SET Outlook
ตลาดเข้าสู่การปรับฐานตามตลาดหุ้นหลายแห่งในต่างประเทศ ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังขาดแรงหนุนใหม่ที่ชัดเจน ประเมินดัชนีฯ อาจปรับตัวลงมาอยู่ในกรอบ 1300-1310 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• GDP ปี ‘68 คาดขยายตัวดี: กระทรวงการคลังปรับเพิ่มประมาณการ GDP ปี ‘68 เป็น 2.4% จากประมาณการครั้งก่อนที่ 2.2% ระบุได้รับแรงสนับสนุน จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เช่น โครงการ "คนละครึ่ง พลัส" และการส่งออกสินค้าที่ยังขยายตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าส่งออกทั้งปี จะขยายตัวที่ 10% นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี ‘68 จะปรับลดลงอยู่ที่ -0.2% และคาด GDP ปี ’69 จะขยายตัวชะลอลงเหลือ 2.0%
• มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ รัฐบาลเชิญชวนประชาชนร่วมโครงการ “เที่ยวดีมีคืน 2568” (29 ต.ค. - 15 ธ.ค.) เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้ … ข่าวนี้ บวกต่อหุ้นร้านอาหาร (MAGURO) และโรงแรม (ERW, CENTEL)
• Fund Flow/เงินบาท: ในวันที่ 30 ต.ค. นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย (SET+MAI) 483.16 ล้านบาท และซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 826 ล้านบาท (Net Inflow 811 ล้านบาท). เงินบาทปิดตลาดเมื่อเย็นวานที่ 32.41 บาท/ดอลลาร์
• ปัจจัยเฉพาะหุ้น: ตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งขยายเวลาให้ DELTA ใช้มาตรการ Cash Balance จนถึงวันที่ 20 พ.ย.. คณะกรรมการ AOT เห็นชอบผลศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาสัมปทานร้านดิวตี้ฟรีเพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการเจรจากับคิงเพาเวอร์ และ KBANK มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน ในวงเงินไม่เกิน 8,800 ล้านบาท (ไม่เกิน 47 ล้านหุ้น) เริ่ม 14 พ.ย. 68 ถึง 13 พ.ค. 69
ปัจจัยต่างประเทศ:
• Fed Pushback/ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง จากผลประชุม Fed หลัง ประธาน Fed เตือนว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ยังห่างไกลจากความแน่นอน ทำให้นักลงทุนลดน้ำหนักคาดการณ์การลดดอกเบี้ยลง … เรามองว่า โอกาสในการลดดอกเบี้ยที่ลดลง เป็นลบต่อราคาพันธบัตรและทองคำ แต่ทองคำ จะได้ผลบวกจากความเป็น safe haven ถ้าเศรษฐกิจสหรัฐฯชะลอตัว เข้ามาประคองราคาทองไว้
• การประชุมผู้นำสหรัฐฯ-จีน: ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ และปธน.สี จิ้นผิง ร่วมหารือที่เมืองปูซาน เกาหลีใต้วานนี้ โดยสหรัฐฯ เสนอลดภาษีที่เกี่ยวข้องกับเฟนทานิลลงเหลือ 10% จากเดิมที่ 20% แลกกับการที่จีนจะกลับมาซื้อถั่วเหลือง และระงับการออกใบอนุญาตแร่หายากเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี ทั้งนี้ มีการพูดคุยเรื่องการขายชิป Nvidia แต่ไม่ได้เน้นที่ชิป Blackwell และยังไม่ได้หารือประเด็นไต้หวัน
• การปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ: กำลังข้าสู่วันที่ 30 ซึ่งนำไปสู่วิกฤตการเมืองภายในประเทศ โดยพรรคเดโมแครตยังคงปฏิเสธที่จะสนับสนุนร่างงบฯ ชั่วคราว เพื่อกดดันให้รีพับลิกันรับประกันการ ขยายการอุดหนุนแผนประกันสุขภาพ Obamacare ส่งผลให้ประชาชนหลายสิบล้านคนเสี่ยง สูญเสียความช่วยเหลือด้านอาหาร และเบี้ยประกัน Obamacare พุ่ง 26% รวมถึงสร้างความกดดันให้พนักงานรัฐบาลกลางอาจไม่ได้รับค่าจ้าง ในช่วงที่หน่วยงานปิดทำการ
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
• การประชุมสุดยอดผู้นำภาคธุรกิจเอเปก (APEC CEO Summit 2025)
• CH-Manufacturing PMI
• US-PCE Price Index YoY
Strategy
• ตลาดเข้าสู่การปรับฐานตามตลาดหุ้นหลายแห่ง ขณะที่ปัจจัยในประเทศขาดแรงหนุนตัวใหม่ๆ ยังไม่ทำให้ดัชนีฯกลับมาบวกได้ การลงทุนในตลาดแบบนี้ จะเล่นไปถอยไป และ selective buy เท่านั้น
• กลยุทธ์หลัก ยังคงเป็น “ชะลอการลงทุน” เพื่อดูว่าความกังวลในเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐฯ และดีลการค้าที่สหรัฐฯไปปิดกับหลายประเทศแล้ว จะไปอย่างไรต่อ โดยผลเจรจาการค้ากับไทย อาจบวกในภาพรวม เพราะชัดเจนขึ้น แต่ไทยอาจเสียประโยชน์ในบางอุตสาหกรรม
• หุ้นที่ราคาลงมามาก หรือยังไม่สามารถวกตัวกลับขึ้นไปได้อย่างจริงจัง บางตัวจะเป็นเป้าหมายของนักลงทุน ถ้าตลาดกลับมาบวก เราเลือก SAV, BCH, BDMS, BH, SPRC, CPAXT, CPF, CBG
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ: เรานำ TOP ออก และนำ CPF* เข้ามา หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย CPF*(10%), SAV(10%)
Technical KKP, BCPG
News Comment:
( + ) BTS (ถือ/เป้า 4.00 บาท) กทม. จ่ายหนี้ O&M สายสีเขียว 3.6 หมื่นล้านบาทแล้ว ขณะที่ BTS พร้อมเจรจาหากรัฐซื้อคืนสัมปทาน
News Flash:
( + ) BANPU (ถือ/เป้า 5.00 บาท) ประกาศปรับโครงสร้างธุรกิจของกลุ่ม
Results Review:
( + ) ITC (ปรับขึ้นเป็น ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 20.00 บาท) กำไรปกติ 3Q25 ดีกว่าคาด จากสัดส่วนสินค้า premium สูงขึ้น
( - ) PTTEP (ซื้อ/เป้า 130.00 บาท) กำไร 3Q25 ต่ำกว่าคาด; คาดกำไรฟื้นตัวใน 4Q25E
Company Update:
( - ) SJWD (ซื้อ/ปรับเป้าลงเป็น 13.00 บาท) 3Q25E จะชะลอกว่าคาดเล็กน้อย, 4Q25E จะดีขึ้นจากธุรกิจหลัก