logo
search
flag-th
share-icon

ENERGY (NEUTRAL)

  • US โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะ Kharg เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (วันที่ 13 มี.ค.2026 ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา (US) ได้ประกาศว่ากองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command) ได้ปฏิบัติภารกิจโจมตีด้วยระเบิดที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ตะวันออกกลาง และทำลายเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก (Kharg) นอกจากนี้ ยังได้ขู่ที่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันเพิ่มเติมหากอิหร่านยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ต่อไป นอกจากนี้ ประธานาธิบดี US ได้เรียกร้องให้ประเทศที่ได้รับผลกระทบ (เช่น จีน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และอังกฤษ) จากการปิด Strait of Hormuz ช่วยส่งเรือรบมาคุ้มกันเรือที่ผ่าน Strait of Hormuz
  • อิหร่านพร้อมจะตอบโต้ ประธานาธิบดี US ขู่ที่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะ Kharg หากอิหร่านยังคงปิด Strait of Hormuz ต่อไป ในขณะที่ อิหร่านได้ประกาศว่าหากโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะ Kharg ถูกโจมตี อิหร่านจะดำเนินการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและพลังงานที่เป็นของบริษัทซึ่งมีความร่วมมือกับ US ในทันที
  • หัวใจสำคัญของการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน ท่าเรือ Kharg ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งอิหร่าน 26 กิโลเมตร หรือประมาณ 483 กิโลเมตร ทางตะวันตกเฉียงเหนือของช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ในน่านน้ำที่ลึกพอที่จะรองรับเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถเข้าใกล้น่านน้ำชายฝั่งตื้นของแผ่นดินใหญ่ได้ โดยประมาณ 90% ของปริมาณการส่งออกน้ำมันทั้งหมดของอิหร่าน YTD ที่ 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน (mbd) ขนส่งผ่านท่าเรือ Kharg (น้ำมันส่วนใหญ่ส่งไปยังจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก) ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Kpler (บริษัทด้านข้อมูลและการวิเคราะห์ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับการไหลเวียนของสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก) แสดงให้เห็นว่าคลังน้ำมัน Kharg มีความจุในการจัดเก็บประมาณ 30 ล้านบาร์เรล (mmbbl) และมีน้ำมันดิบอยู่ประมาณ 18 mmbbl ณ ต้นเดือน มี.ค 2026 นอกจากนี้ (ที่มา: Reuters)
Implication
  • เรามีมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น จากอุปทานที่เป็นไปได้ที่ลดลง โดย เราเชื่อว่าราคาน้ำมันดิบจะยังคงผันผวนอยู่ในระดับสูงในระยะสั้นจากการที่การขนส่งไม่สามารถผ่าน Strait of Hormuz ได้ ทั้งนี้ วันศุกร์ที่ผ่านมาราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ปิดบวก 2.7% เป็น USD103.1/bbl สูงที่สุดตั้งแต่เดือน ก.ค.2022 ทั้งนี้ เรามองว่าสถานการณ์ในปัจจุบันสอดคล้องฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด (worst-case scenario) ที่เรามองก่อนหน้านี้ คือ เป็นสงครามที่ยืดเยื้อและลามไปยังประเทศอื่นในตะวันออกกลาง รวมถึง มีการปิด Strait of Hormuz ซึ่ง scenario นี้เราเชื่อว่าราคาน้ำมันดิบจะเฉลี่ยอยู่ในช่วง USD95.0/bbl-USD130.0/bbl ทั้งนี้ในเบื้องต้น เรายังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยปี 2026E ที่ USD67.0/bbl
เรายังคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” สำหรับกลุ่มพลังงานและ PTTEP จะได้ประโยชน์จากข่าวนี้มากที่สุด จากราคาขายเฉลี่ย (blended ASP) ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ทั้งนี้ แม้คำแนะนำระยะยาวของเรา คือ PTTEP (ถือ/เป้า 120.00 บาท) แต่เรามองเห็นโอกาสใน trading ระยะสั้น โดยเราได้ทำวิเคราะห์ความอ่อนไหว (sensitivity analysis) ต่อราคาน้ำมัน เราประเมินว่า ทุกๆราคาน้ำมันดิบระยะยาวที่เพิ่มขึ้น USD1.0/bbl จะทำให้ราคาเป้าหมายของ PTTEP สูงขึ้น 1.00 บาท (vice versa)

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์