logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 16 FEB 26

SET Outlook
คาดดัชนีฯ จะลดความร้อนแรงลงเพราะปรับตัวขึ้นมามาก และยังมีตัวแปร ที่จะมีผลชี้นำตลาดหลายตัว อาทิ สูตรตั้งรัฐบาลที่จะออกมา การรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ด้านต่างประเทศ จะเป็นเริ่ม ความคืบหน้าในเรื่องความขัดแย้งระหว่างประเทศ ศาลฎีกาฯ อาจตัวสินคดีผู้นำสหรัฐฯ ใช้มาตรการภาษีแบบผิดกฎหมาย แต่ตลาดเอเซีย มีตัวช่วยคือ ยังมีเม็ดเงินหลบภัยจากฝั่งตะวันตก เข้ามาในภูมิภาคนี้ ....  ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวดัชนีฯ สัปดาห์นี้ ไว้ที่ 1410-1460 จุด
ปัจจัยในประเทศ
• การจัดตั้งรัฐบาล: พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยบรรลุข้อตกลงจัดตั้งรัฐบาลร่วม ด้วยจำนวนเสียงของทั้งสองพรรคที่รวมกันแล้วมั่นคงกว่า 267 (193+74) เสียงซึ่งยังไม่รวมพรรคย่อยอื่นๆ ซึ่งสะท้อนรัฐบาลชุดนี้จะมีเสถียรภาพในระยะยาว ขณะที่กระแสเรียกร้องเลือกตั้งเป็นโมฆะ จากประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เข้ามาเป็นปัจจัยรบกวนอยู่บ้าง จากนี้เหลือรอความชัดเจนผลเลือกตั้งจาก กกต. ก่อนเปิดประชุมสภาในกระบวนการถัดไป
• เศรษฐกิจไทย: วันนี้(16) ตลาดจับตาการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 4/68 ของสภาพัฒน์ เพื่อประเมินโมเมนตัมเศรษฐกิจไทย จากแรงส่งจากภาคท่องเที่ยวช่วงปลายปีที่ผ่านมาและนโยบายคนละครึ่งพลัส ซึ่งหากออกมาดีจะเป็นปัจจัยหนุน Fund Flow เข้าไหลไทยเพิ่มได้ แต่จะกระทบกับเงินบาทที่อาจแข็งค่าขึ้น
• ท่องเที่ยวดีรับตรุษจีน: ตรุษจีน 16-23 ก.พ. 69  คาดว่านักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยในช่วงเวลาดังกล่าว เป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว และโรงแรมที่จะได้อานิสงส์นักท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้
• Fund Flow ไหลเข้า: สัปดาห์ก่อน (13 ก.พ.) นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ ในตลาดหุ้น 1,415 ล้านบาท .... ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 3,570 ล้านบาท (อย่างไรก็ตาม หากดูยอดการถือครองตราสารหนี้ของนักลงทุนต่างชาติ ณ สิ้นสัปดาห์ พบว่าปรับ เพิ่มขึ้น 8,230 ล้านบาท จากสัปดาห์ก่อนหน้า)
• ค่าเงินบาท : ปิดตลาดที่ระดับ 31.08 บาท/ดอลลาร์ ระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 31.05 - 31.17 บาท/ดอลลาร์ โดยถือว่าอ่อนค่าสุดในภูมิภาคในวันนั้น อย่างไรก็ดี ภาพรวมค่าเงินบาทได้รับแรงหนุนจากเสถียรภาพทางการเมืองหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล สามารถรวบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ และตลาดกำลังรอจับตาตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ของสหรัฐฯ
ปัจจัยต่างประเทศ:
• ตลาดหุ้นเอเชียชะลอตัว: สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา(13) ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวร่วงลงตามกลุ่มเทคโนโลยีสหรัฐฯ เนื่องจากความกังวลAI อาจเข้ามามีผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ทำให้นักลงทุนบางส่วนเทขายหุ้นออกมาก่อนจะเข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลตรุษจีนในหลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ อเมริกาที่จะปิดทำการในวันนี้ เนื่องจากวัน Presidents' Day
• ตลาดหุ้นจีน จะปิดทำการช่วงตรุษจีน 16-23 ก.พ. และตลาดหุ้นฮ่องกง 16-19 ก.พ. จะทำให้ปริมาณการซื้อขายของตลาดหุ้น และสินทรัพย์ทางการเงินในตลาดเอเวีย เบาบางลง เนื่องจาก 2 ประเทศนี้ ถือเป็นศูนย์กลางการซื้อขายของเอเซียอยู่
• ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่าน: สหรัฐฯ ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ไปยังตะวันออกกลางเพื่อกดดันอิหร่านให้ยอมตกลงจำกัดโครงการนิวเคลียร์ พร้อมขู่ให้อิหร่านรีบทำข้อตกลงให้เสร็จสิ้นภายในเดือนหน้า สถานการณ์ตึงเครียดต่อเนื่องหลังมีการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ และการพบกันของสหรัฐฯ และเนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล
• คดีภาษีทรัมป์: ติดตามศาลฎีกาสหรัฐฯ อาจมีการอ่านคำพิพากษาคดีภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์  หลังศาลกลับมาเปิดพิจารณาคดีอีกครั้ง  20 ก.พ. นี้ ......  หากมีการตัดสิน(จริง) ผลตัดสินอาจสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองและกระทบต่อเสถียรภาพนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ตลอดจนติดตามข้อกำหนดการคืนภาษีหากตัดสินว่าผิดตามศาลอุทธรณ์ และอาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์จะผันผวนเชิงลบ สินทรัพย์เสี่ยงดีดตัว
 
