/+56%)
CENTEL: ราคาพื้นฐาน 48.00 บาท
• วานนี้จากความกังวลหลังแอตต้าเผยกรุ๊ปทัวร์จีนอาจลด 50% หลังทูตจีนเตือนไทยทำให้กลุ่มท่องเที่ยวโดนแรงขาย เรามองเป็นโอกาสสะสมเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยว Long Haul ยังเติบโตได้ดีและคาดว่านักท่องเที่ยวจะฟื้นตัวเด่นใน 4Q26E จาก High season และงาน event หลายงาน เราเลือก CENTEL คาดกำไรสุทธิปี 2026E/27E ที่ 3.3/2.5 พันลบ. (+67/-25% YoY)
Strategy Pick: : วันนี้เราซื้อกลุ่ม Electronics เพิ่มโดย DELTA เป็น 6% จาก 4%, HANA เป็น 8% จาก 4%, KCE เป็น 5% จาก 2.5% พอร์ตประกอบด้วย KTB(15%), KBANK(15%), KKP(15%), PTT(8%), GULF(8%), CENTEL(5%), CRC(5%), COM7(5%), DELTA(6%), HANA(8%), KCE(5%), GPSC(5%), cash(0%)
กรอบดัชนี SET วันนี้ : แนวรับ 1553-1560 // แนวต้าน 1572-1578
Technical Pick: MBK, SCAP
Stock picks for October 2026 : ADVICE, BGRIM, CK, PLANB, SCGP
News Flash:
( - ) Energy (Neutral) CEPA มีคำสั่งปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ปรับ ex-refinery price ลง
( 0 ) Bank (Overweight) กนง. คงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ตามคาด
Results Review:
( 0 ) SCC (ซื้อ/เป้า 290.00 บาท) กำไรสุทธิ 3Q26 ต่ำกว่าคาด; เดินหน้าตั้ง JV ร่วมกับ PTTGC
Company Update:
( + ) SJWD (ซื้อ/เป้า 12.50 บาท) กำไรปกติ 3Q26E ยังเติบโต YoY โดดเด่น จากธุรกิจหลักที่ดีขึ้น
( - ) SHR (ถือ/ปรับเป้าลงเป็น 1.70 บาท) คาดกำไร 3Q26E จะลด YoY จาก GPM ที่ลดลง
( 0 ) BBL (ซื้อ/เป้า 215.00 บาท) เป้าหมายใกล้เคียงคาด, สินเชื่อโตดีและ NIM ฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง