logo
search
flag-th
share-icon

MORNING BELL 24 FEB 26

SET Outlook
ดัชนีฯ มีโอกาสพักตัวหลังตลาดมีตัวแปร ที่นักลงทุนกำลังรอดูผลลัพธ์ อาทิ สถานการณ์อิหร่าน และมาตรการภาษีสหรัฐฯ ขณะที่การเมืองในประเทศ มีความสนใจในเรื่องปัญหาของบัตรเลือกตั้ง จึงอาจมีการขายทำกำไรในช่วงนี้  ส่วนแรงขายหุ้น Software และ AI ที่เกิดขึ้นรุนแรงในตลาดสหรัฐฯ แม้จะดีต่อเม็ดเงินเข้าเอเซีย แต่อีกด้านคือความเสี่ยงของหุ้น Tech ในประเทศอื่นๆ ที่อาจปรับตัวลง
ปัจจัยในประเทศ
• การเมืองไทย และความคืบหน้าตั้งรัฐบาล : นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกฯ ยังคงใช้ความนิ่งสงบและรอให้ กกต รับรองสถานะ สส อย่างเป็นทางการก่อนเจรจาแบ่งโควตารัฐมนตรี โดยรัฐบาลใหม่มีเป้าหมายเร่งดึงดูดเม็ดเงินลงทุน 6-7 แสนล้านบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันมีกระแสข่าวว่าพรรคกล้าธรรมอาจเข้าร่วมรัฐบาล ทำให้รัฐบาลผสมอาจมีเสียงสนับสนุนทะลุ 350 เสียง แต่หากไม่เข้าร่วม การผนึกกำลังกับพรรคเพื่อไทยและพรรคเล็กจะมีเสียงราว 290-300 เสียง ด้านพรรคประชาชนได้เปิดแผนเตรียมรับมือหากการเลือกตั้งเป็นโมฆะจากปมความผิดปกติของบัตรเลือกตั้งและบัตรเขย่งกว่า 3 แสนใบ
• กำไรตลาด: เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ราคาหุ้นที่รายงานกำไร (ข้อมูลที่เรารวบรวม 221 บริษัท ที่ส่งงบมาแล้ว กำไรขยายตัวราว 25% yoy) จะมีความผันผวนตามกำไรและเงินปันผลจ่ายของงวดนี้ ทั้งนี้ เราประเมินกำไรตลาดไตรมาส 4/68 ไว้ที่ 2.2 แสนล้านบาท +34% yoy; -15% qoq .... ในช่วงนี้เป็นช่วงของการ  ประกาศจ่ายปันผล และขึ้นเครื่องหมาย “XD” โดยหลายบริษัทประกาศจ่ายสูงกว่าปีก่อนและมีปันผลพิเศษ
• คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ตลาดกำลังรอดูวันพรุ่งนี้ว่า กนง. จะพิจารณาลดดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่ ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.25% โดยมีโอกาสที่ กนง. คงอัตราดอกเบี้ยไว้
• Fund Flow ไหลเข้า: นักลงทุนต่างชาติ และในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติ ภาพรวมการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (รวม SET และ MAI) นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 702 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ 717 ล้านบาท โดยคิดเป็นกระแสเงินทุนไหลเข้าสุทธิ (Net Inflow) จำนวน 713 ล้านบาท (เกิดจากยอดซื้อสุทธิ 716 ล้านบาท และมีตราสารหนี้หมดอายุ 3 ล้านบาท)
• ค่าเงินบาท: เงินบาทปิดตลาดเย็นวันที่ 23 ก.พ. อยู่ที่ระดับ 31.03 บาท/ดอลลาร์ (อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดในระดับ 31.00 บาท/ดอลลาร์)
ปัจจัยต่างประเทศ:
• มาตรการภาษี 15% รอบใหม่: หลังพ่ายแพ้ในศาล ทรัมป์ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกแบบถ้วนหน้าในอัตรา 15% ทันที โดยเปลี่ยนมาอ้างอิงอำนาจตามมาตรา 122 …รมว.คลังของไทย ประเมินว่า การที่สหรัฐฯ ปรับอัตราภาษีนำเข้าให้เท่าเทียมกันที่ 15% จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สินค้าไทย เนื่องจากสินค้าไทยบางรายการเคยถูกเก็บภาษีสูงถึง 19% ขณะที่คู่แข่งอย่างสิงคโปร์หรือสหราชอาณาจักรเสียเพียง 10% การที่ทุกประเทศเสีย 15% เท่ากันจึงทำให้ช่องว่างนี้แคบลง นอกจากนี้ คาดว่าในช่วง 150 วันของมาตรการนี้ ผู้ส่งออกไทยจะเร่งระบายสินค้าเข้าสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 1-2 ขยายตัวได้ดี
• ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ (อิหร่าน) : ตัวแทนของสหรัฐฯ และอิหร่านมีกำหนดนัดเจรจากันที่นครเจนีวา 27 ก.พ. นี้ โดยมีการพูดคุยถึงข้อเสนอของ IAEA ที่จะเป็นทางลงให้ทั้งคู่ นั่นคือการอนุญาตให้อิหร่านเสริมสมรรถนะยูเรเนียมได้ในปริมาณที่น้อยมากๆ เพื่อใช้สําหรับการวิจัยและรักษาทางการแพทย์เท่านั้น ..... สถานการณ์ความตึงเครียดที่เสี่ยงจะปะทุเป็นสงครามทำให้เกิดความกังวลในตลาดน้ำมัน ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานคาดการณ์ว่า หากเกิดการโจมตีในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรืออิหร่านตัดสินใจปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันโลกอาจทะยานขึ้นไปแตะระดับ 90 ถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ด้านราคาทองคำ ขยับขึ้นมาเหนือ 5,000 เหรียญ อีกครั้ง สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนมีความกังวลในสถานการณ์นี้ (เพิ่มขึ้น จากสัปดาห์ก่อน)
• รัสเซียเปิดฉากโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนอย่างหนักหน่วงด้วยโดรนหลายร้อยลำและขีปนาวุธหลายสิบลูก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 รายและบาดเจ็บอีก 15 รายในกรุงเคียฟ รวมถึงเด็กอีก 4 คน การโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนที่จะถึงวันครบรอบ 4 ปีของการรุกรานเต็มรูปแบบในวันอังคารที่จะถึงนี้
• The AI Scare Trade (แรงเทขายจากความกังวลเรื่อง AI): ตลาดหุ้น Wall Street เผชิญแรงเทขายอย่างหนัก (S&P 500 ลบ 1%) โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ สาเหตุหลักมาจากความกังวลว่า AI จะเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง (Disruption) และกระทบต่อกำไรของบริษัทดั้งเดิม
• ติดตามการแถลงนโยบายประจำปีของ โดนัลด์ ทรัมป์ (State of the Union) ต่อสภาคองเกรส โดยจะมีการกล่าวสุนทรพจน์ในวันที่ 24 ก.พ. เวลา 21.00 น. (ตามเวลาสหรัฐฯ) ซึ่งจะเป็นแม่แบบปูทางไปสู่การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในช่วงเดือนพ.ย. ปลายปีนี้ รวมถึงจะเป็นการชี้ภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจมีผลต่อทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศคู่ค้า
ตัวเลขเศรษฐกิจและ Event
24 ก.พ. 69
    • TH - Car Sales; (ครั้งก่อน: 75,121)
25 ก.พ. 69
    •TH - BoT Benchmark Interest Rate; (คาดการณ์: 1.19%, ครั้งก่อน:
      1.25%)
    • EC – CPI YoY; (คาดการณ์: 1.70%, ครั้งก่อน: 1.70%)
    • EC - CPI Core YoY; (คาดการณ์: 2.20%, ครั้งก่อน: 2.20%)
Strategy
• ตลาดกำลังรอดู 2 เรื่องในต่างประเทศ คือสหรัฐฯ จะโจมตีอิหร่านหรือไม่ และมาตรการภาษีของทรัมป์จะส่งผลรุนแรงขึ้นหรือไม่ ขณะที่การเมืองมีความกังวลจากประเด็นความผิดปกติของบัตรเลือกตั้ง ด้วยราคาหุ้นและดัชนีที่ปรับขึ้นมามาก จึงน่าจะกระตุ้นให้เกิดการขายทำกำไรได้ในช่วงนี้
• กลยุทธ์ลงทุน ยังแนะนำเหมือนวันก่อน คือ ให้ขายทำกำไรหุ้นออกไปบางส่วน เพื่อลดความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้น
• หุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้อานิสงค์ จากภาพตลาดแบบนี้ คือหุ้นกลุ่มธนาคาร เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำไรแข็งแรง ไม่อิงกับปัจจัยเสี่ยงที่กำลังกังวลกัน พักเงินได้เพราะเงินปันผลสูง และขึ้น “XD” ช้ากว่ากลุ่มอื่น (ราคาจึงลงยาก)  หุ้นที่น่าสนใจ KKP, SCB, TTB, KTB
• หุ้นในพอร์ตแนะนำ:  เรานำ KKP, PTTEP, CPN เข้ามาในพอร์ต  หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย KKP(10%), PTTEP(10%), CPN(10%),  KTB(10%), SIRI(10%), TRUE*(10%)
Technical  : MRDIYT, JPARK
 