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
16 ก.พ. 69
    • TH - TH - GDP YoY 4Q; (คาดการณ์: 1.23%, ครั้งก่อน: 1.20%)
   • JN - GDP Annualized 4Q; (คาดการณ์: 1.65%, ครั้งก่อน: -2.30%)
18 ก.พ. 69
   • JN - Exports YoY; (คาดการณ์: 11.35%, ครั้งก่อน: 5.10%)
    • US - Housing Starts; (คาดการณ์: 5.99%, ครั้งก่อน: --)
19 ก.พ. 69
   • US - รายงานการประชุมเฟดเมื่อ 28 ม.ค. (FOMC Meeting Minutes)
   • US - Initial Jobless Claims; (คาดการณ์: --, ครั้งก่อน: 227k)
   • US - Pending Home Sales; (คาดการณ์: 2.17%, ครั้งก่อน: -9.30%)
20 ก.พ. 69
   • US - PCE Price Index YoY; (คาดการณ์: 2.85%, ครั้งก่อน: 2.80%)
   • US - Core PCE Price Index YoY; (คาดการณ์: 2.92%*, ครั้งก่อน:
       2.80%)
   • US - GDP Annualized QoQ4Q A; (คาดการณ์: 3.01%, ครั้งก่อน:
       4.40%)
Strategy
• สัปดาห์นี้ จะมีตัวแปรสำคัญ เข้ามา คือ เราน่าจะเห็นหน้าตาของ(ว่าที่) พรรคร่วมรัฐบาล ทั้งหมด และจะครบกำหนด 45 วันของการส่งงบไตรมาสที่ 4/68 (งบปี ส่งได้ถึง 60 วัน) ตลาดน่าจะมีความผันผวนสูง ระวังแรงขายทำกำไรช่วงสั้น เพราะดัชนีฯ  ปรับตัวขึ้นมาในรอบนี้ (เริ่มนับ 13 ม.ค.69 ถึง 211 จุด หรือ 17%
• กลยุทธ์ลงทุนสัปดาห์นี้ : ด้วย Trend ของตลาด ยังเป็นขาขึ้น แต่เริ่มมีสัญญาณการปรับฐานให้เห็นแล้ว ทำให้การเข้าซื้อ จึงควรรอที่ราคาหุ้น(ดัชนีฯ) ปรับตัวลงมาก่อน
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ:  เรานำ CPAXT ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย CRC(10%), CENTEL(10%),  ADVANC*(20%)
Technical  : AOT, TFG
 
News Comment:
( + ) KBANK (ถือ/เป้า 191.00 บาท) GULF เดินหน้าเข้าซื้อหุ้น KBANK เพิ่ม
 
Company Update:
( + ) MINT (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 31.00 บาท) กำไรปกติ 4Q25 ทำจุดสูงสุดใหม่
( + ) STECON (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 11.50 บาท) 4Q25E ขยายตัว อานิสงส์การเร่งงานที่ล่าช้าและ GPM ทรงตัวดีต่อเนื่อง
( 0 ) AOT (ซื้อ/เป้า 60.00 บาท) PSC คืบหน้าชัดเจน แต่มีแนวโน้มปรับลดผู้โดยสาร FY26E เป็นทรงตัว
( 0 ) BBL (ถือ/เป้า 170.00 บาท) ประกาศเป้าหมายปี 2026E ใกล้เคียงคาด, ยังคงเงินปันผลไว้ที่เดิ

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์