logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 24 AUG 26

SET Outlook
คาดดัชนี SET รายสัปดาห์ (Weekly) เคลื่อนไหวในกรอบ 1,600 – 1,655 จากสัปดาห์นี้มีหลากหลายประเด็นที่ต้องจับตาเช่น เจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน, ตัวเลข PCE, งบ NVIDIA , และ  ประชุม กนง. ซึ่งอาจทำให้ตลาดหุ้นมีความผันผวน อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ออกมาในเชิงลบ ตลาดหุ้นไทยอาจเผชิญแรงขายทำกำไร แต่จะพอลุ้นยืนระดับ 1,600 ได้บ้าง เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานยังดีอยู่
ประเด็นที่น่าสนใจ 
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกได้ในวันศุกร์ แต่ในภาพรายสัปดาห์ ทั้ง 3 ดัชนีปรับตัวลดลง โดยหลักมาจาก Bond Yield ที่ปรับตัวสูงขึ้น ถึงแม้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะพยายามเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุน แต่ตลาดเหมือนจะยังไม่ตอบรับด้วย ขณะเดียวกัน สถานการณ์จรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้า ทำให้นักลงทุนยังคงระมัดระวังการลงทุน นอกจากนี้ สัปดาห์นี้ยังมีหลายประเด็นให้ต้องติดตาม ตลาดจึงรอคอยสัปดาห์นี้เพิ่มเติม
• แคนาดาจะบังคับใช้มาตรการตั้งกำแพงภาษีตอบโต้ (Counter-tariffs) ต่อสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 8 ก.ย. หลังจากโต๊ะเจรจาการค้ากับฝ่ายบริหารของ ทรัมป์ ล้มเหลว เนื่องจากสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อยกเว้นภาษียานยนต์ (ให้ลดจาก 25% เหลือ 15%) และตั้งข้อเรียกร้องที่ละเมิดอำนาจการค้าของแคนาดา โดยแคนาดาเลือกตอบโต้แบบตาต่อตาฟันต่อฟันในวงเงินเท่ากับที่สหรัฐฯ เรียกเก็บ 50% พร้อมอาศัยความได้เปรียบในฐานะผู้ส่งออกพลังงานหลักป้อนสหรัฐฯ เป็นเครื่องมือต่อรองสำคัญ (มีระยะเวลาต่อรองอยู่)
• สัปดาห์หน้า (Week ahead) ตลาดจับตางานแถลงข่าวของ Scott Bessent ในวันจันทร์ที่จะเผยรายละเอียดแผนงานของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งอาจช่วยชี้ทิศทางผลตอบแทนพันธบัตร ตามด้วยการแถลงของ Kevin Warsh ประธาน Fed ในการประชุมสัมมนา Jackson Hole วันศุกร์ที่จะให้เบาะแสเรื่องนโยบายการเงิน ขณะเดียวกัน กระแสการลงทุนด้าน AI จะเผชิญบททดสอบสำคัญเมื่อ Nvidia เตรียมประกาศงบ หลังปิดตลาดวันพุธ ท่ามกลางบทบาทการเป็นผู้นำในการระดมทุน 5 แสนล้านดอลลาร์ร่วมกับสถาบันการเงินเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบ AI ให้แก่ลูกค้าอย่าง Anthropic และ OpenAI ซึ่งนักลงทุนจะจับตาดูทั้งแนวโน้มความต้องการชิปและแผนการระดมทุนดังกล่าว
• นางศุภจี ระบุว่า SMEs ไทยมีสัดส่วนถึงร้อยละ 99 และจ้างงานเกือบร้อยละ 69 แต่กลับสร้างมูลค่าส่งออกได้เพียงร้อยละ 14 รัฐบาลจึงเร่งแก้ 4 จุดเปราะบางสำคัญ ได้แก่ เสริมรากฐานธุรกิจ ใช้ AI และแบรนดิ้งเพิ่มมูลค่า ขยายตลาดออนไลน์ และปราบปรามนอมินีเพื่อสร้างการค้าที่เป็นธรรม โดยขับเคลื่อนผ่าน 5 นโยบายหลักเพื่อดูแลสภาพคล่องระยะสั้นและยกระดับเทคโนโลยีระยะยาว พร้อมผลักดันมาตรการ Quick Big Win และ Big Win เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการตลอดเส้นทาง SMEs Journey ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นจนเติบโตสู่ระดับภูมิภาค
Strategy
จังหวะสะสมหุ้นระยะกลาง - ยาว ลงทุนหุ้นตาม Theme เก็งกำไรหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ชอบ CENTEL, ERW, AOT ขณะที่ Theme ใหญ่ (Mega play Theme) Data Center เรายังชอบ GPSC, BGRIM, ADVANC และ หุ้นกลุ่มธนาคารที่ได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจฟื้นตัว พร้อมเก็งปัจจัยระยะสั้น การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล เราชอบ KTB, KBANK, TTB
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event 20 Aug 26
o TH, Exports YoY (Jul), Consensus=19%, Prior=20.8%
o TH, Imports YoY (Jul), Consensus=42.3%, Prior=50.3%
o TH, Balance of Trade (Jul), Consensus=$-5.4B, Prior=$-6.53B
o US, Chicago Fed National Activity Index (Jul), Consensus=N/A, Prior=-0.02.
Fund Flow และตลาดการเงิน:
• ต่างชาติ “ซื้อ” สุทธิตลาดหุ้นไทย พร้อมกับ “ซื้อ” ตลาดตราสารหนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
• ตลาดหุ้น (21 ส.ค. 69): มูลค่าการซื้อขาย (SET) 70,640.38 ล้านบาท และ (MAI) 601.61 ล้านบาท ด้านนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,881.35 ล้านบาท
• Yield Curve ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า 1 bps. สำหรับกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติวันนี้ NET INFLOW 1,467 ล้านบาท โดยเกิดจาก NET BUY 1,467 ล้านบาท
• ค่าเงินบาท: ปิดตลาดเย็นวันศุกร์ ที่ระดับ 32.68 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากช่วงเช้า ที่เปิดตลาดที่ระดับ 32.83 บาท/ดอลลาร์
หุ้นเด่นวันนี้
TTB, KTB, KKP : 1) ลุ้นกลุ่มธนาคารจะทยอยประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 25 ส.ค.-4 ก.ย. 26 โดย KKP, KTB, TCAP และ TTB มีโอกาสจ่ายปันผลงวด 1H26E สูงกว่า 1H25 หนุน sentiment ราคาหุ้น ขณะที่ TTB มี 1H26E dividend yield สูงสุดที่ 2.4%, 2) สินเชื่อ ก.ค.26 ของกลุ่มธนาคารเพิ่ม +0.1% MoM โดย KTB โตเด่นสุด +2.0% MoM จากสินเชื่อภาครัฐ และ KKP +1.1% MoM จากสินเชื่อรายใหญ่ระยะสั้น, 3) หุ้นเด่น ได้แก่ TTB (ถือ/เป้า 3.20 บาท), KTB (ซื้อ/เป้า 50.00 บาท) และ KKP (ซื้อ/เป้า 128.00 บาท)
ADVICE : 1) ตั้งเป้ารายได้ 3Q/4Q26E เติบโตโดดเด่น +17%/+22% YoY และคาด GPM สูงที่ 11.0%/10.5% โดยยังมั่นใจ 3Q26E จะทำได้ดีกว่าเป้า, 2) คงกำไรปี 2026E ที่ 450 ล้านบาท (+69% YoY) โดย 2H26E ยังโต YoY โดดเด่น หนุนจาก GPM ที่ยังสูง, การเปิดตัว iPhone 18 Premium lineup และ AI PC รุ่นใหม่, 3) แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท โดยมี dividend yield สูงที่ 6.7% ต่อปี
กรอบดัชนี SET วันนี้ :    แนวรับ 1600-1606 // ต้าน 1620-1627
Technical Pick: TOP, CCET
 
Stock picks for August 2026 : SJWD, GPSC, SCGP, CENTEL, ITC, MAGURO
 
News Flash:
( + ) Bank (Overweight) สินเชื่อ ก.ค. 26 เพิ่มขึ้น +0.1% MoM จากสินเชื่อภาครัฐเพิ่ม แต่รายใหญ่ลด
Company Update:
( + ) Bank (Overweight) ลุ้นประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลมากกว่าคาด
( + ) ADVICE (ซื้อ/เป้า 8.50 บาท) 2H26E ยังโต YoY โดดเด่น หนุนจากสินค้าใหม่, GPM ยังสูง
( 0 ) BGRIM (ซื้อ/เป้า 20.00 บาท) โครงการใหม่จะช่วยหนุน 2H26E ได้ตามคาด; Data Center เป็นโอกาสระยะยาว
( - ) CBG (ซื้อ/เป้า 67.00 บาท) 3Q26E อ่อนตัวชั่วคราวจากต้นทุนสูงขึ้น; 4Q26E ฟื้นตัว YoY, QoQ
 

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์