News Flash:
( 0 ) Pet Food (Neutral), TU (ซื้อ/เป้า 14.00 บาท), GFPT (ถือ/เป้า 11.00 บาท), NER (ถือ/เป้า 5.30 บาท) ส่งออก ม.ค. 2026 กลับมาชะลอ MoM ตามคาดจากปัจจัยฤดูกาล
 
Results Review:
( + ) CPN (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 72.00 บาท) กำไร 4Q25 ทำจุดสูงสุดใหม่, 1Q26E โตได้ดีต่อเนื่อง
( + ) ONEE (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 3.50 บาท) กำไร 4Q25 สูงกว่าคาดจากรายได้ที่สูงกว่าคาด
( + ) STECON (ซื้อ/เป้า 11.50 บาท) 4Q25 ดีกว่าคาด จากรายได้ก่อสร้างขยายตัวสูงและ SG&A น้อยกว่าคาด
( - ) CPAXT (ซื้อ/ปรับเป้าลงเป็น 19.00 บาท) กำไร 4Q25 ต่ำกว่าคาด ลดลง YoY จาก GPM ที่อ่อนตัวลง
 
Company Update:
( + ) BBIK (ซื้อ/ปรับเป้าขึ้นเป็น 27.00 บาท) ตั้งเป้ารายได้ปี 2026E กลับมาเติบโตดี มี upside จากแผน M&A

กลับสู่ด้านบน

combo-icon
certified

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

DAOL Contact Center 1538 กด 1contactcenter@daol.co.th

DAOL Contact Center Address เลขที่ 87/2 อาคารซีอาร์ซีทาวเวอร์ ชั้นที่ 18 ออลซีซั่นส์เพลส ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

 

  TradingView   Facebook YouTube LINE TikTok

logo

and our member companies

บริษัทหลักทรัพย์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรีท แมเนจเมนท์บริการสินเชื่อ

©2026 บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สงวนลิขสิทธิ์